[สรุปโพสต์เดียวจบ] NFT อะไรบ้างที่ ก.ล.ต. เข้ามากำกับดูแล ?

[สรุปโพสต์เดียวจบ] NFT อะไรบ้างที่ ก.ล.ต. เข้ามากำกับดูแล ?

4 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • ก.ล.ต. ออกแนวทางกำกับดูแล NFT (Non-Fungible Token) โดย NFT ชนิดใดเข้าข่ายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลตามนิยามของ พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล ต้องได้รับการกำกับดูแล
  • กฎหมายในตอนนี้ยังไม่มีการบรรจุ NFT เข้าไป ซึ่งได้นิยามลักษณะสินทรัพย์ดิจิทัลเอาไว้ 3 อย่างเท่านั้น คือ 1) คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) 2) โทเคนเพื่อการลงทุน (Investment Token) และ 3) โทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ (Utility Token) ซึ่ง NFT บางชนิดเท่านั้นที่เข้าข่ายเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์
  • NFT Marketplace ที่ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่เข้าข่ายตาม พ.ร.ก. จะต้องขออนุญาตกับทาง ก.ล.ต. ก่อนจึงสามารถเป็น Marketplace ที่ได้รับการรับรองได้ 
  • ทาง ก.ล.ต. กำลังเร่งแก้กฎหมายให้ครอบคลุมโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

หลังเปิดทำงานปี 2565 ได้ไม่กี่วัน เมื่อวันที่ 6 ม.ค 2565 ก.ล.ต. ก็ได้ออกบทความเกี่ยวกับการกำกับดูแล NFT ซึ่งรายละเอียดหลัก ๆ คือ เป็นการบอกว่า “NFT อะไรบ้างที่ ก.ล.ต. เข้ามากำกับดูแล ?”

พออ่าน ๆ ดูแล้วงานนี้พี่ทุยว่า น่าจะเป็นความพยายามกำกับดูแลการนำ NFT ไปแลกเป็นสินค้าและบริการมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อการใช้งาน NFT ในชีวิตประจำวันกำลังค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาใกล้ความเป็นจริงเข้าไปทุกที หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีกิจกรรมล่า NFT ไปแลกของรางวัลที่เครือห้างสรรพสินค้า The Mall Group ที่มีการร่วมมือกับทาง Bitkub  

NFT ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะรองรับ

ก่อนที่เราจะมาดูกันว่า “NFT อะไรบ้างที่ ก.ล.ต. เข้ามากำกับดูแล ?” พี่ทุยอยากมาเล่าก่อนว่า กฎหมายที่ ก.ล.ต. ยึดเป็นหลัก คือ พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 หรือที่เรียกกันติดปากว่า “พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล” โดยในกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มีการกำหนดขอบเขตของ NFT เอาไว้โดยเฉพาะ เนื่องจาก NFT เพิ่งจะมาได้รับความนิยมเป็นวงกว้างเมื่อปลายปี 2564 ที่ผ่านมานี่เอง

NFT เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่งที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนให้เป็นประโยชน์ในการติดตามว่า “ใคร” เป็น “เจ้าของ” สินทรัพย์นั้น ๆ ซึ่งสามารถเป็นไฟล์ดิจิทัลรูปแบบใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ เพลง หรือแม้กระทั่งสินค้าในเกม จะเห็นได้ว่าสินค้าเหล่านี้มีรูปแบบเฉพาะและไม่สามารถหาสิ่งใดมาทดแทนได้ 

ดังนั้น ทาง ก.ล.ต. จึงใช้เกณฑ์การพิจารณา NFT จาก “ลักษณะของ NFT แต่ละชนิด” ว่าเข้าข่ายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่ตามที่ระบุนิยามเอาไว้ใน พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล 

  • NFT คืออะไร สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่

แล้ว พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล กำหนดประเภทสินทรัพย์ดิจิทัลยังไงบ้าง ?

ในปัจจุบัน พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล ระบุขอบเขตสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องได้รับการกำกับดูแลเอาไว้ 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่

  1. คริปโตเคอร์เรนซีหรือเหรียญดิจิทัลที่ใช้สำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า (Cryptocurrency) เช่น บิตคอยน์ โดยในสินทรัพย์ประเภทนี้ หากไม่ได้เสนอขายเพื่อระดมทุน ทาง ก.ล.ต.จะไม่เข้ามากำกับดูแล
  2. โทเคนเพื่อการลงทุน (Investment Token) เป็นเหรียญดิจิทัลสำหรับการให้สิทธิในการลงทุนไม่ต่างกับการระดมทุนผ่านการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เช่น การออกเหรียญเสนอขายครั้งแรก (ICO) เพื่อการระดมทุนอย่างที่บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ออกเหรียญ “SiriHub Token” ไปเมื่อปลายปี 2564
  3. โทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ (Utility Token) คือ เหรียญดิจิทัลที่ให้สิทธิผู้ถือในการได้มาซึ่งสินค้าและบริการ หรือสิทธิอื่น ๆ ที่กำหนดเอาไว้ เช่น การซื้อบัตรกำนัล หรือเครดิตในรูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัล อาทิ บัตรกำนัลในโรงแรม 100 เหรียญ มูลค่า 1,000 บาท สามารถนำไปใช้บริการในโรงแรมได้ตั้งแต่ห้องพัก ห้องอาหาร และสปาโทเคนลักษณะนี้แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
    – พร้อมใช้ คือ ได้มาแล้วสามารถนำไปแลกเป็นสินค้าและบริการได้ในทันที เช่น ได้บัตรกำนัลมาแล้ว สามารถนำไปใช้เข้าพักในโรงแรมได้เลยไม่ต้องรอ เนื่องจากไม่มีการระดุมทุน ทาง ก.ล.ต. จะละเว้นการกำกับดูแลเมื่อออกขายครั้งแรก
    – ไม่พร้อมใช้ คือ ได้มาแล้วไม่สามารถนำไปแลกได้ทันที เช่น เจ้าของโรงแรมยังสร้างโรงแรมไม่เสร็จ และออกขายโทเคนลักษณะนี้เพื่อนำเงินไปหมุนก่อน แล้วจะให้สิทธิเข้าพักและใช้บริการในโรงแรมได้ในภายหลัง 

NFT เข้าข่ายข้อไหน ?

จะเห็นได้ว่าทั้ง 3 ข้อนั้นไม่มีข้อไหนที่ NFT เข้าข่ายอย่างพอดิบพอดีเป๊ะ เนื่องจากนิยามของ NFT นั้นกว้างมาก จึงต้องอาศัยการตีความดูไปตาม “วัตถุประสงค์” ของ NFT แต่ละชนิดแทน

NFT ไม่เข้าข่ายข้อแรกที่เป็นคริปโทเคอร์เรนซี เนื่องจากคอนเซปต์ของ NFT ไม่มีอะไรมาแทนกันได้ เช่น พี่ทุยให้เพื่อนยืมโทรศัพท์มือถือไป ยังไงเพื่อนก็ต้องคืนโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมให้กับพี่ทุย ไม่สามารถเอาโทรศัพท์เครื่องไหนก็ได้ในโลกมาคืน แตกต่างกับ “เงิน” ที่ถ้าพี่ทุยให้เพื่อนยืมไป เพื่อนก็สามารถนำธนบัตรใบไหนมาคืนพี่ทุยก็ได้ ไม่จำเป็นต้องธนบัตรใบเดิมกับที่พี่ทุยให้ยืมไป เป็นต้น

จึงเหลือเพียงสองข้อที่ทาง NFT จะเข้าข่าย โดยในบทความของ ก.ล.ต. ให้ “NFT เข้าข่ายเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์” ดังนั้น เท่ากับว่า NFT ต้องได้รับการกำกับดูแลจากทาง ก.ล.ต. ตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล เเต่ไม่ใช่ NFT ทุกชนิดที่เข้าข่าย

จากตัวอย่างที่ ก.ล.ต. ให้มา คือ NFT ที่ให้สิทธิการได้มาซึ่งสินทรัพย์ มีทั้งที่จับต้องได้ (Physical) และจับต้องไม่ได้​ (ไฟล์ดิจิทัล) หรือมีการให้เอา NFT ไปแลกเป็นสิทธิอย่างอื่น 

พี่ทุยว่า ส่วนนี้ ก.ล.ต. น่าจะหมายถึงการนำ NFT ไปแลกเป็นสินค้าจริง เช่น ของสัมมนาคุณ อย่างที่เครือห้างสรรพสินค้าอย่าง The Mall Group จับมือกับ Bitkub จัดกิจกรรมล่าสมบัติเป็น NFT และนำ NFT ไปแลกของรางวัลได้ภายในห้างสรรพสินค้า 

ส่วน NFT ที่เป็นดิจิทัลไฟล์บนระบบ Interplanetary File System (IPFS) หรือระบบที่เก็บภาพ NFT เอาไว้ในหลาย Host เพื่อป้องกันไม่ให้ภาพหายไปจากโลกดิจิทัล ไม่เข้าข่ายที่ ก.ล.ต. จะเข้าไปกำกับดูแล เช่น NFT Art ภาพศิลปะที่ใส่ไว้ในแพลตฟอร์มอย่าง Foundation ก็ไม่เข้าข่ายในลักษณะนี้ เพราะเป็น NFT ที่ไม่สามารถนำไปใช้แลกสินค้าและบริการในโลกความเป็นจริงได้ 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2564 ทาง ก.ล.ต. ไฟเขียวให้ทาง Coral แพลตฟอร์ม NFT Marketplace ของทาง กสิกร บิซิเนส – เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ให้ไม่เข้าข่ายประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพราะไม่ปรากฏว่ามีการนำ NFT ไปใช้สำหรับการระดมทุน หรือให้สิทธิเอาไปแลกสินค้าและบริการใดอื่นเพิ่มเติม

นิยาม 3 ข้อกำหนดลักษณะสินทรัพย์ดิจิทัล

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือน ต.ค. 2564 ทาง ก.ล.ต. ได้ออกมาชี้แจงว่าไฟล์ต่าง ๆ ที่เป็นดิจิทัล เช่น ไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง หรืออื่น ๆ ใด ไม่เข้าข่ายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลบ้าง โดยกำหนดกฎเอาไว้ 3 ข้อดังนี้

  1. ไม่ได้ให้สิทธิผู้ถือสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าร่วมการลงทุน หรือหมายความว่าไม่ได้เป็นไฟล์ดิจิทัลที่ทำมาเพื่อการระดมทุน
  2. ไม่ได้ให้สิทธินำไปแลกสินค้าหรือบริการ เช่น NFT ที่นำไปแลกเป็นของกำนัลได้
  3. ไม่ได้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการแบบเดียวกับคริปโตเคอร์เรนซี

ถ้ามีลักษณะตามที่ระบุด้านบน จะไม่เข้าข่ายที่ทาง ก.ล.ต. จะต้องเข้าไปกำกับดูแลตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล

NFT Marketplace ทำในไทยได้มั้ย ?

คำตอบคือ ต้องได้รับใบอนุญาตจากทาง ก.ล.ต. ก่อนจึงสามารถเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยน NFT ได้

อาจจะฟังดูงงสักหน่อย เพราะก่อนหน้านี้ทาง ก.ล.ต. ประกาศให้ทางแพลตฟอร์ม NFT Marketplace อย่าง Coral ของทางกสิกรไม่เข้าข่ายต้องเข้าไปกำกับดูแล

แต่พี่ทุยเห็นว่า ทาง ก.ล.ต. มีวิธีแบ่ง NFT Marketplace ง่าย ๆ คือ “สินทรัพย์ที่ซื้อขายอยู่ใน Marketplace นั้น เข้าข่ายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องกำกับการดูแลหรือไม่” ถ้าคำตอบคือ “ไม่” ก็ต้องไม่ต้องขอใบอนุญาต แต่ถ้าคำตอบคือ “ใช่” ก็จำเป็นต้องขออนุญาต

อย่างไรก็ตาม ทาง ก.ล.ต. กำลังทบทวนหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแล NFT Marketplace อยู่ เพื่อปรับปรุงให้กฎเกณฑ์เป็นไปตามหลักสากลมากขึ้น

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการของ ก.ล.ต. ให้สัมภาษณ์กับทางประชาชาติธุรกิจว่า ในปัจจุบัน พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลยังไม่สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไป เลยจำเป็นต้องทบทวนกฎหมายดังกล่าว 

รวมถึงเสนอทาง ก.ล.ต. ยังเสนอแก้ พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เพื่อนำสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีลักษณะระดมทุน เช่น Investment Token และ Utility Token ชนิดไม่พร้อมใช้ ไปกำกับดูแลภายใต้ พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ด้วย เพราะทั้งสองตัวนี้สามารถนำไปใช้ระดมทุนของภาคธุรกิจได้

พี่ทุยว่างานนี้คนทำงานอาร์ทอาจจะยังไม่ต้องกังวลอะไรกับการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. แต่ทางธุรกิจที่จะออก NFT เพื่อนำมาใช้เป็นของสะสมแลกสิทธิใช้บริการ หรือแลกสินค้า อาจจะต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ดีเสียก่อน และทาง ก.ล.ต. ก็คงเร่งให้กฎเกณฑ์ต่างๆ ชัดเจนมากขึ้นในเร็ววันนี้แน่นอน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile