[บทวิเคราะห์] เศรษฐกิจโลก GDP เเต่ละประเทศเป็นยังไงกันบ้าง ?- ดีขึ้นหรือแย่ลง

[บทวิเคราะห์] เศรษฐกิจโลก GDP เเต่ละประเทศเป็นยังไงกันบ้าง ?- ดีขึ้นหรือแย่ลง

4 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • IMF คาดการณ์ล่าสุดว่า GDP โลกปีนี้ +3.6% โดยสหรัฐฯ +3.7% จีน +4.4% รัสเซีย -8.5% ไทย +3.3% ทั้งหมดนี้เป็นตัวเลขที่ลดลงมาจากที่เคยมองไว้เมื่อเดือน ม.ค. 2022 ทั้งสิ้น
  • ปัจจัยหลัก ที่ทำให้เศรษฐกิจประเทศทั่วโลกมีแนวโน้มแย่ลง ก็มาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ไปกดดันเงินเฟ้อ ทำให้ประเทศต่าง ๆ ต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ไม่ทันไรก็ไตรมาสที่ 2 ของปี 2022 แล้ว แถมต้นปีก็มีเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นเยอะจริง ๆ วันนี้พี่ทุยเลยอยากชวนเพื่อน ๆ มาเช็คสุขภาพ “เศรษฐกิจโลก” ว่าแต่ละประเทศว่า ตอนนี้เป็นยังไงกันบ้าง อยู่ดีมีสุขกันมั้ย ประเทศไหนเศรษฐกิจดูดีขึ้นหรือแย่ลง

วันที่ 20 เม.ย. 2022 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกมาปรับประมาณการเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งดูแล้วภาพรวม “เศรษฐกิจโลก” แย่ลงกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศหลัก ๆ ที่เศรษฐกิจมีขนาดใหญ่ มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกโดยรวม

[บทวิเคราะห์] เศรษฐกิจโลก GDP เเต่ละประเทศเป็นยังไงกันบ้าง ?- ดีขึ้นหรือแย่ลง

ถ้าดูจากตัวเลข GDP นี้จะเห็นว่า ทุกประเทศถูกปรับลดประมาณการกันหมดแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ไทยเรา แต่พี่ทุยแอบไปดูไส้ในของประมาณการรอบนี้มา ก็พบว่า จริง ๆ แล้ว ยังมีบางประเทศที่ IMF ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2022 อยู่ โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา และแอฟริกานั่นเอง

ทำไมภาพรวม “เศรษฐกิจโลก” ปี 2022 ถึงแย่ลง

พอเราดูกันแบบรวม ๆ เกี่ยวกับประมาณการเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจประเทศหลัก ๆ แล้ว คราวนี้ พี่ทุยจะพามาเอ็กซเรย์ให้เห็นไส้ในกันไปชัด ๆ มากขึ้นว่า อะไรกันที่ทำให้เศรษฐกิจโลกเดินมาถึงจุดที่ดูไม่สดใสเท่าเดิมที่เคยมองไว้ ซึ่งก็จะพบเหตุผลสำคัญ ดังนี้

5 ปัจจัยที่ IMF ชี้ว่าส่งผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

1. สงครามรัสเซีย-ยูเครน  

2. การใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดและตลาดการเงินผันผวน

3. การถอนคันเร่งใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจ

4. เศรษฐกิจจีนมีการเติบโตที่ช้าลง ผลพวงนโยบาย zero-COVID

5. การแพร่ระบาดและการเข้าถึงวัคซีน ที่ส่งผลต่อการขาดแคลนแรงงาน และทำให้เกิดการหยุดชะงักในห่วงโซ่อุปทาน

พอดูปัจจัยที่กระทบสุขภาพเศรษฐกิจโลกแล้ว จะพบว่า สงครามรัสเซียยูเครน เป็นปัจจัยหลักเลยที่กระทบเศรษฐกิจทั่วโลก เพราะว่า นอกจากจะฉุดให้เศรษฐกิจรัสเซียและยูเครนร่วงลงเละเทะแล้ว ยังกระทบชิ่งไปถึงเศรษฐกิจประเทศอื่นด้วย เพราะไปดันเงินเฟ้อประเทศอื่นเพิ่มขึ้น

เนื่องจากรัสเซียเป็นแหล่งพลังงาน รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์ สินค้าเกษตรบางอย่าง พอเกิดสงครามปุ๊บ รัสเซียโดนคว่ำบาตร ประเทศที่ร่วมคว่ำบาตรด้วยก็ไม่นำเข้าสินค้าจากรัสเซีย หรือนำเข้ามาน้อยลง คราวนี้ก็เลยไปทำให้เกิดปัญหาราคาน้ำมันแพงขึ้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และอาหารแพงขึ้น

เพราะเมื่อแหล่งอุปทานสำคัญของโลกถูกตัดออกไปจุดหนึ่ง ทุกคนก็ต้องไปรุมกันซื้อจากแหล่งอื่น ดันราคาเพิ่มขึ้น เหตุผลนี้เองเลยไปทำให้ต้นทุนการใช้ชีวิตของคนในประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกเพิ่มขึ้น จากแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่รายได้ต่ำ ที่สงครามนี้สั่นคลอนความเป็นอยู่เอามาก ๆ

พอดูตัวเลขของ IMF แล้ว พี่ทุยก็เลยลองเอาไปเทียบดูกับค่ายอื่น ๆ ที่ปรับประมาณการเศรษฐกิจโลกไปก่อนหน้านี้ว่าเป็นอย่างไร ก็พบว่า Fitch Rating เพิ่งจะปรับลดประมาณการ GDP โลกปี 2022 เหลือ +3.5% ลดลงไป 0.7% จากประมาณการรอบก่อน โดยหั่น GDP ยุโรป เหลือ 3.0% หรือลดลงไป 1.5% จากประมาณการก่อนหน้านี้ แล้วก็หั่น GDP สหรัฐฯ เหลือ +3.5% ลดลงไป 0.2% จากประมาณการรอบก่อน  

เหตุผลหลักที่ Fitch Rating หั่นประมาณการ ก็คล้ายกับ IMF คือ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ไปทำให้เกิดความเสี่ยงกับอุปทานด้านพลังงานของโลก เพราะรัสเซียป้อนพลังงานให้ทั่วโลกถึง 10% ซึ่งก็ไปทำให้ราคาพลังงานแพงขึ้น ขณะที่ทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยที่รวดเร็วขึ้นของสหรัฐฯ ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันเศรษฐกิจโลก

เจาะลึกเศรษฐกิจประเทศสำคัญ ๆ

คราวนี้ พี่ทุยจะพามาเจาะลึกกันต่อเป็นรายประเทศกันดีกว่า สำหรับประเทศที่เป็นคู่สงครามกันอย่างรัสเซียและยูเครน กับประเทศมหาอำนาจ 2 ขั้ว ที่มีอิทธิพลกับเศรษฐกิจโลกมากที่สุดอย่างสหรัฐฯ และจีน เอาให้เห็นกันชัด ๆ ว่า IMF มองแนวโน้มข้างหน้าเป็นยังไง  

  • รัสเซีย

เจอคว่ำบาตรการค้าและการเงิน ตัดขาดจากระบบโอนเงินข้ามประเทศอย่าง SWIFT แล้วก็แบนน้ำมันและก๊าซ ดังนั้นก็จะสร้างความเสียหายให้เศรษฐกิจมาก แถมตลาดการเงินก็ผันผวนสุด ๆ เงินรูเบิ้ลร่วง ต้องขึ้นดอกเบี้ยแรง ๆ เพื่อดึงเงินเอาไว้ บริษัทต่างขาติก็ถอนตัวออกจากรัสเซียไปในหลายอุตสาหกรรม การลงทุนและการบริโภคภาคเอกชนก็แย่ลง โดยรวมเลยทำให้ IMF มองว่า GDP ปีนี้ จะ -8.5%

  • ยูเครน

สงครามสร้างความเสียหายกับประเทศมหาศาล โดยในปี 2022 คาดว่าเศรษฐกิจยูเครน -35% และถ้าสงครามยังไม่จบเร็ว ๆ นี้ ยังมีการสูญเสียชีวิต สินทรัพย์ต่าง ๆ ก็จะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเสียหายต่อไปอีกหลายปี

  • สหรัฐฯ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ ถึงแม้จะมีความเชื่อมโยงกับรัสเซียจำกัด แต่ยังไงก็หนีไม่พ้นได้รับผลกระทบไปด้วยจากสงครามอยู่ดี ในเรื่องเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น แถมยังได้รับผลกระทบจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ติดเบรกใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะเงินเฟ้อพุ่งสูง และพอดูในด้านการค้ากับคู่ค้า ก็พบว่าเติบโตช้าลงเพราะคู่ค้าก็เจอผลกระทบจากสงคราม

  • จีน

การล็อกดาวน์เป็นประเด็นหลักเลยที่กระทบกับเศรษฐกิจ เพราะมีผลกับการจ้างงานในเมือง ซึ่งก็กระทบต่อไปยังการบริโภคภาคเอกชน และการล็อกดาวน์กระทบกับภาคการผลิตและศูนย์กลางการค้าสำคัญ ๆ ดังนั้น ผลกระทบนี้ก็เลยลุกลามไปถึงประเทศอื่น ๆ ด้วยทั้งในเอเชียด้วยกัน แล้วก็ภูมิภาคอื่น เพราะทำให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก

นอกจากนี้จีนยังเผชิญกับสถานการณ์การลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ ความต้องการจากภายนอกที่อ่อนแอลงเพราะสงคราม แต่สิ่งที่ดีของจีนคือ มีการใช้นโยบายที่สนับสนุนเศรษฐกิจมหภาคมากขึ้นมาชดเชย 

หากดูรวม ๆ แล้ว สุขภาพเศรษฐกิจทั่วโลกแย่กันถ้วนหน้า ถ้าจะทำให้ดีขึ้นได้ ก็คงต้องช่วยกันภาวนาให้สงครามรัสเซียยูเครน จบลงเร็ว ๆ เศรษฐกิจจะได้กลับมาตั้งไข่ฟื้นตัวกันได้ ส่วนเรื่องเงินเฟ้อที่ตอนนี้มาแรงแซงทางโค้ง ก็คงเป็นอีกเหตุผลที่ต้องจับตาว่า แต่ละประเทศจะเอาเงินเฟ้อลงกันได้มั้ย เพราะนี่ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจโลกโตลำบาก เพราะเงินเฟ้อไม่ได้มาในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังโต แต่มาในช่วงที่คนมีกำลังใช้จ่ายน้อยลงนั่นเอง

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile