ใกล้ถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งใหม่แล้ว หนึ่งในเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงที่สิ่งในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นอดีตประธานาธิบดี Donald Trump ที่มีแววจะหวนกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง และอย่างที่เรารู้กินดีถึงการบริหารอย่างสุดโต่งของทรัมป์ พี่ทุยเลยอยากชวนคุญว่าถ้า Trump เป็นประธานาธิบดี อีกครั้ง จะสร้างการปรับเปลี่ยนและผลกระทบ กระจายจากสหรัฐอเมริกาไปสู่ทั่วโลกได้อย่างไร และเราอาจจะได้เห็น Trade War 2.0 ก็เป็นได้
แถมล่าสุดหลังจาก Trump ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง โดยสมาชิกพรรครับลิกันเกือบ 98% เทคะแนนเสียงให้กับทรัมป์อย่างล้นหลาม ซึ่งในศึก Super Tuesday ที่มี 15 มลรัฐและ 1 ดินแดง Trump ก็จะมาประชันกับ Biden อีกครั้ง
นโยบายของ Trump ปี 2024
นโยบายถนัดของ Trump คงหนีไม่พ้นการลดภาษี เพราะการลดภาษีนั้นส่งผลให้คนทั่วทั้งอเมริกามีความมั่งคั่งมากขึ้นเสียภาษีให้รัฐน้อยลง ทั้งบุคคลและธุรกิจ ทำให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้น เหมือนจะเป็นวิธีที่ได้ผลเร็วและทั่วถึง แต่ในทางกลับกันคนที่รับประโยชน์มากที่สุดคือธุรกิจระดับใหญ่และคนรวย
นโยบายต่อมาคือนโยบายการค้าหนึ่งในนโยบายที่กระทบเป็นวงกว้าง อยากคราวที่แล้วที่ Trump ดำรงตำแหน่ง การขึ้นภาษีการค้ากับจีนก็เป็นหนึ่งประเด็นใหญ่ที่ใช้ปกป้องตลาดแรงงานในอเมริกาและลดการใช้จ่ายสินค้าจากจีน จนเป็นที่รู้จักใน Trade War ที่สร้างผลกระทบต่อ Supply Chain ทั่วโลก และครั้งนี้เอง Trump ก็ชูนโยบายที่จะตั้งกำแพงภาษีสูงถึง 60%
นโยบายผู้ลี้ภัยหนึ่งในปัญหาที่อเมริกาเจอในตอนนี้คือปัญหาผู้ลี้ภัย ซึ่งในยุคของ Biden ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ได้มีการผ่อนผันเรื่องนี้ ทำให้มีผู้ลี้ภัยจากหลาย ๆ ประเทศที่กำลังเผชิญปัญหาเงินเฟ้ออย่าง เวเนซุเอลา ทำให้เกิดผู้ลี้ภัยมหาศาล ปัญหาทางการเมือง และเกิดการแย่งงาน Trump เองหากได้กลับมาก็จะกลับมาสานต่อการสร้างกำแพงระหว่างสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโกเพื่อป้องกันผู้ลี้ภัย
ผลกระทบหาก Trump เป็นประธานาธิบดี (อีกครั้ง)
การกลับมาของทรัมป์อาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของอเมริกาทั้งนโยบายกีดกันทางการค้าและการลดภาษี อีกทั้งการต่อต้านการอพยพก็ช่วยสร้างความปลอดภัยและการควบคุมที่ดีให้กับประเทศ และด้วยความเข้มงวดนี้เองก็มีผลต่อท่าทีทางการเมืองระหว่างประเทศ ที่ Trump เองก็ต่อต้านการก่อการร้ายในต่างประเทศ ซึ่งอย่างสงคราม Russia กับ Ukraine เอง Trump ก็ได้กล่าวไว้ว่าหากตนได้ดำรงตำแหน่งก็คงจบสงครามนี้ไปนานแล้ว
ในด้านกลับกันด้วยท่าทีแข็งกร้าวและเข้มงวดเองก็สร้างความขัดแย้งในหลาย ๆ ด้าน อย่างกำแพงแบ่งแยก สหรัฐอเมริกา และ เม็กซิโกเอง หรือ การใช้ถ้อยคำที่ส่งเสริมความแตกแยกในประเทศและระหว่างประเทศอีกด้วย การเก็บภาษีที่น้อยลงนั่นหมายถึงงบประมาณในการดูแลคนในประเทศที่ลดลงอีกด้วย ทำให้ประเทศอาจมีความเสี่ยงด้านสาธารณสุข อย่างที่อเมริกาเองเคยเจอผลกระทบในช่วง โควิด-19 และด้านของนโยบายการค้าที่สุดโต่งนั้นก็อาจส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย
การกลับมาของ Trump เองก็ถือว่าได้รับเสียงตอบรับเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก เพราะถึงแม้จะมีคดีพัวพันมากมายแต่ก็สามารถได้รับการตัดสินจากศาลสูงของอเมริกาให้ยังเลือกตั้งได้ ต้องมารอดูต่อไปว่าชื่อเสียจากคดีต่างๆของ Trump จะมีผลต่อการเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้หรือไม่
Trade War 2.0 เองก็คงหนีไม่พ้นผลกระทบทั่วโลกอีกครั้ง ไทยเองก็เป็นประเทศที่มีการส่งออกเป็นหลัก โดยมีอเมริกาและจีนก็เป็นคู่ค้าคนสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการลงทุน ราคาสินค้า และอาจส่งผลถึงโครงสร้างการค้าในอนาคตอีกด้วย
ในด้านตลาดหุ้นเองในช่วงที่ Trump ได้รับตำแหน่งก็จะมีความผันผวนและตอบสนองต่อนโยบายสุดโต่งของ Trump อยู่แล้ว เพราะมีนโยบายที่ชัดและส่งผลรวดเร็ว ข้อดีอาจทำให้เกิดการแข่งขันที่มากขึ้นซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาของอุตสาหกรรมและอาจเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว
ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าศึกชิงชัยประธานาธิบดีสหรัฐปี 2024 นี้ ใครจะเป็นฝ่ายชนะ แล้วถ้าสมมติทรัมป์กลับมาได้จริง จะทำตามขวัญว่า Make America Great Again ได้หรือเปล่า นักลงทุนอย่างเราก็ต้องติดตามกันต่อไป
อ่านเพิ่ม
