[สรุปโพสต์เดียวจบ] ทำไมน้ำมันเเพง ถึงเป็นชนวนเหตุ “ประท้วงคาซัคสถาน” ?

[สรุปโพสต์เดียวจบ] ทำไมน้ำมันแพง ถึงเป็นชนวนเหตุ “ประท้วงคาซัคสถาน” ?

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • การประท้วงใหญ่ในคาซัคสถาน เกิดจราจลอย่างควบคุมไม่ได้ จนรัฐบาลคาซัคสถานต้องร้องขอการช่วยเหลือจากรัสเซีย มีผู้เสียชีวิตถึง 225 คนและบาดเจ็บอีกประมาณ 4,300 คน 
  • เหตุการณ์เริ่มต้นด้วยการประท้วงราคาน้ำมันในประเทศที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ทั้ง ๆ ที่คาซัคสถานเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่
  • การประท้วงส่งผลต่อบริษัทน้ำมันทั่วโลก ราคายูเรเนียมพุ่งสูงขึ้น ราคา Bitcoin ก็ร่วงเช่นกัน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ข่าวใหญ่ต้อนรับปีใหม่ 2022 ที่หลายคนพูดถึงก็คือ ข่าว “ประท้วงคาซัคสถาน” ที่ก่อหวอดจากความไม่พอใจที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศถีบตัวสูงอย่างรวดเร็ว

การประท้วงรุนแรงจนเกิดจราจล รัฐบาลคาซัคสถานสั่งให้มีการปราบปราบอย่างเด็ดขาด อีกทั้งขอกำลังจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสยบเหตุการณ์ โดยมีผู้เสียชีวิตถึง 225 คนและบาดเจ็บอีกประมาณ 4,300 คนตามการรายงานจากทางการ

ต้นสายปลายเหตุของความรุนแรงนี่คืออะไร ทำไมการประท้วงใน “คาซัคสถาน” ถึงได้รับความสนใจจากทั่วโลก พี่ทุยสรุปมาให้ฟังกัน

เกิดอะไรขึ้น

การประท้วงเริ่มต้นในวันที่ 2 ม.ค. 2022 เมื่อประชาชนในเมือง Zhanaozen ที่ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันของคาซัคสถาน ไม่พอใจการทำงานของรัฐบาลที่ปล่อยให้ราคาเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า กระทบค่าครองชีพให้สูงขึ้น ทั้ง ๆ ที่คาซัคสถานเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ประเทศหนึ่งของโลก

การประท้วงได้ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ แม้ในวันที่ 5 ม.ค. 2022 จะมีประกาศว่า รัฐบาลจะลาออกและเลือกตั้งเใหม่ แต่ก็ไม่อาจบรรเทาคลื่นความไม่พอใจของประชาชนได้ เนื่องจากปัญหาการเมืองและคอรัปชันที่ฝั่งอยู่ในระบบคาซัคสถานเรื้อรังกว่า 30 ปี โดยผู้ประท้วงต้องการให้เปิดกว้างเรื่องการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองได้มากขึ้น และจัดสรรผลประโยชน์ทางสังคมที่ดีขึ้นด้วย

ครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมการประท้วงกว่า 50,000 คน และการประท้วงทวีความรุนแรงขึ้น มีผู้ประท้วงเข้าทำลายเผาสถานที่ราชการต่าง ๆ และเข้าควบคุมสนามบินนานาชาติอัลมาตี สนามบินหลักของประเทศ แม้ว่าทางการของคาซัคสถานประกาศเคอร์ฟิวแต่ก็ไม่อาจคุมสถานการณ์ไว้ได้ จนต้องกำลังหนุนจากเพื่อนบ้าน ซึ่งในวันที่ 7 ม.ค. 2022 รัสเซียได้ส่งกำลังทหารและยุทโธปกรณ์เข้าหยุดยั้งสถานการณ์

เหตุการณ์ “ประท้วงคาซัคสถาน” ส่งผลต่อราคาน้ำมัน ยูเรเนียม และ Bitcoin

คาซัคสถานเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกด้วยกำลังผลิต 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังเหตุการณ์ความรุนแรงในประเทศ ก็ทำให้บรรดาบริษัทน้ำมันทั่วโลกเป็นกังวลถึงเสถียรภาพในคาซัคสถาน โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่บริษัทด้านพลังงาน ExxonMobil และ Chevron ที่ลงทุนหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในภาคตะวันตกของคาซัคสถานซึ่งเป็นจุดกำเนิดการประท้วง

นอกจากนี้คาซัคสถานยังเป็นผู้ผลิตโลหะกัมมันตภาพรังสีรายใหญ่ที่สุดของโลก และมีการผลิตยูเรเนียมมากกว่า 40% ของโลก ซึ่งจากเหตุการณจราจลที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ราคายูเรเนียมโลกพุ่งสูงขึ้นเกือบ 8% จาก 42 ดอลลาร์เป็น 45.25 ดอลลาร์ ในวันเดียว 

ตามข้อมูล UxC ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น อาจทำให้การพึ่งพาซัพพลายเออร์นอกคาซัคสถานมากขึ้น เห็นได้จากหุ้นของบริษัทยูเรเนียมในอเมริกาเหนือและออสเตรเลียเพิ่มขึ้น ในขณะที่หุ้นของ Kazatomprom ซึ่งเป็นบริษัทขุดแร่ยูเรเนียมชั้นนำในคาซัคสถาน ร่วงลง 10% ในวันพุธที่ 5 ม.ค. 2022 (ราคา 28.90 ยูโร ณ วันที่ 14 ม.ค. 2022) 

และการประท้วงที่รุนแรงในประเทศทางการของคาซัคสถานจึงสั่งให้ตัดสัญญานอินเทอร์เน็ตในประเทศ กระทบนักขุด Bitcoin ที่มีเป็นจำนวนมากในคาซัคสถาน ส่งผลให้ราคา Bitcoin ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2021 อยู่ที่ประมาณ 42,000 ดอลลาร์ ในวันที่ 7 ม.ค. 2022

สาเหตุที่การประท้วงในคาซัคสถานมีผลต่อวงการ Bitcoin ขนาดนี้ก็เพราะว่า ก่อนหน้านี้จีนได้แบนการขุดคริปโตไปเมื่อปี 2021 เนื่องจากมองการขุดคริปโตเป็นกระบวนการที่ใช้พลังงานมาก นักขุดจำนวนมากจึงย้ายมาที่คาซัคสถานซึ่งยังมีราคาพลังงานที่ถูกอยู่

[สรุปโพสต์เดียวจบ] ทำไมน้ำมันเเพง ถึงเป็นชนวนเหตุ “ประท้วงคาซัคสถาน” ?

สาเหตุของ “ประท้วงคาซัคสถาน”

คาซัคสถานมีประชากรเกือบ 19 ล้านคน เป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชียกลางด้วย GDP ต่อหัว 27,000 ดอลลาร์และเงินสำรองมากกว่า 35 พันล้านดอลลาร์ จากการเป็นผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ แต่ทว่าราคาพลังงานในประเทศการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทั้ง ๆ ที่คลังสำรองในประเทศยังมีปริมาณมาก

แม้ว่าจุดเริ่มต้นจะเป็นการประท้วงเรื่องราคาน้ำมันแพง แต่การประท้วงก็ขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ เนื่องด้วยความไม่พอใจนโยบายของรัฐบาลที่กุมอำนาจบริหารประเทศเบ็ดเสร็จ สืบทอดมาตั้งแต่อดีตผู้นำ จนกระทั่งผู้นำคนปัจจุบัน ยาวนานกว่า 30 ปี

หลังจากพ้นจากการเป็นสมาชิกสหภาพโซเวียต คาซัคสถานมีประธานาธิบดีเพียงคนเดียว คือ “นูร์ซัลตาน นาซาร์บาเยฟ” ซึ่งส่งไม้ต่อให้แก่ “กาซีม โจมาร์ท โตคาเยฟ” ในปี 2019 ผ่านการเลือกตั้งที่ประชาชนส่วนมากมองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจเสียมากกว่า 

แม้ว่ารัฐบาลจะยอมสั่งลดราคาเชื้อเพลิง ตั้งกรรมาธิการพิเศษแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นต้นตอของการประท้วง และคณะรัฐบาลยอมลาออก แต่เหตุการณ์ก็ไม่สงบลง จนโตคาเยฟต้องประกาศกล่าวหาว่า มีกลุ่มก่อการร้ายจากต่างประเทศอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุรุนแรงในคาซัคสถาน เพื่อขอความช่วยเหลือจากพันธมิตร CSTO

รัสเซียส่งกำลังทหารเข้าร่วมปรามปรามผู้ประท้วงในคาซัคสถาน

เหตุการณ์ประท้วงในคาซัคสถานรุนแรงขึ้นจนไม่อาจคุมได้ ประธานาธิบดีโตคาเยฟจึงร้องขอความช่วงเหลือ จาก CSTO หรือ องค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกลุ่มประเทศพันธมิตร 6 ชาติอดีตสหภาพโซเวียต ซึ่งนำโดยรัสเซีย ที่ปกติจะไม่ยุ่งเกี่ยวกิจการภายในของกันและกัน แต่มีข้อยกเว้นว่าจะเข้าช่วยชาติสมาชิกเมื่อถูกคุกคามจากภายนอก

โดยกองกำลังสันติภาพจากทั้งเบลารุสและรัสเซียเดินทางไปถึงตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค. 2022 เป็นครั้งแรกที่ CSTO ส่งกองกำลังไปแทรกแซงปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศสมาชิก ด้านผู้นำคาซัคสถานได้กล่าวว่า ครั้งนี้ CSTO ส่งทหารเข้ามารวมกัน 2,030 นาย พร้อมสรรพาวุธอีก 250 รายการ

ในเวลาต่อมาโตคาเยฟยืนยันว่า ภารกิจของ CSTO “สำเร็จลุล่วงด้วยดี” และการถอนกำลังออกจากคาซัคสถานจนหมดจะใช้เวลานานไม่เกิน 10 วัน

ข่าวการยื่นมือเข้าช่วยของรัสเซียเป็นที่จับตาจากทั่วโลก โดย เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ  กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “สหรัฐฯ และทั่วโลกจะจับตาดูการละเมิดสิทธิมนุษยชนใด ๆ และเราจะจับตาดูการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดการยึดครองคาซัคสถาน”

โดยสัปดาห์หลังจากการประท้วง โตคาเยฟ ได้พูดโจมตี นาซาร์บาเยฟ อดีตประธานาธิบดีของคาซัคสถานว่า ที่ปรึกษาของนาซาร์บาเยฟเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในสังคมคาซัคสถาน เพราะไม่สามารถกระจายความมั่งคั่งของประเทศให้แก่ประชาชนชาวคาซัคสถานได้ ซึ่งการกล่าวโจมตีลักษณะนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อน 

แม้ว่าผู้นำคาซัคสถาน โตคาเยฟ จะครองเก้าอี้ต่อไปได้ แต่แกนนำฝ่ายต่อต้านรัฐบาลคาซัคสถานกล่าวว่า “นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการล่มสลายของการกุมอำนาจในประเทศ  เมื่อประชาชนรวมตัวกันเป็นครั้งแรกเพื่อแสดงความโกรธแค้นต่อรัฐบาลก็จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงได้”

แม้ว่าการประท้วงจะถูกทางการของคาซัคสถานควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว แต่ราคาของยูเรเนียมก็ยังสูงขึ้น โดยที่บริษัทใหญ่ด้านยูเรเนียมของคาซัคสถานกลับไม่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ ราคาหุ้นของ Kazatomprom ยังร่วงลงไปกว่าเดิม

พี่ทุยมองว่า ที่ต้องติดตามต่อคือคาซัคสถานจะสามารถแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนได้หรือไม่ ในขณะที่ค่าครองชีพสูงขึ้น แต่กำลังซื้อจากหน่วยครัวเรือนกลับลดลง เพราะหากไม่สามารถแก้ไขได้ ก็อาจจะมีการลุกฮือของฝูงชนขึ้นอีก ส่งผลต่อความมั่นใจที่นักลงทุนต่างชาติจะเข้าไปลงทุนในคาซัคสถาน รวมถึงส่งผลต่อราคาของยูเรเนียมโลกได้ด้วย 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile