พี่ทุยเชื่อว่าปี 2565 ถือว่าเป็นปีที่ท้าทายของนักลงทุนอีกปีอย่างแน่นอน เพราะมีหลาย ๆ เรื่องให้เราต้องติดตาม ทั้งเรื่องของเงินเฟ้อ และสงครามรัสเซีย-ยูเครน หลังจากที่พี่ทุยได้พูดคุย กับ ‘คุณหลวง-พสุ ลิปตพัลลภ’ จาก Robowealth ก็ได้เห็น ‘ภาพรวมของเศรษฐกิจ’ และ ‘แนวโน้ม’ ที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2565 นี้ แถมยังได้เทคนิคในการ “จัดพอร์ต” จากคุณหลวงในช่วงเวลานี้อีกด้วยล่ะ
สำหรับเพื่อน ๆ ที่พลาด LIVE ของพี่ทุยไป พี่ทุยได้สรุปประเด็นสำคัญที่น่าสนใจให้ได้อ่านกันง่าย ๆ สบาย ๆ เรียบร้อยแล้ว
Q : ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2565 จะเป็นอย่างไร ?
A : ต้องยอมรับว่าปี 2565 เป็นปีที่นักลงทุนต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมีปัจจัยเสี่ยงเกิดขึ้นมากมาย เริ่มมาตั้งแต่ต้นปีเลย อย่าง “สงครามรัสเซีย-ยูเครน” ที่เป็นตัวเร่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง และมีการคว่ำบาตร
ในขณะเดียวกันสถานการณ์โรคระบาด “โควิด-19” ที่ยังคงอยู่ ก็ทำให้เกิดสภาวะการขาดแคลนของฝั่งอุปทาน (Supply Shortage) ส่งผลให้สินค้าและบริการยังไม่สามารถผลิตออกมาได้ตามความต้องการในการบริโภค
ซึ่งปัจจัยทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนเป็นตัวเร่งที่ทำให้เกิด “เงินเฟ้อ” สูงในช่วงที่ผ่านมา โดยจะเห็นได้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาสูงมากถึงระดับ 7.9% และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมยังมีบทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์ที่ออกมาลงความเห็นว่าน่าจะเห็นราคาสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มสูงขึ้นอีก อย่างราคาน้ำมันก็น่าจะได้เห็น 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำหรับปลายทางของเงินเฟ้อ เราจะเห็นการ “ขึ้นดอกเบี้ย” จากเหล่าธนาคารทั่วโลก ซึ่งสะท้อนถึงการเข้าสู่ช่วงที่เรียกว่า ‘ดอกเบี้ยขาขึ้น’ หลังจากที่เราอยู่ในช่วงดอกเบี้ยต่ำมาตลอดมากกว่า 10 ปี (ซึ่งรวมไปถึงการลดขนาดงบดุล)
และเมื่อดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น ก็จะทำให้ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ปรับขึ้นได้ยากกว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยส่วนตัวของคุณหลวงมองว่าตลาดน่าจะอยู่ในช่วงเลือกทาง แต่ให้น้ำหนักไปในทิศทางขาลง เสียมากกว่า ดังนั้น นักลงทุนเองก็ควรปรับพอร์ตกันอย่างระมัดระวังด้วย
Q : นักลงทุนจะปรับพอร์ตรับมือความผันผวนเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง ?
A : สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่พยายามจะเอาชนะตลาดในระยะสั้น มีโอกาสที่จะแพ้ในระยะยาวที่สูงมาก ดังนั้น ในสถานการณ์เช่นนี้การมอง ‘ระยะเวลา’ ที่ยาวมากขึ้น จะสามารถช่วยลดความผันผวนในระยะสั้น และช่วยให้เห็นภาพใหญ่ ๆ ได้
เพราะอย่างนักลงทุน VI ชื่อดังของโลกอย่าง ‘วอเรน บัฟเฟตต์’ ก็แนะนำว่าให้เลือกลงทุนกองทุนดัชนี แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้เติบโตในระยะยาว
แนะนำว่า ให้เลือกสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาวผ่าน “กองทุนรวม” ที่มีคุณภาพ พร้อมกับทยอยลงทุนแบบ DCA ไปเรื่อย ๆ ในระยะยาว หรือถ้าใครสามารถคัดเลือกสินทรัพย์การลงทุนได้เอง กระจายการลงทุนเป็น ก็สามารถทยอยลงทุนโดยตรงด้วยตัวเองได้เช่นกัน แต่ก็อย่าลืมติดตามพอร์ตการลงทุนอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง เพราะถ้าหากการวิเคราะห์เราผิดพลาดไป จะได้แก้ไขปรับเปลี่ยน “จัดพอร์ต” กันได้ทัน
Q : ทำไม Schroders Growth & Income ถึงเป็นทางออกสำหรับนักลงทุนในช่วงเวลานี้ได้ ?
A : Schroders Growth & Income เป็นพอร์ต Exclusive ระหว่าง Schroders กับทาง odini ที่จะกระจายลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ทั่วทุกมุมโลกแบบไม่มีข้อจำกัด สามารถลงทุนได้ทั้ง หุ้น ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่สินทรัพย์ทางเลือกอย่างสินค้าโภคภัณฑ์ก็สามารถลงทุนได้อย่างอิสระ และในบางช่วงเวลาสามารถลงทุนหุ้นทั่วโลกได้สูงถึง 90% หรือบางช่วงถ้าทีมบริหารพอร์ตมองว่ามีความเสี่ยงที่สูง อาจจะถือเงินสดได้ถึง 30% เลยก็เป็นไปได้เช่นกัน
โดยทาง Schroders มีทีมงานประเมินมุมมองเศรษฐกิจและแต่ละสินทรัพย์ทั่วโลก จากนั้นจะนำข้อมูลทั้งหมดเข้าทีมคณะกรรมการ แล้วประเมินสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสมมากที่สุด
พอร์ต Schroders Growth & Income คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยในระยะยาวประมาณ 8% ต่อปี (แนะนำลงทุนอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป) สอดคล้องกับ Back testing โดยไม่ว่าจะเกิดความผันผวนอย่างไรก็ตาม อย่างในช่วงที่เกิดวิกฤตโควิดระบาดใหม่ ๆ พอร์ต Schroders Growth & Income ติดลบสูงสุดประมาณ 15-20% เท่านั้น และจากนั้นประมาณ 3 เดือน ก็สามารถเด้งกลับมาที่เดิมได้อย่างรวดเร็ว
พอร์ต Schroders Growth & Income เป็นพอร์ตใหม่ที่เปิดภายใต้แบรนด์ odini Black เงินเริ่มต้นลงทุนเพียง 500,000 บาทก็สามารถเข้าถึงสินทรัพย์การลงทุนคุณภาพได้ทั่วโลก โดยเราสามารถใช้พอร์ต Schroders Growth & Income เป็น Core Port ได้เนื่องจากมีการกระจายสินทรัพย์ที่ดีเติบโตได้อย่างมั่นคง
Q : odini คืออะไร เข้ามาเปลี่ยนเรื่องลงทุนให้เป็นเรื่องง่ายได้อย่างไร ?
A : odini เข้ามาช่วยให้การลงทุนเป็นเรื่องที่ง่าย สำหรับใครที่ยังไม่มั่นใจเรื่องการลงทุนด้วยตัวเอง ทาง odini จะมีการจัดเตรียมพอร์ตสำเร็จรูปตามเป้าหมายการลงทุน มีการปรับสัดส่วนอัตโนมัติ โดยจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ส่วนหลัก
1. กองทุน T+1
เหมาะสำหรับเก็บเงินสภาพคล่องระยะสั้น เน้นสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากธนาคาร เบิกถอนสะดวก ถอนวันนี้ได้เงินสดใช้ภายในวันทำการถัดไป
2. General
เบื้องต้นจะมีการประเมินความเสี่ยงนักลงทุนที่เข้ามาลงทุน โดยจะแบ่งออกเป็น 5 ระดับตั้งแต่เสี่ยงต่ำไปจนเสี่ยงสูง โดยจะเป็นพอร์ตให้นักลงทุนเลือกลงทุนได้ง่าย ๆ เลือกลงทุนตามระดับความเสี่ยง
3. Ultimate Allocation
พอร์ต Ultimate Allocation จะอยู่ภายใต้ odini Black เงินลงทุนเริ่มต้น 500,000 บาท โดยทาง odini จะมีผู้เชี่ยวชาญการลงทุนบริหารจัดการและเลือกสินทรัพย์อย่างไม่มีข้อจัดไม่ว่าจะภูมิภาค รายประเทศ ประเภทสินทรัพย์ ไปจนถึงธีม นอกจากนี้ยังมีความยืดหยุ่นในการจับจังหวะการลงทุน รวมถึงถือหุ้นได้ 0-100% คาดหวังผลตอบแทนประมาณ 6%
4. Schroders Growth & Income
เป็นพอร์ตใหม่ที่เปิดภายใต้ odini Black เช่นกัน เงินลงทุนเริ่มต้น 500,000 บาท เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงสูงเน้นสร้างผลตอบแทนต่อเนื่องตามที่ได้พูดคุยไปก่อนหน้านี้เลย
odini มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนการลงทุนที่เป็นเรื่องยากให้เข้าใจง่ายขึ้น ไม่ว่าใครก็สามารถลงทุนได้
สำหรับใครที่สนใจสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://odiniapp.com/
หรือใครที่อยากรับชมการพูดคุยของพวกเรา ก็สามารถดู LIVE ย้อนหลังที่ได้
https://www.facebook.com/watch/live/?ref=watch_permalink&v=693192481879931
อ่านเพิ่ม