ธุรกิจ KFC ตกที่นั่งลำบาก? รายได้หด ลดสาขา?

ธุรกิจ KFC ตกที่นั่งลำบาก ? รายได้หด ลดสาขา ?

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • แม้ KFC จะไม่ใช่ของอิสราเอล แต่ถูกมองว่าเป็นบริษัทของสหรัฐฯ ซึ่งมีส่วนสนับสนุนอิสราเอล จึงพลอยโดนแบนไปด้วย เพื่อแสดงพลังต่อต้านอิสราเอลและพวกพ้อง 
  • ไตรมาส 4 ปีที่แล้วยอดขายของ KFC หายไปถึง 5% ในตะวันออกกลาง และส่อแววว่าจะรุนแรงขึ้นถ้าภาวะความขัดแย้งยังไม่ยุติ
  • แบรนด์สินค้าตะวันตกอื่น ๆ เช่น แมคโดนัล สตาร์บัค และเบอเกอร์คิง ล้วนโดนผลกระทบไปแล้วทั้งสิ้น ซ้ำร้ายอาจขยายวงลุกลามไปสู่ระดับประเทศ หลังจากตุรกีงดส่งออกสินค้าบางรายการไปยังอิสราเอลแล้ว 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

อยู่ดีไม่ว่าดี ร้านไก่ทอดผู้พัน หรือ ธุรกิจ KFC ร้านแฟรนไชส์ระดับโลก ก็โดนหางเลขพิษสงครามตะวันออกกลางไปด้วย โดนแบนจากผู้บริโภค ทำให้ยอดขายลดลง แถมมีรายงสนว่าในมาเลเซียก็ปิดสาขาไปหลายแห่ง ซึ่งเป็นผลพ่วงจากการต้อต้านธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับสงครามอิสราเอล

เปลวไฟสงครามระหว่างอิสราเอล กับ ปาเลสไตน์ ที่ยังร้อนระอุ ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เรื่องของราคาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และทองคำอย่างที่เรา ๆ คุ้นเคยกันดี แต่ได้ลุกลามไปยังภาคเศรษฐกิจและธุรกิจในมิติที่ซับซ้อนกว่านั้นแล้ว นั่นคือกระแสการต่อต้าน “อิสราเอล” และพรรคพวก ในหมู่ชนที่สนับสนุนปาเลสไตน์ ทำไมธุรกิจของ KFC ถึงต้องเข้าไปพัวพันเรื่องนี้ และปัจจุบันธุรกิจขายไก่ทอดเจ้าดังเสียหายไปมากแค่ไหนแล้ว วันนี้พี่ทุยจะมาเล่าให้ฟังกัน

ปมขัดแย้งลามสู่การบอยคอต ธุรกิจ KFC

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในสนามรบหรือการเผชิญหน้าทางการทหารเท่านั้น หากแต่ยังส่งแรงกระเพื่อมลุกลามไปถึงภาคธุรกิจและการค้าระหว่างประเทศอย่างชัดเจน จนเกิดเป็นแนวรบอีกด้านหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้

ล่าสุด ธุรกิจ KFC ในมาเลเซียซึ่งบริหารโดยบริษัท QSR Brands ต้องเผชิญผลกระทบโดยตรง ถึงขั้นตัดสินใจปิดสาขาลงชั่วคราวหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ หลังจากกระแสการต่อต้านอิสราเอลทวีความรุนแรงขึ้นในหมู่ชาวมาเลเซีย กระแสนี้นำไปสู่การรณรงค์ไม่อุดหนุนสินค้าและบริการที่มีภาพลักษณ์เชื่อมโยงกับตะวันตก โดย KFC กลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการบอยคอต

เหตุผลสำคัญคือภาพลักษณ์ของ KFC ที่ถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่ออกตัวสนับสนุนอิสราเอลอย่างหนัก ทำให้ชาวมาเลเซีย โดยเฉพาะชาวมุสลิม มองว่าการสนับสนุน KFC ก็ไม่ต่างอะไรจากการมีส่วนร่วมสนับสนุนอิสราเอลในการกดขี่ชาวปาเลสไตน์

ดังนั้น การงดเว้นไม่อุดหนุนแบรนด์ตะวันตก จึงถูกมองว่าเป็นการแสดงพลังต่อต้านอิสราเอลที่จับต้องได้และทำได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยมี KFC เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการคว่ำบาตรครั้งนี้

ธุรกิจ KFC ที่ผ่านมาเสียหายไปแล้วเท่าไร 

แม้ว่าบริษัท QSR Brands เจ้าของแฟรนไชส์ KFC ในมาเลเซีย จะพยายามชี้แจงว่าสาเหตุของการปิดสาขาเกี่ยวข้องกับต้นทุนทางธุรกิจที่สูงขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าแรงกดดันจากสังคมและอารมณ์ความรู้สึกของผู้บริโภคที่ต่อต้านชาติตะวันตก โดยเฉพาะประเทศที่ถูกมองว่ามีส่วนหนุนหลังอิสราเอล ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจต้องสั่นคลอน

ยอดขายของ KFC ในหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศมุสลิม เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และตะวันออกกลาง ลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา ตัวเลขการหดตัวชี้ให้เห็นถึงผลกระทบเชิงธุรกิจที่รุนแรง เฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลางเพียงแห่งเดียว ยอดขายก็ร่วงลงไปถึง 5% ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณเตือนถึงแรงกดดันที่ยังคงดำเนินต่อไป

มีธุรกิจไหนที่โดนอีกบ้าง 

แน่นอนว่า KFC ไม่ใช่ธุรกิจเดียวที่ได้รับผลกระทบจากกระแสการบอยคอต หลังเหตุความขัดแย้งอิสราเอล–ปาเลสไตน์ปะทุขึ้น แบรนด์สินค้าและบริการตะวันตกหลายรายต่างเผชิญชะตากรรมเดียวกัน ยอดขายลดลงอย่างหนัก และถูกผู้บริโภคในประเทศมุสลิมแสดงออกด้วยการปฏิเสธไม่อุดหนุนอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น แมคโดนัลด์ สตาร์บัคส์ โคคาโคลา และเบอร์เกอร์คิง

หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนภาพชัดที่สุดคือกรณีของบริษัท Berjaya ผู้ถือสิทธิ์แฟรนไชส์สตาร์บัคส์ในมาเลเซีย ซึ่งต้องออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าในช่วงไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา บริษัทสูญเสียกำไรไปกว่า 42.6 ล้านริงกิต หรือราว 330 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงการหดตัวเกือบ 40% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นความเสียหายที่รุนแรงอย่างยิ่ง

ส่อเค้าบานปลายไปถึงขั้นแบนระดับประเทศ 

ไม่เพียงแค่การคว่ำบาตรในระดับผู้บริโภคเท่านั้น ล่าสุดความขัดแย้งยังขยายตัวไปสู่ระดับรัฐ เมื่อ ตุรกีประกาศงดการส่งออกสินค้าบางประเภทไปยังอิสราเอล โดยเฉพาะกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เพื่อเป็นมาตรการตอบโต้ต่อเหตุการณ์ที่กองทัพอิสราเอลใช้ความรุนแรงกับชาวมุสลิมในฉนวนกาซา

มาตรการนี้สร้างแรงกดดันไม่น้อย เนื่องจากอิสราเอลต้องพึ่งพาการนำเข้าวัสดุก่อสร้างจำพวกเหล็กจากต่างประเทศสูงถึง 70% การตัดสินใจของตุรกีจึงก่อให้เกิดความวิตกว่าประเทศมุสลิมอื่น ๆ อาจดำเนินรอยตาม และหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็จะยิ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่อระบบการค้าและการลงทุนระดับโลก

อัปเดตสถานการณ์สงครามในกาซ่า

วันที่ 9 พ.ค. 2567 แม้จะมีแรงห้ามปรามจากนานาชาติ แต่อิสราเอลก็ยังเดินหน้าส่งรถถังเข้าไปยังเมืองราฟาห์ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ในปฏิบัติการโจมตีแบบกำหนดเป้าหมายยังที่ตั้งกองพันสุดท้ายของกลุ่มฮามาส ที่รายล้อมด้วยพลเรือนพลัดถิ่นชาวปาเลสไตน์

ซึ่งก่อนหน้าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ขู่อิสราเอลว่า วอชิงตันจะหยุดส่งอาวุธให้กับอิสราเอล หากพวกเขายังคงดื้อดึงโจมตีภาคพื้นดินในเมืองราฟาห์ที่ถูกคุกคามมายาวนาน แต่อิสราเอลก็ไม่ได้รับฟัง และยังเดินหน้าโจมตีเมืองราฟาห์ต่อไป ท่ามกลางความพยายามของ สหรัฐอเมริกา อียิปต์ และกาตาร์ ที่ยังคงผลักดันการเจรจาทางอ้อมเพื่อทำข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกลุ่มฮามาสกับอิสราเอล

ติดตามพี่ทุยบนช่องทาง Facebook คลิกเลย

อ่านเเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile