หุ้น Betagro (BTG) หรือ เบทาโกร ธุรกิจอาหารกว่า 55 ปี เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่แทบทุกคนต้องรู้จัก เพราะผลิตภัณฑ์ของบริษัทแทรกซึมไปอยู่ในแทบจะทุกมื้ออาหารของเรา แม้จะไม่ใช่เบอร์ 1 อย่าง CPF แต่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่คอยดูแลปากท้องเราให้อิ่มอยู่เกือบทุกมื้อ
หุ้น Betagro (BTG) ระดมทุนไปทำอะไร
BTG มีทุนจดทะเบียน 10,000 ล้านบาท เป็นทุนชำระแล้ว 7,500 ล้านบาท เตรียมจะเสนอขายหุ้นเป็นจำนวน 500 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด มีมูลค่าที่ตราไว้ต่อหุ้น (ราคาพาร์) 5 บาท โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนยื่นไฟลิ่งเตรียมเสนอขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อต้นเดือน พ.ค. น่าจะระดมทุนได้ไม่เกิน มิ.ย. 2565 นี้
โดยจุดประสงค์ในการระดมทุนนั้นจะนำไปขยายธุรกิจด้วยการซื้อฟาร์มและโรงงานแห่งใหม่ ทั้งโรงงานแปรรูปอาหารและเนื้อสัตว์ โรงงานผลิตไข่ไก่และโปรตีนทางเลือก ทั้งในประเทศและประเทศใกล้เคียงอย่าง กัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา นอกจากนี้ยังนำเงินไปลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อมาต่อพัฒนาธุรกิจ หากมีเงินเหลือจะนำไปชำระเงินกู้และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
สัดส่วนผู้ถือ “หุ้น Betagro”
โครงสร้างผู้ถือหุ้นของ Betagro ประกอบด้วย
1. บริษัทเบทาโกร โฮลดิ้ง จำกัด 700,000,000 หุ้น สัดส่วน 46.7%
2. TAE HK Investment 400,000,000 หุ้น สัดส่วน 26.7%
3. กลุ่มเจนจิรา แต้ไพสิฐพงษ์ สัดส่วน 2.5%
4. กรพจน์ อัศวินวิจิตร สัดส่วน 1.8%
5. กรรมการและผู้บริหาร สัดส่วน 6.5%
ธุรกิจของเบทาโกร
เบทาโกรเป็นหนึ่งในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมและอาหารแบบครบวงจรมาก มีตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ เรียกได้ว่าครบครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิตเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการผลิตอาหารสัตว์ เวชภัณฑ์ และสารเสริมสำหรับสัตว์ ฟาร์มปศุสัตว์ เนื้อสัตว์แปรรูป ผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพสำหรับผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง และยังมีการส่งออกและขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศอีกด้วย โดยมีกลุ่มธุรกิจหลัก ๆ ประกอบด้วย
- กลุ่มธุรกิจเกษตร
- กลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน
- กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ
- กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง
นอกจากนี้ยังมีการบริหารงานที่แข็งแกร่งไม่ว่าจะเป็นการบริหาร การเงิน การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงมีสำนักวิจัยและพัฒนาเป็นของตัวเอง ทำให้ธุรกิจสามารถพัฒนาและขยายตัวได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน
ผลิตภัณฑ์ที่คุ้นตาของเบทาโกร
ถือว่าครบวงจรจริง ๆ กับธุรกิจของเบทาโกรมีสินค้าที่ตอบสนองความต้องการอาหารของเรา มีไส้กรอกอร่อย ๆ อย่าง Itoham สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างครบครัน มีร้านค้าในการจัดจำหน่ายสินค้า และร้านอาหารคาเฟ่เบเกอรี่ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าเป็นของ Betagro อย่าง Hon Aji Ramen ที่เห็นได้ตามห้างและรถไฟฟ้าใต้ดิน และ Little Mermaid ที่เราจะเห็นได้ในห้างชั้นนำอย่าง Termanal 21, Emquatier และ Emporium
BTG และสามหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารในตลาด
เบทาโกรถือว่ามีรายได้สูงพอตัวเลย โดยมีรายได้ปี 2564 เป็นอันดับของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารในตลาด มีรายได้อยู่ที่ 86,743 ล้านบาท ส่วน CPF เบอร์ 1 นั้นมีรายได้มากกว่าเบทาโกร 6 เท่าหรือ 517,584 ล้านบาท และมีรายได้มากกว่า TFG ที่มีรายได้ 35,074.25 ประมาณ 2.5 เท่า
ซึ่งในปี 2564 นั้นเป็นปีที่กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารนั้นมีรายได้และกำไรสุทธิลดลง โดยเฉพาะบริษัทที่มีรายได้จากต่างประเทศเยอะ เพราะสถานการณ์โควิดที่ส่งผลกระทบหนักในธุรกิจส่งออก และรายได้จากภายในประเทศลดลง
ทางด้านรายได้ในปี 2565 กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารมีแนวโน้มที่รายได้จะเพิ่มขึ้น จากราคาหมูแพงที่มีโอกาสลากยาวจนถึงครึ่งปีหลัง ทำให้กลุ่มธุรกิจนี้มีความน่าสนใจบวกกับการเปิดเมืองจากหลาย ๆ ประเทศทำให้ตัวเลขการบริโภคและส่งออกมากขึ้น
จุดที่โดดเด่นของ BTG น่าจะเป็นกำไรต่อหุ้นที่สูงที่สุดในกลุ่มอยู่ 3.07 บาท ต่อหุ้น โดย BTG นั้นมีนโยบายการปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 30% เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในหุ้นปันผลที่น่าสนใจเลยทีเดียว
ทั้งนี้ก็ต้องดูกันต่อไปว่า BTG จะเปิดตัวเมื่อไหร่ เเต่น่าจะอยู่ภายในเดือน มิ.ย. 2565 นี้ และราคา IPO จะสูงเกินไปมั้ย เพราะ BTG เองก็เป็นหุ้นอีกตัวที่มวลชนให้ความสนใจน่าจะใกล้เคียง OR และ TIDLOR ด้วยรุปแบบธุรกิจที่เข้าใจง่ายและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำของทุกคน
อ่านเพิ่ม