ทำไม ต่างชาติเทขายหุ้นไทย หุ้นตกรอบนี้ควรช้อนมั้ย ?

ทำไม ต่างชาติเทขายหุ้นไทย หุ้นตกรอบนี้ควรช้อนมั้ย ?

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • หลังการเลือกตั้งจนถึงวันที่ 30 พ.ค. 2566 นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยออก 12 วันติดต่อกัน รวมแล้วกว่า 26,205.48 ล้านบาท กดดัชนี SET มาปิดที่ระดับ 1,534.81 จุด ฟื้นตัวบ้างแต่ก็มาจากหุ้น Delta และหุ้นที่รับผลกระทบจากนโยบายการเมืองน้อย
  • สภาพเศรษฐกิจและมูลค่าตลาดหุ้นไทย ก็ถือว่าเหมาะสมแล้วที่ดัชนี SET จะขึ้นมาเคลื่อนไหวที่ระดับประมาณ 1,500-1,600 จุด ความเคลื่อนไหวต่อจากนั้นจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยใหม่ที่จะมากระทบ ซึ่งก็คือ ผลการเลือกตั้ง
  • ถ้ามีเวลาติดตามตลาดหุ้น ช่วงเวลานี้ไม่ควรลงทุนแบบหว่านทั้งตลาด แต่มองหาโอกาสโดยอาศัยความขยัน ค้นหาหุ้นรายตัวที่ไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทางการเมือง แต่ราคาปรับตัวลงตามอารมณ์ตลาดด้วย

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

หลังการเลือกตั้งจนถึงวันที่ 30 พ.ค. 2566 นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 3,063.57 ล้านบาท ทำให้ ต่างชาติเทขายหุ้นไทย 12 วันติดต่อกัน รวมแล้วกว่า 26,205.48 ล้านบาท กดดัชนี SET มาปิดที่ระดับ 1,534.81 จุด ฟื้นตัวบ้างแต่ก็มาจากหุ้น Delta และหุ้นที่รับผลกระทบจากนโยบายการเมืองน้อย (จากก่อนเลือกตั้งเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,561.35 จุด)

สรุปการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติหลังเลือกตั้ง ในตลาดหุ้นไทย

นักลงทุนทุกคนคงมีคำถามว่าทำไมนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย จะขายอีกหรือไม่? จะกลับมาซื้อหุ้นไทยอีกหรือไม่? ได้เวลาช้อนหรือควรอยู่ห่างๆ

ทำไม ต่างชาติเทขายหุ้นไทย ?

มองภาพที่เศรษฐกิจไทยตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ปี 2023 ฟื้นตัวมาอยู่ที่ระดับเดียวกับก่อน COVID-19 ระบาดแล้ว ส่วนระดับดัชนี SET ก็อยู่ที่เดียวกับก่อน COVID-19 เช่นเดียวกับคาดการณ์กำไร (EPS) บริษัทในตลาดหุ้นไทยสำหรับปีนี้อยู่ที่ 94.5 บาทต่อหุ้น เป็นระดับเดียวกับต้นปี 2020

ดังนั้นทั้งสภาพเศรษฐกิจและมูลค่าตลาดหุ้นไทย ก็ถือว่าเหมาะสมแล้วที่ดัชนี SET จะขึ้นมาเคลื่อนไหวที่ระดับประมาณ 1,500-1,600 จุด ความเคลื่อนไหวนอกเหนือจากนี้ จึงขึ้นอยู่กับปัจจัยใหม่ที่จะเข้ามากระทบ ซึ่งก็คือ ผลการเลือกตั้ง

เมื่อเกิดการเปลี่ยนขั้วแถมเป็นกลุ่มที่มีนโยบายไม่เอื้อต่อนายทุนและบริษัทใหญ่อาจส่งผลต่อสัมปทานและการทำสัญญา ซึ่งตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนหุ้นที่เป็นกลุ่มนายทุนและบริษัทใหญ่สูง นอกจากนี้ภาพการจัดตั้งรัฐบาลก็ยังมีความไม่แน่นอนจนกว่าจะมีโหวตเลือกนายกฯ

ก่อนหน้านี้นักลงทุนต่างชาติมีสถานะซื้อสุทธิหุ้นไทยทำให้กำไรที่ได้จากค่าเงินบาทไปด้วย ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมือง ช่วงนี้นักลงทุนต่างชาติจึงเทขายหุ้นไทยอย่างหนัก

ต่างชาติเทขายหุ้นไทย ไปอีกนานแค่ไหน ?

จากสถานการณ์ที่พี่ทุยเล่ามา รูปการณ์ก็คงไม่เปลี่ยนแปลงในเร็ววัน ดังนั้นตอบก่อนเลยว่ามีโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะขายหุ้นไทยอีก ในเมื่อมีโอกาสขายหุ้นไทยอีก แล้วนักลงทุนต่างชาติยังมีหุ้นไทยในกระเป๋าให้ควักออกมาเทขายถล่มอีกหรือไม่

ทำไม ต่างชาติเทขายหุ้นไทย หุ้นตกรอบนี้ควรช้อนมั้ย ?

ข้อมูลปี 2565 ชี้ว่านักลงทุนต่างชาติมีสถานะซื้อสุทธิประมาณ 202,694 ล้านบาท ขณะที่เข้าปีนี้สลับเป็นขายสุทธิแล้วกว่า 92,000 ล้านบาท ดังนั้นตอบได้ชัดว่ามีโอกาสสูงที่ต่างชาติจะขายหุ้นไทยต่อ

เพียงแต่ว่านักลงทุนต่างชาติจะใช้วิธีทยอยขายหุ้นประคองราคาเพื่อไม่ส่งผลเสียต่อราคาหุ้นที่ยังคงถืออยู่หรือไม่? (ดีกว่าเทขายทีเดียวหมด)

ดัชนี SET จะต่ำที่สุดประมาณช่วงไหน ?

จุดนี้ต้องประเมินด้วยมูลค่าดัชนี SET ที่มีความเหมาะสม ซึ่งอาจใช้การเทียบกับช่วงก่อน COVID-19 ด้วยประมาณการอัตราส่วน P/E จากนักวิเคราะห์ หรือที่เรียกกันว่า Forward P/E

ปัจจุบัน Forward P/E อยู่ที่ 16.01 เท่า ส่วนต้นปี 2020 อยู่ที่ 17.75 เท่า ถ้ามองแบบนี้บอกเลยว่าดัชนี SET อยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว เรียกว่าดัชนีลดลงมาจนมูลค่าต่ำกว่าก่อน COVID-19 ระบาดแล้ว เพียงแต่ว่านโยบายที่ไม่เอื้อต่อทุนใหญ่จะส่งผลให้กำไรของบริษัทใหญ่ลดลง คาดการณ์กำไร (EPS) บริษัทในตลาดหุ้นไทยก็จะลดลงอีก

ดังนั้นมีความเป็นไปได้ 2 ทาง คือ

  • ดัชนี SET เคลื่อนไหวในกรอบแคบ เพราะการปรับตัวลงก่อนหน้านี้เป็นการรับข่าวความไม่แน่นอนไปแล้ว
  • ดัชนี SET ปรับตัวลงต่อ โดยอาจมาจากแรงกดดันจากปัจจัยเดิม หรืออาจมีความไม่แน่นอนใหม่เข้ามากระทบตลาด

ถ้าไม่มีความไม่แน่นอนใหม่มากระทบตลาด แล้วนักลงทุนต่างชาติเลือกวิธีทยอยขายหุ้น มีความเป็นไปได้สูงที่ดัชนี SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ รอปัจจัยใหม่

ต่างชาติจะกลับมาซื้อหุ้นไทยอีกหรือไม่ ?

การเปลี่ยนขั้วทางการเมือง สำหรับนักลงทุนแล้วถือว่า “เป็นความไม่แน่นอน” จากนโยบายต่าง ๆ ที่ยังไม่แน่ชัดว่าจะออกมารูปแบบไหน ไปจนถึงสถานการณ์การเมืองที่อาจจะเกิดความวุ่นวายขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้นหากยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ หรือเห็นแนวทางทางการเมืองที่ชัดเจน ก็ยากที่เงินทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้ามา

อย่างไรก็ตาม เมื่อจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว ก็ยังต้องรอดูว่านโยบายจะเป็นไปในทิศทางไหน หากรัฐบาลใหม่ใช้นโยบายที่เน้นกระจายรายได้ เพิ่มค่าแรง (ที่อาจไม่มีแผนรอบรับ) รวมถึงการเก็บภาษีเพิ่มขึ้น นโยบายเหล่านี้จะเป็นผลลบกับบริษัทขนาดใหญ่ และต่อเนื่องเป็นกระแสกดดันตลาดหุ้นไทยอย่างแน่นอน

ถ้ามองตลาดหุ้นไทยที่เป็นสินค้าที่ต้องแข่งขันกับตลาดหุ้นอื่น ๆ ทั่วโลก แน่นนอนว่า เม็ดเงินย่อมไหลไปหาตลาดหุ้นที่เอื้อประโยชน์ให้มากกว่า และมีโอกาสทำกำไรได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาวมากกว่าด้วยเช่นกัน

ควรช้อนหรืออยู่ห่าง ๆ ?

ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นมาถึงระดับก่อน COVID-19 ระบาด แต่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ส่งให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างโดดเด่นอีกครั้ง ส่วนมูลค่าตลาดหุ้นก็ไม่ได้ถูกแบบลดกระหน่ำ ด้านประมาณการกำไรของบริษัทก็เป็นขาลง แถมนักลงทุนต่างชาติก็มีแนวโน้มขายมากกว่าจะซื้อหุ้นไทย

พี่ทุยแนะนำว่าถ้าไม่มีเวลาติดตามตลาดหุ้น ควรอยู่ห่าง ๆ ดูสถานการณ์ได้อีกระยะหนึ่งเลย

ถ้ามีเวลาติดตาม ช่วงเวลานี้ไม่ควรลงทุนแบบหว่านทั้งตลาด แต่มองหาโอกาสโดยอาศัยความขยัน ค้นหาหุ้นรายตัวที่ไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทางการเมือง แต่ราคาปรับตัวลงตามอารมณ์ตลาดด้วย ย้ำอีกครั้งว่าต้องมีเวลาติดตาม พร้อมซื้อขายตลอด เพราะการเมืองยังไม่แน่นอน อารมณ์ของตลาดอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกเวลา

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile