แรงงานไทย ไปทำงานต่างประเทศที่ไหนมากสุด ?

แรงงานไทย ไปทำงานต่างประเทศที่ไหนมากสุด ?

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • 5 อันดับประเทศหรือพื้นที่ที่คนไทยนิยมไปทำงานมากที่สุดคือ ไต้หวัน อิสราเอล เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ขณะที่การนำรายได้ส่งกลับมายังประเทศไทย เพิ่มขึ้นทุกปี แม้แต่ในปีที่มีโควิด-19 และมีการล็อกดาวน์ในหลายประเทศทั่วโลก
  • อาชีพที่คนไทยไปทำงานในต่างประเทศมากที่สุดคืองานเกษตร รองลงมาคืองานอุตสาหกรรมทั่วไป โดยงานที่คนไทยไปทำในอิสราเอลมากที่สุดก็เป็นงานเกษตรเช่นกัน 
  • ประเทศยอดฮิตที่แรงงานข้ามชาตินิยมไปทำงาน​ จะอยู่ในแถบยุโรปตอนเหนือ ตอนใต้ และตะวันออก รองลงมาคือ อเมริกาเหนือ และกลุ่มอาหรับ ขณะที่ประเทศที่เป็นแหล่งต้นทางที่แรงงานส่งเงินกลับประเทศมากที่สุดคือ สหรัฐฯ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี  
  • ปัญหาขาดแคลนแรงงานตรงทักษะที่ต้องการทำให้หลายประเทศผ่อนปรนการรับแรงงานต่างด้าว

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ในช่วงนี้ พี่ทุยเชื่อว่าหลายคนกำลังเอาใจช่วยแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในอิสราเอล และกำลังต้องการเดินทางกลับไทย ให้สามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย พอเห็นเรื่องนี้แล้ว พี่ทุยก็เป็นส่วนหนึ่งที่เอาใจช่วย​ และอีกมุมหนึ่งพี่ทุยก็อยากจะมาแชร์เรื่องราวการย้ายถิ่นฐานไปทำงานในต่างประเทศให้เพื่อน ๆ ได้เห็นภาพกันว่า แรงงานไทย ที่ไปทำงานในอิสราเอลกันเยอะมั้ย และที่อื่นที่นิยมไปอีกมีที่ไหนบ้าง แล้วแรงงานทั่วโลกล่ะ ส่วนใหญ่ย้ายถิ่นฐานไปทำงานประเทศไหน

สำหรับแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศนั้น ถ้าพูดกันตรงๆ ก็จะมีทั้งแบบที่ไปกันถูกกฎหมาย กับลักลอบไป ซึ่งจากข้อมูลของกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน ล่าสุด ณ เดือน ก.ย. 2023 ซึ่งเป็นสถิติของคนที่ไปทำงานแบบถูกกฎหมาย พบข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้  

แรงงานไทย ไปทำงานต่างประเทศที่ไหนกันบ้าง 

แรงงานไทย ไปทำงานต่างประเทศที่ไหนกันบ้าง 

แรงงานไทย นิยมไปทำงานที่ไหนกัน ? 

ถ้าดูจากข้อมูลนี้ ก็จะเห็นว่า 5 อันดับของประเทศ/พื้นที่ที่คนไทยไปทำงานมากที่สุดเลยก็คือ ไต้หวัน อิสราเอล เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และมาเลเซีย

Top 10 ประเทศคนไทยนิยมไปทำงาน 

10 อันดับสาขาอาชีพที่ แรงงานไทย ไปทำงานในต่างประเทศมากที่สุด

  • คนงานเกษตร 25,709 คน
  • คนงานอุตสาหกรรมทั่วไป 9,276 คน
  • ผลิตภัณฑ์โลหะ 6,627 คน
  • กรรมกร 6,003 คน
  • คนงานทั่วไป 4,552 คน
  • คนงานผลิต : ผลิตภัณฑ์โลหะ 3,887 คน
  • การเกษตร 3,323 คน
  • ผู้ปฏิบัติงานก่อนสร้างอื่น ๆ 2,930 คน
  • นวดแผนโบราณ 2,158 คน
  • เกษตรกรเก็บผลไม้ป่า 2,142 คน

พี่ทุยขอพามาเจาะลึกกันบ้างว่า ถ้าดูลึก ๆ เฉพาะคนไทยที่ไปทำงานในอิสราเอลเวลานี้ ไปทำงานในพื้นที่ไหนมากที่สุด 

10 อันดับพื้นที่ในอิสราเอลที่ แรงงานไทย ไปทำงานมากที่สุด

  1. Southern (Hadarom) 12,665
  2. Central (Hamerkaz) 5,849
  3. Northern (Hazafon) 3,865
  4. Haifa 1,397
  5. Tel Aviv 710
  6. <NO DATA CITY> ( เมืองอื่นๆ)* 398
  7. Westbank 395
  8. Jerusalem 395
  9. Judea and Samaria (YOSH) 103
  10. <NO DATA CITY> ( เมืองอื่นๆ)*  87

*ข้อมูลที่คล้ายกัน 6 และ 10 คือ ข้อมูลที่กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่

ที่มา : กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน ข้อมูล ณ ก.ย.​2023 

10 อันดับ อาชีพที่คนไทยไปทำงานมากที่สุดเมื่อไปอิสราเอล

  1. คนงานเกษตร* 21,658
  2. การเกษตร* 2,735
  3. คนงานเกษตร* 334
  4. เกษตรทั่วไป* 193
  5. พ่อครัวชั้นหนึ่ง 118
  6. คนงานทั่วไป 108
  7. ช่างประกอบท่อ 74
  8. กุ๊ก 74
  9. พนักงานทั่วไป 72
  10. ช่างเชื่อม 68

*ข้อมูลที่คล้ายกัน 1-4 คือ ข้อมูลที่กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่

ที่มา : กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน ข้อมูล ณ ก.ย.​2023 

ดูจากข้อมูลนี้แล้ว ก็จะพบว่า อาชีพหลัก ๆ ที่คนไทยไปทำในอิสราเอลก็คือภาคเกษตร และก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ตัวเลขจำนวนคนไทยที่ไปทำเกษตรในต่างประเทศ ติดอันดับ 1 ของงานในต่างประเทศที่คนไทยทำมากที่สุดด้วย โดยข้อมูลในตารางที่มีอาชีพเกี่ยวกับเกษตรซ้ำกันนะ พี่ทุยสันนิษฐานว่า น่าจะมาจากเป็นกลุ่มประเภทงานเกษตรที่แตกต่างกันนั่นเอง 

มื่อดูในแง่ของรายได้ที่คนไทยไปทำงานในต่างประเทศ ส่งกลับมาในไทยผ่านระบบธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็จะพบว่า เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี แม้แต่ช่วงปีที่มีสถานการณ์โควิดและมีการล็อคดาวน์ในหลายประเทศทั่วโลก การส่งกลับเงินก็ยังเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 

การส่งกลับรายได้จากการทำงานในต่างประเทศมาไทย

  • ปี 2023 (ม.ค.-ก.ย.) 184,513 ล้านบาท  
  • ปี 2022 237,917 ล้านบาท
  • ในปี 2021 217,343 ล้านบาท
  • ปี 2020 194,960 ล้านบาท
  • ส่วนปี 2019 192,903 ล้านบาท
  • ปี 2018 144,451 ล้านบาท

ที่มา : กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน

โดยรวมแล้ว ข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับแรงงานไทยนี้ ก็เป็นเพียงข้อมูลที่บ่งบอกเฉพาะแรงงานที่ไปแบบถูกกฏหมายเท่านั้น จริง ๆ แล้ว ก็ยังมีแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศแบบผิดกฎหมายอีกมาก แต่พี่ทุยเชื่อว่า จุดหมายหลัก ๆ ที่แรงงานผิดกฎหมายเลือกไป ก็ไม่ได้ต่างไปจากจุดหมายหลักของแรงงานที่ถูกกฎหมายนัก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะแตกต่างกันก็คือ การไปแบบผิดกฎหมาย นอกจากเสี่ยงจากการได้รับบทลงโทษในประเทศที่เข้าไปแบบผิดกฎหมายแล้ว ก็ยังมีความเสี่ยงจากการได้รับการดูแล ได้รับเงินที่ไม่ยุติธรรม รวมทั้งอาจเสี่ยงที่จะเผชิญกับความไม่เป็นธรรมอื่นๆ เช่น การทารุณกรรม การบังคับขู่เข็นให้ทำงานผิดกฎหมาย อีกด้วย 

ดูของไทยกันแล้ว คราวนี้ พี่ทุยจะพาทุกคนมาเปิดโลก ดูเพื่อน ๆ ทั่วโลกกันบ้างว่า ส่วนใหญ่แล้ว การย้ายถิ่นฐานไปทำงานในต่างประเทศเป็นยังไง

พี่ทุยไปอ่านเจอมาในรายงานเรื่องการย้ายถิ่นฐานทั่วโลกประจำปี 2022 ที่จัดทำโดย องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานจัดทำบทวิจัยของ องค์การสหประชาชาติ (UN) โดยในรายงานฉบับนี้ คาดการณ์ว่า​ปี 2019 โลกเรามีประชากรที่ย้ายถิ่นฐานไปทำงานในต่างประเทศ 169 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 164 ล้านคน ในปี 2017​ เมื่อดูรายละเอียดการย้ายถิ่นฐานของแรงงานว่า ไปยังกลุ่มประเทศแบบไหน พบว่า มีดังนี้ 

สัดส่วนการย้ายถิ่นฐานของแรงงานไปยังกลุ่มประเทศรายได้ระดับต่าง ๆ

สัดส่วนการย้ายถิ่นฐานของแรงงานไปยังกลุ่มประเทศรายได้ระดับต่าง ๆ

 

พอไปดูแบบเจาะจงรายละเอียดให้มากขึ้นว่า​ ภูมิภาคหรืออาณาเขตไหนเป็นแหล่งที่รองรับแรงงานอพยพย้ายถิ่นฐานมากที่สุด พบว่า อันดับ 1 คือ อเมริกาเหนือ 102.4 ล้านคน หรือ 61% ตามด้วยอาหรับ ยุโรปตอนเหนือ ยุโรปตอนใต้ และยุโรปตะวันตก โดยในส่วนของประเทศแถบอาหรับเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของแรงงานอพยพย้ายถิ่นฐาน คิดเป็น 41.4%

แรงงานทั่วโลกย้ายถิ่นฐานไปทำงานที่ภูมิภาคไหน

แรงงานทั่วโลกย้ายถิ่นฐานไปทำงานที่ภูมิภาคไหน

คราวนี้ เรามาดูกันบ้างว่า ถ้าส่องจากทั่วโลกแล้ว การส่งกลับรายได้จากต่างประเทศมาจากต้นทางตรงไหนเยอะ ทั้งในแง่จำนวนเงิน และสัดส่วนจำนวนเงินเมื่อเทียบกับ GDP โดยรวมของประเทศ ซึ่งก็จะเป็นเครื่องสะท้อนได้ดีว่า จุดนั้นมีแรงงานจากต่างประเทศไปทำงานอยู่เยอะ

20 อันดับ ประเทศต้นทางที่มียอดส่งเงินทำงานข้ามประเทศมากที่สุดในโลก

20 อันดับ ประเทศต้นทางที่มียอดส่งเงินทำงานข้ามประเทศมากที่สุดในโลก

คำอธิบาย​

  • ซ้าย คือ ประเทศที่แรงงานไปทำงานแล้วส่งเงินกลับมากที่สุด ในแง่จำนวนเงิน 
  • ขวา คือ ประเทศที่แรงงานไปทำงานแล้วส่งเงินกลับมากที่สุด ในแง่สัดส่วนต่อ GDP 

จากข้อมูลนี้ ก็จะพบว่า ไทยก็ติดอันดับประเทศต้นทางที่แรงงานส่งเงินกลับไปประเทศอื่น ทั้งในเชิงมูลค่าเงินและสัดส่วนต่อ GDP  

ทั้งนี้ ในรายงาน ระบุว่า เงินรายได้ที่มาจากแรงงานอพยพย้ายถิ่นฐานส่งกลับเข้ามาในประเทศนั้น​​มีส่วนสำคัญกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของหลาย ๆ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้​อย่างมาก โดยฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่มีแรงงานอพยพไปทำงานในต่างประเทศ หลากหลายพื้นที่ของโลก และมีการส่งกลับเงินมายังประเทศสูงถึง 35,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2020 หรือเกือบ 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เป็นอันดับ 4 ถัดจาก อินเดีย จีน และเม็กซิโก  

เงินรายได้จากแรงงานจำนวนมากที่ถูกส่งกลับมายังฟิลิปปินส์ จะมาจากสหรัฐฯ ขณะที่แหล่งเงินทำงานต้นทางอื่นๆ ที่สำคัญคือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และซาอุดีอาระเบีย 

ส่วนเวียดนาม ก็ติดอยู่ใน 10 อันดับของประเทศที่รับเงินที่แรงงานส่งกลับประเทศเช่นกันในปี 2020 ด้วยมูลค่าสูงถึง 17,000 ล้านดอลลาร์ 

ขณะเดียวกัน พบว่า ในด้านมืด แรงงานอพยพผิดกฎหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งที่อพยพภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เอง และที่ไปทำงานในส่วนอื่น ๆ ของโลก มีค่อนข้างมากเช่นกัน ซึ่งบ่อยครั้งก็มาจากการดำเนินการเคลื่อนย้ายแรงงานโดยเครือข่ายลักลอบค้าแรงงานผิดกฎหมาย ​

เส้นทางหลักของแรงงานผิดกฎหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เส้นทางหลักของแรงงานผิดกฎหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นี่เป็นข้อมูลส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น ที่พี่ทุยหยิบมาให้ดูเท่านั้น ซึ่งพี่ทุยมองว่า ปัจจัยสำคัญเลยที่ทำให้แรงงานไปทำงานในต่างประเทศกันมากขึ้น ก็มาจากที่คนทั่วโลกสามารถเดินทางไปมาหาสู่กับต่างประเทศได้สะดวกมากขึ้น ประกอบกับแต่ละประเทศก็มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนทักษะแรงงาน โดยส่วนสำคัญมาจากปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ที่จำนวนประชากรเกิดใหม่น้อยลง แต่ประชากรสูงอายุมากขึ้น ทำให้ขาดแคลนประชากรวัยแรงงาน หรืออาจจะมาจากการที่ประเทศเพิ่งผ่านสถานการณ์สงคราม ความวุ่นวายต่างๆ มา แล้วทำให้จำนวนประชากรวัยแรงงานหดหายไป เป็นต้น  

ดังนั้น  การที่แรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ในเมื่อพวกเขามองเห็นเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้ ยกระดับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น 

อย่างไรก็ตาม การเลือกไปทำงานในต่างแดน ก็ต้องยอมรับให้ได้ว่า มีความเสี่ยงที่ต้องเจอหลากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ความเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อมในจุดหมายที่เดินทางไป ซึ่งอาจจะมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อย หรือความเสี่ยงจากการเมืองวุ่นวาย และความเสี่ยงจากสงคราม เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในอิสราเอลนั่นเอง

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile