“สมเด็จคอยน์” คืออะไร ?
ไม่กี่วันที่ผ่านมา หลายคนคงจะได้ยินชื่อ “สมเด็จคอยน์” แบบผ่าน ๆ ตา หรือบางคนก็คงจะอ่านข่าวคราวเกี่ยวกับสิ่งนี้มาบ้างแล้ว วันนี้พี่ทุยเลยอยากจะมาแชร์มุมมองเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งนี้ว่า คืออะไรกัน แล้วลงทุนได้รึเปล่า
พี่ทุยได้เข้าไปอ่าน Whitepaper ของ สมเด็จคอยน์ (Somdejcoin) มาแล้ว ในเว็บไซต์ https://www.somdejcoin.com/ ก็เลยขอมาสรุปสั้น ๆ ว่าสิ่งนี้คืออะไรก่อน
จะเห็นว่าสมเด็จคอยน์ก็มีแนวคิดในการสร้าง ไม่ต่างไปจากการสร้างพระเครื่องจริง ๆ ที่สัมผัสได้เท่าไหร่ เพราะโดยหลักแล้วพระเครื่องก็ถูกสร้างขึ้นมาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้กับผู้ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนา บางกลุ่มที่มีความเชื่อในเรื่องการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เพียงแค่สมเด็จคอยน์เป็นนวัตกรรมของพระเครื่องที่ไม่ได้มีการสร้างสิ่งบูชาที่สัมผัสขึ้นมาจริง ๆ แต่ประยุกต์ให้เข้ากับยุคดิจิทัลด้วยการสร้างเป็นเหรียญดิจิทัลแทน ซึ่งพี่ทุยมองว่า มันก็คือการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล หรือ Digital transformation รูปแบบหนึ่ง
พอพูดถึงพระเครื่องที่สร้างขึ้นมาจริง ๆ แล้ว พี่ทุยก็ต้องบอกว่า เราคงจะได้เห็นการนำพระเครื่องที่บูชา มาส่งต่อให้คนอื่น ในรูปแบบที่เรียกว่า “ปล่อยเช่า” ให้ผู้ที่รับไปบูชาต่อ ถ้าในที่สุดมีคนสะสมเหรียญนี้ไปจนครบแล้ว ในอนาคตเหรียญสมเด็จคอยน์ก็จะเกิดกระบวนการนี้ตามมาเช่นกัน คือ มีผู้ที่แลกเหรียญสมเด็จคอยน์มาสะสม แล้วนำเหรียญไปซื้อขายในตลาดแลกเปลี่ยน เพื่อให้คนอื่นได้ครอบครองเหรียญดิจิทัลนี้ต่อ
เหรียญ “สมเด็จคอยน์” นี้ซื้อเพื่อลงทุนได้มั้ย ?
มาถึงตรงนี้ ก็เกิดคำถามตามมาว่า แล้วควรจะเข้าไปสะสมเหรียญสมเด็จคอยน์เพื่อลงทุนดีมั้ย
ในมุมมองของพี่ทุย หลังจากอ่าน Whitepaper แล้วมองว่าผู้พัฒนาเหรียญนี้ย้ำชัดในจุดประสงค์การสร้างเหรียญว่า เหมาะสำหรับ “นักสะสม” ไม่เหมาะกับการลงทุนหรือเก็งกำไร ดังนั้นหากต้องการจะเข้าไปเก็บเหรียญนี้ไว้เพื่อสะสม ตามจุดประสงค์ที่เหรียญนี้เกิดขึ้นมาจริง ๆ ก็เป็นสิ่งที่ทำได้แน่นอน
แต่ถ้าใครแลกเปลี่ยนเหรียญนี้มาด้วยความ “คาดหวัง” ว่าจะเก็งกำไรได้ในอนาคต อันนี้พี่ทุยอยากให้คิดดี ๆ ก่อน เพราะเหรียญพระเครื่องดิจิทัล แตกต่างจากพระเครื่องจริง ๆ ที่สัมผัสได้ และบูชาขึ้นหิ้งพระได้ ดังนั้นความต้องการในตลาดก็อาจจะไม่ได้สูงมากเท่ากับการหาพระเครื่องจริง ๆ มาบูชา แต่พี่ทุยก็ไม่ปฏิเสธว่าในอนาคตอาจจะมีคนเกิดใจตรงกันเยอะ ๆ อยากเก็บสะสมเหรียญพระเครื่องดิจิทัลเหรียญแรกของโลกเอาไว้ก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นมูลค่าของเหรียญในอนาคตย่อมมีโอกาสเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากมีความต้องการเกิดขึ้นแล้ว
พอพูดถึงในแง่ความต้องการแล้ว ไม่พูดถึงจำนวนเหรียญก็คงไม่ได้ ซึ่งพี่ทุยมองว่าถ้าคิดจะแลกเหรียญนี้เพื่อคาดหวังผลประโยชน์เพื่อการลงทุนในอนาคต ก็อาจต้องพิจารณาให้ดีว่าด้วยจำนวนเหรียญที่ออกมานี้ถือว่า “มีจำกัด” พอที่จะเกิดความต้องการเกินกว่าจำนวนเหรียญที่มีได้หรือยัง
พี่ทุยขออ้างอิงไปถึงหลักการเรื่อง Tokenomic ซึ่งมาจากคำว่า Token + Economic เป็นการนำเอาหลักการด้านเศรษฐศาสตร์เรื่อง Demand และ Supply มาใช้กับเหรียญดิจิทัล ซึ่งก็คือหลักการพิจารณากลไกการควบคุมเหรียญดิจิทัลในระบบ
ถ้าเป็นเหรียญที่ดีนั้นก็ควรมีระบบการสร้างหรือทำลายเหรียญ ที่จะทำให้ความต้องการซื้อมากกว่าความต้องการขาย เพื่อให้มูลค่าของเหรียญมีโอกาสปรับขึ้นได้ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากสมเด็จคอยน์แล้ว ยังไม่สามารถตอบได้เต็มปากเต็มคำในเวลานี้ว่า สอดคล้องกับหลักการนี้มั้ย เพราะเรายังไม่เห็นภาพชัดว่า จะมี “จำนวนนักสะสม” ที่ต้องการเหรียญนี้เก็บไว้มากแค่ไหน
ที่สำคัญคือ ความสนใจต่อเหรียญจะมาวูบเดียวแล้วหายไปรึเปล่า เพราะเหรียญนี้ไม่ได้อ้างอิงกับสินทรัพย์จริงใด ๆ มีเพียงเรื่องราวที่ถูกสร้างขึ้นมาให้น่าสนใจเท่านั้น หมายความว่าคนซื้อกำลังกำเงินไปแลกกับเหรียญดิจิทัลที่ตัวเองเชื่อว่ามีมูลค่า โดยที่ไม่ได้มีสินทรัพย์ที่มีมูลค่าใด ๆ หนุนหลังเหรียญนั้นอยู่
อีกเรื่องที่คงต้องเตือนกัน ซึ่งพี่ทุยออกตัวก่อนว่าไม่ได้พูดถึงกรณีสมเด็จคอยน์ แต่อยากหยิบเรื่องอื่นมาเตือนใจนักลงทุนว่า ก่อนหน้านี้ก็มีผู้พัฒนาบางคนที่สร้างเหรียญขึ้นมา สร้างเรื่องราวของเหรียญให้น่าสนใจ เพื่อดึงคนเข้ามาลงทุน แล้วสุดท้ายพอมีผู้ลงทุนแห่เข้ามามาก ๆ เพราะเชื่อในเรื่องราวที่สร้าง ผู้ที่สร้างเหรียญขึ้นมาก็ปิดเว็บไซต์ กำเงินที่ได้จากผู้ซื้อที่เชื่อในเหรียญหนีหายไป ไม่ต่างไปจากการสร้างเหรียญมาเพื่อโกงโดยเฉพาะ
อ่านเพิ่ม
ดังนั้นในโลกของเหรียญดิจิทัล ที่เราไม่สามารถสัมผัสของจริง ๆ ได้ เราจึงต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อม เหตุผลของการเกิดเหรียญ และความเป็นไปได้ที่เหรียญจะคงอยู่ให้ดี ถ้าคิดจะเข้าไปซื้อเหรียญนั้นเพื่อลงทุนและที่สำคัญก็คือ ไม่ว่าเราคิดจะลงทุนในสิ่งใดก็ตาม เราควรศึกษาจนรู้และเข้าใจถึงสิ่งนั้นก่อนถึงจะลงทุน
ความคิดเห็น ก.ล.ต. เกี่ยวกับเหรียญนี้
สุดท้ายนี้ พี่ทุยขอหยิบยกคำเตือนของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกระแสของสมเด็จคอยน์นี้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งข้อมูลให้ผู้ลงทุนกันสักหน่อย
ก.ล.ต. เตือนให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลและใช้ความระมัดระวังในการตัดสินใจซื้อขายเหรียญดิจิทัล “สมเด็จคอยน์” เพราะจากข้อมูลเบื้องต้น ลักษณะของเหรียญไม่เข้าข่ายเป็นเหรียญที่ต้องได้รับอนุญาตให้เสนอขายจาก ก.ล.ต. แต่ก็ยังมีข้อมูลไม่ชัดเจนในบางเรื่อง
และเนื่องจากเหรียญใช้ชื่อ “สมเด็จ” มีการอ้างอิงเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของวัด ดังนั้นเรื่องนี้ก็อาจจะไปเกี่ยวของกับการต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ด้วย
ส่วนที่ผ่านมา ก็มีผู้ประสานงานวัดป่ามหาญาณมีหนังสือมายัง ก.ล.ต. 2 ฉบับ เพื่อหารือว่าเหรียญนี้เข้าข่ายเป็นเหรียญสินทรัพย์ดิจิทัล 4 ประเภท ที่ห้ามมิให้ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลนำมาให้บริการซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ตามข้อ 39/1 ของประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กธ. 19/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่
สุดท้ายนี้พี่ทุยก็อยากจะฝากย้ำกันอีกสักหน่อยว่า ทุก ๆ การลงทุนนั้นมีความเสี่ยง และจะเสี่ยงเพิ่มขึ้นไปอีกถ้าเป็นการลงทุนที่เราไม่ได้ศึกษามาเป็นอย่างดีก่อนการตัดสินใจลงทุน