อะไรเอ่ย หันไปทางไหนก็เจอ คำตอบ คือ ภาษีไงล่ะ! วันนี้พี่ทุยอาสาไปรู้จักอีกหนึ่งภาษีที่อยู่ในชีวิตประจำวัน ที่หลายคนต้องเคยโดนให้เสีย นั่นก็คือ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย แล้วการหักภาษี ณ ที่จ่าย คืออะไร ใครต้องจ่ายบ้าง พี่ทุยสรุปให้แล้ว ไปฟังกัน
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือ ภาษีที่ผู้จ่ายเงินได้ มีหน้าที่หักจากเงินที่จ่ายให้แก่ผู้รับทุกครั้งที่จ่าย ซึ่งเงินได้ที่จำเป็นต้องถูกหัก ณ ที่จ่าย และอัตราภาษีเป็นไปตามที่กรมสรรพากรกำหนด
เงินได้ประเภทใด ที่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย?
1.เงินได้ที่บุคคลซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นผู้รับ
ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย นำส่งตามแบบ ภ.ง.ด.3
1.1 เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน
1.2 เงินได้จากวิชาชีพอิสระ คือ วิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี และประณีตศิลปกรรม
1.3 เงินได้จากการรับเหมา ที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระ ในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ
1.4 เงินได้จากการธุรกิจการพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่งฯ เฉพาะ ประเภทที่กำหนดไว้
(1) เงินรางวัลในการประกวด แข่งขัน การชิงโชค หรือการอื่นใดอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน
(2) เงินได้จากการเป็นนักแสดง สาธารณะ
(3) เงินได้จากการรับโฆษณา
(4) เงินได้จากการรับจ้างทำของ
(5) เงินได้จากการให้บริการอื่น ๆ
(6) เงินรางวัล ส่วนลด หรือ ประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย
(7) เงินได้จากค่าขนส่ง
2.เงินได้ที่บุคคลซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นผู้รับ
ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย นำส่งตามแบบ ภ.ง.ด.53
2.1 เงินได้จากการขายสินค้าพืชผล การเกษตร (บางประเภท) ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ย ตั๋วเงิน เงินปันผล เงินส่วนแบ่งกำไรหรือประโยชน์อื่นใด เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน เงินได้จาก วิชาชีพอิสระ เงินได้จากค่าจ้างทำของ เงินได้จาก การประกวด แข่งขัน ชิงโชค หรือการอื่นอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน เงินได้จากค่าโฆษณา
2.2 เงินได้ตามมาตรา 40 (8) เฉพาะที่เป็นการจ่ายเงินได้จากการให้บริการอื่น ๆ นอกเหนือจาก 2.1
2.3 เงินได้จากค่าเบี้ยประกัน วินาศภัย เฉพาะที่จ่ายให้แก่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคล ซึ่งประกอบกิจการรับประกันวินาศภัย ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยในประเทศไทย
2.4 เงินได้ค่าขนส่ง แต่ไม่รวมถึง การจ่ายค่าโดยสารสำหรับการขนส่งสาธารณะ
หมายเหตุ : จำนวนเงินได้ขั้นต่ำที่ต้องหักภาษี ไว้ตามข้อ 1 และ 2 สำหรับเงินได้พึงประเมิน ที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ ตามสัญญารายหนึ่ง ๆ มีจำนวนรวมทั้งสิ้นตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป
อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย
อัตราภาษีมีหลายอัตราขึ้นอยู่กับลักษณะผู้รับเงินและประเภทเงินได้
กรณีผู้รับเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคล
อัตราภาษี 15%
- เงินได้ มาตรา 40 (5) (6) ที่ผู้รับเงินมิได้อยู่ในประเทศไทย
อัตราภาษี 10%
- ค่าแสดงให้แก่นักแสดงสาธารณะ ที่ผู้รับเงินมีภูมิลำเนาต่างประเทศ แต่มีการดำเนินการถ่ายทำภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ในประเทศไทยและได้รับอนุญาตให้ถ่ายทำในประเทศ
อัตราภาษี 5%
- ค่าเช่า เช่น ค่าเช่าอาคาร บ้าน โรงเรือน ตามมาตรา 40 (5)
- รางวัล จากการประกวด การแข่งขัน การชิงโชค ฯลฯ
- ค่าแสดงให้แก่นักแสดงสาธารณะ ที่ผู้รับเงินมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย
อัตราภาษี 3%
- เงินได้จากวิชาชีพอิสระตาม มาตรา 40 (6) ได้แก่ กฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม
- ค่าจ้างทำของที่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (7) และ (8)
- เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) เฉพาะที่เป็นการจ่ายเงินได้จากการให้บริการ แต่ไม่รวมถึง (1)การจ่ายค่าโดยสารสำหรับการขนส่งสาธารณะ (2)การจ่ายเงินได้ตามข้อ 4, 6, 7, 11 ซึ่งกำกหนดให้หักภาษี เงินได้ ณ ที่จ่ายไว้โดยเฉพาะแล้ว (3) การจ่ายค่าบริการโรงแรม และภัตตาคาร (4) การจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิต
- รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริม การขาย
อัตราภาษี 2%
- ค่าโฆษณา
อัตราภาษี 1%
- ค่าเช่าเรือ
- ค่าขนส่ง แต่ไม่รวมถึงการจ่ายค่าโดยสารสำหรับการขนส่งสาธารณะ
กรณีผู้รับเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
อัตราภาษี 10%
- เงินได้เหล่านี้ ที่ผู้รับเงินคือ มูลนิธิหรือสมาคม
- เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) และ (3) เช่น ค่านายหน้า และ ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น ที่ผู้รับเงินคือ มูลนิธิหรือสมาคม
- เงินได้มาตรา 40 (4) เช่น ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋ว เงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยหุ้นกู้
- ค่าเช่าหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน ตามมาตรา 40 (5) (ก) ได้แก่ ค่าเช่า อาคาร บ้าน โรงเรือน
- เงินได้จากวิชาชีพอิสระตาม มาตรา 40 (6) ได้แก่ กฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม
- เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของ กำไรหรือประโยชน์อื่นใดตาม มาตรา 40 (4) (ข)
อัตราภาษี 5%
- ค่าเช่าหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน ตามมาตรา 40 (5) (ก) ได้แก่ ค่าเช่า อาคาร บ้าน โรงเรือน
- ค่าจ้างทำของ (บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ)
- รางวัล จากการประกวด การแข่งขัน การชิงโชค ฯลฯ
อัตราภาษี 3%
- เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) และ (3) เช่น ค่านายหน้า และ ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น
- เงินได้จากวิชาชีพอิสระตาม มาตรา 40 (6) ได้แก่ กฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม
- ค่าจ้างทำของที่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (7) และ (8)
- เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) เฉพาะที่เป็นการจ่ายเงินได้จากการให้บริการ แต่ไม่รวมถึง (1)การจ่ายค่าโดยสารสำหรับการขนส่งสาธารณะ (2)การจ่ายเงินได้ตามข้อ 4, 6, 7, 11 ซึ่งกำกหนดให้หักภาษี เงินได้ ณ ที่จ่ายไว้โดยเฉพาะแล้ว (3) การจ่ายค่าบริการโรงแรม และภัตตาคาร (4) การจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิต
- รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริม การขาย
อัตราภาษี 2%
- ค่าโฆษณา
อัตราภาษี 1%
- เงินได้มาตรา 40 (4) (ก)
- ค่าเช่าเรือ
- ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย
- ค่าขนส่ง แต่ไม่รวมถึงการจ่าย ค่าโดยสารสำหรับการขนส่งสาธารณะ
อัตราภาษี 0.75%
เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) เฉพาะที่เป็นการจ่ายเงินได้จากการซื้อขายสินค้า ประเภทยางแผ่น หรือยางชนิดอื่นจากต้นยางพารา มันสำปะหลัง ปอ ข้าว ข้าวโพด อ้อย เมล็ดกาแฟ ผลปาล์มน้ำมัน
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คิดยังไง
เช่น พี่ทุยรับจ้างผลิตสินค้า เงินได้ที่เข้าข่าย มาตรา 40 (8) พี่ทุยได้เงินค่าจ้าง 10,000 บาท พี่ทุยต้องถูกหักภาษีทันที ณ ที่จ่าย 3% คำนวณได้เป็น 10,000+3%= 300 บาท
เท่ากับว่าการรับค่าจ้างครั้งนี้ พี่ทุยจะได้เงิน 9,700 บาท ถ้าพี่ทุยอยากได้เงินภาษีตรงนี้คืน ก็จะต้องรอช่วงชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อยื่นขอคืนภาษี
หมายเหตุ : ผู้รับเงินที่ถูกหักภาษีหัก ณ ที่จ่ายไว้แล้ว สามารถยื่นขอคืนภาษีได้ ในกรณีที่มีรายได้ทั้งปีน้อยกว่า 60,000 บาท หรือมีภาระภาษีที่ต้องชำระน้อยกว่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ชำระไว้
ผู้มีหน้าที่หักภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จ่ายเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดา
- ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลที่จ่ายเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดา
- หน่วยงานของรัฐที่จ่ายเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดา
ผู้มีหน้าที่หักภาษี เงินได้ ณ ที่จ่าย ต้องทำอะไรบ้าง
1.มีและใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เว้นแต่บุคคลธรรมดาที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ใช้เลขประจำตัวประชาชนแทน)
2.หักภาษี ณ ที่จ่ายทุกคราวที่จ่ายเงินได้ ซึ่งมีกฎหมายกำหนดให้หักภาษี ณ ที่จ่าย
3.ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้แก่ผู้ถูกหักภาษี
ในกรณีที่เป็นรัฐบาล องค์การ ของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหาร ราชการส่วนท้องถิ่นอื่น ให้เจ้าพนักงานผู้จ่ายเงินได้ ออกใบรับสำหรับค่าภาษีที่ได้หักไว้ให้แก่ผู้รับเงิน
4.นำส่งภาษีที่ได้หักไว้ภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในท้องที่ที่ผู้มีหน้าที่หักภาษี เงินได้ ณ ที่จ่ายมีสำนักงานตั้งอยู่
การยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสามารถทำได้ แต่จะต้องยื่นเรื่องกับกรมสรรพากรก่อน เมื่อได้รับหมายเลข ผู้ใช้ (User ID) และรหัสผ่าน (Password) จากกรมสรรพากรแล้ว จึงจะสามารถเข้าสู่ระบบ การยื่นแบบฯ และชำระภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตได้
ต้องยื่นเสียภาษีอย่างไร?
ภ.ง.ด.3
เป็นแบบที่ใช้สำหรับการยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่งผู้รับเงินเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ภ.ง.ด.53
เป็นแบบที่ใช้สำหรับการยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่งผู้รับเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
ขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย
การยื่นขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย สามารถทำได้ภายใน 5 ปี นับแต่วันสิ้นปีภาษีที่จ่ายเงินได้ โดยผู้ยื่นขอคืนภาษีจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- มีรายได้ทั้งปีน้อยกว่า 60,000 บาท
- มีภาระภาษีที่ต้องชำระน้อยกว่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่จ่ายไว้
โดยให้ยื่นหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (แบบ ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53, ภ.ง.ด.54, ภ.ง.ด.55, ภ.ง.ด.56, ภ.ง.ด.57, ภ.ง.ด.58, ภ.ง.ด.59) แนบไปกับการยี่นแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91
อ่านเพิ่ม
