จากที่รัฐสภายุโรปลงคะแนนเสียงอนุมัติการใช้สายชาร์จมาตรฐานเดียวกันในอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และกล้องถ่ายรูป โดยให้มีผลตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นไป หลังข่าวนี้ออกมาก็ทำให้มีทั้งผู้ประกอบการที่ได้ประโยชน์ และเสียประโยชน์ วันนี้พี่ทุยก็เลยอยากชวนทุกคนมาติดตามด้วยกันว่า หากทั่วโลกบังคับใช้ สายชาร์จ USB-C หุ้นตัวไหนได้หรือเสียประโยชน์บ้าง ?
USB-C คืออะไร
เป็นขั้วการเชื่อมต่อที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม ใช้เพื่อส่งข้อมูลและพลังงานด้วยสายเคเบิลเส้นเดียว พัฒนาโดยองค์กร USB Implementers Forum (USB-IF) ซึ่งเป็นองค์กรกลางพัฒนา รับรอง และดูแลมาตรฐาน USB ที่มีบริษัทสมาชิกมากกว่า 700 แห่งทั่วโลก
มูลค่าตลาดของ USB-C
- ปี 2022 15,900 ล้านดอลลาร์
- ปี 2030 37% ของตลาด USB ในโลก
- ส่วนแบ่งตลาดในปัจจุบัน 37% ของตลาด USB ในโลก
เหตุผลที่ยุโรปอยากใช้ สายชาร์จ USB-C มาตรฐานเดียว
รายละเอียดมติของยุโรป
- บังคับใช้สายชาร์จ USB-C กับอุปกรณ์มือถือ (สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต กล้องถ่ายรูป และหูฟัง) ภายในปี 2024
- บังคับใช้สายชาร์จ USB-C เพิ่มกับแล็บท็อป ภายในปี 2026
ส่วนที่ได้ประโยชน์จากการใช้ สายชาร์จ USB-C มาตรฐานเดียว
- ด้านผู้บริโภค ได้รับความสะดวก ไม่ต้องซื้อสายชาร์จใหม่เวลาเปลี่ยนอุปกรณ์ สามารถใช้สายชาร์จเดิมกับอุปกรณ์ใหม่ได้ ด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจคือ ประหยัดเงินได้มากกว่า 250 ล้านยูโรต่อปี
- ด้านสิ่งแวดล้อม ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่มาจากสายชาร์จที่ไม่ใช้แล้ว เพราะสายชาร์จที่ไม่ได้ใช้กลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ถึง 11,000 ตันต่อปี
ถ้าดูจากรายชื่อหุ้นที่ได้ประโยชน์ กับเสียประโยชน์แล้ว ก็ต้องบอกว่า ฝั่งเซมิคอนดักเตอร์ยังไงก็ได้ประโยชน์ เพราะเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ USB ตามความต้องการของอุปกรณ์ประเภทต่าง ๆ
ส่วน Apple เป็นหุ้นหลัก ๆ ที่อาจจะเสียประโยชน์จากการใช้ USB มาตรฐานเดียว เพราะปัจจุบันอุปกรณ์ของ Apple ใช้หัวชาร์จที่เป็นลักษณะเฉพาะของตัวเอง
หากกฎเกณฑ์ออกมาเช่นนี้ ก็หมายความว่า อุปกรณ์ชาร์จรุ่นเก่าของ Apple ก็จะไม่สามารถนำมาใช้ได้กับอุปกรณ์รุ่นใหม่ ๆ ในอนาคตที่จะต้องใช้หัวชาร์จ USB-C แทน แต่ก็มีนักวิเคราะห์บางคนที่มองมุมบวกว่า ถ้าอุปกรณ์ของ Apple ใช้สายชาร์จเหมือนอุปกรณ์ยี่ห้ออื่น ๆ ก็อาจจะเป็นผลดีทำให้คนใช้อุปกรณ์ Apple มากขึ้น เพราะเข้าถึงได้ง่ายขึ้นนก็ได้
ทั้งนี้ มีแหล่งข่าวคาดการณ์ว่า Apple จะพัฒนา iPhone ที่รองรับหัวชาร์จ USB-C โดยน่าจะผลิตออกมาช่วงต้นปี 2023
มาถึงตรงนี้บางคนอาจจะสงสัยว่า แค่ภูมิภาคยุโรปอย่างเดียวบังคับใช้สายชาร์จ USB-C มาตรฐานเดียว จะมีผลกระทบมากขนาดนั้นเลยหรือ พี่ทุยก็ต้องบอกว่า เพราะการบังคับใช้ของยุโรปเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งยุโรปเป็นตลาดที่ใหญ่พอสมควร
ดังนั้นถ้าบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์จะต้องปรับเปลี่ยนไปใช้มาตรฐานยุโรป ก็คงไม่ได้ปรับเฉพาะอุปกรณ์ที่ขายแต่ในยุโรป แต่เป็นการปรับให้เหมือนกันทั่วโลก
ขณะเดียวกันในมุมของการบังคับใช้ พี่ทุยก็คิดว่า หลังจากยุโรปลงมติไปแล้ว ก็อาจจะมีประเทศอื่น ๆ ทยอยมีมติ ออกกฎหมาย หรือมีความเห็นไปในทางเดียวกันอีก ซึ่งที่ผ่านมาก็มีบางประเทศส่งสัญญาณบ้างแล้ว
มีประเทศอื่นอีกมั้ยที่อาจจะบังคับใช้สายชาร์จ USB-C มาตรฐานเดียว
1. สหรัฐฯ
2. บราซิล
สุดท้ายนี้ พี่ทุยมองว่า การใช้ USB-C มาตรฐานเดียวไปเลย มันก็คงจะดีกับผู้บริโภคอย่างเรา ที่ไม่ต้องปวดหัวกับการพกสายชาร์จหลาย ๆ แบบ เพื่อให้กับอุปกรณ์หลายอย่างที่มีอยู่ ที่มีหัวชาร์จไม่เหมือนกัน
แต่เราก็ยังฟันธงไม่ได้ว่ามาตรฐานนี้จะอยู่อีกนานแค่ไหน เพราะเทคโนโลยีก็เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ยังมีโอกาสที่เราจะเห็นเทคโนโลยีการชาร์จปรับเปลี่ยนไปได้อีกในอนาคต
อ่านเพิ่ม
- หุ้น Apple มีอะไรน่าสนใจ ทำไม Warren Buffet ถึงเก็บกว่า 40% ของพอร์ต
- ทำไม Samsung ถึงเป็นสมาร์ทโฟนที่ขายดีที่สุดในโลก ?
- ส่องประวัติ Steve Jobs | EP 1/2 ผู้เปลี่ยนโลกด้วยนวัตกรรมคอมพิวเตอร์-สมาร์ทโฟน
- ส่องประวัติ Tim Cook จากผู้ที่เคยปฏิเสธเข้าทำงาน Apple สู่ CEO
- กองทุน “หุ้นยั่งยืน (ESG)” น่าลงทุนอยู่มั้ย ? – จะยั่งยืนเหมือนชื่อหรือเปล่า
- วิกฤตพลังงานยุโรป ส่อแววกระทบนักลงทุนยังไงบ้าง ?