ปัจจุบันเราได้เห็นบริษัทยักษ์ใหญ่หลายต่อหลายแห่งซึ่งมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดีในระดับโลก ล้วนแล้วแต่มีมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ตามราคาหุ้นที่พุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง หุ้นของบริษัทอย่าง Google, Amazon, Facebook, Tesla หรือแม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยหลายแห่ง อาทิ ปตท. (PTT), ท่าอากาศยานไทย (AOT), ซีพีออลล์ (CPALL), โฮมโปร (HMPRO) หรืออย่าง ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ต่างขึ้นแท่นของหุ้นที่เรียกกันว่า ‘หุ้น 10 เด้ง’ หรืออาจจะ 20 เด้ง ด้วยซ้ำไปสำหรับบางตัว วันนี้พี่ทุยจึงอยากจะพาทุกคนมาลองดูกันว่า หุ้นที่สามารถให้ผลตอบแทนในระดับพันเปอร์เซ็นต์และยังสามารถยืนอยู่ในระดับนั้นหรือเติบโตต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่ง มีลักษณะนิสัยที่เหมือน ๆ กันแบบไหนและ มีวิธี “คัดเลือก หุ้น 10 เด้ง” อย่างไร
หากเป็นในอดีต หุ้นที่มักจะเติบโตได้สูงในระดับนี้ มักจะเป็นหุ้นที่ทำธุรกิจผูกขาด หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือมีคู่แข่งน้อยรายมาก ๆ และตัวเองคือผู้ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดส่วนใหญ่เอาไว้ หากมองแค่ในประเทศไทย ตัวอย่างของบริษัทที่มีลักษณะเด่นชัดในด้านนี้ คือ AOT ซึ่งอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นมายาวนานนับ 10 ปี ด้วยการเป็นเจ้าของสนามบิน 6 แห่ง ในประเทศ ครอบคลุมในจังหวัดสำคัญ ๆ เกือบทั้งหมด ทำให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับการท่องเที่ยวที่กลายมาเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ยิ่งหนุนให้ AOT โดดเด่นมากขึ้นไปอีก
สำหรับหุ้นในลักษณะนี้ มักจะมีกำแพงขวางไม่ให้คู่แข่งรายใหม่เข้ามาแข่งเพิ่มเติม ด้วยสิ่งที่เรียกว่า “สิทธิบัตร” เช่นบริษัท Intuitive Surgical ผู้ผลิตระบบหุ่นยนต์ช่วยในการผ่าตัด ที่ยังคงไร้คู่แข่งโดยตรงมาจนถึงทุกวันนี้ ช่วยให้ราคาหุ้นพุ่งกระฉูดเกือบ 6,000% ในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา หรือในกรณีของรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) มีสิ่งที่เรียกว่า “สัมปทาน” ซึ่งให้สิทธิ์บริษัทในลักษณะนี้สามารถทำธุรกิจได้โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องการแข่งขันเท่าใดนัก
ถัดมาคือ หุ้นที่มักจะทำธุรกิจซึ่งเกี่ยวพันกับปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต หากมองในระดับโลก หุ้นที่โดดเด่นที่สุดตัวหนึ่งซึ่งมีลักษณะดังกล่าวคือ Walmart ซึ่งทำธุรกิจค้าปลีกผ่านไฮเปอร์มาร์เก็ตที่กระจายอยู่ทั่วทั้งสหรัฐฯ แต่หากเป็นในประเทศไทย ก็คงจะหนีไม่พ้นหุ้นอย่าง CPALL หรือเจ้าของร้านสะดวกซื้อ 7-11 ที่มีสาขากระจายอยู่แทบจะทุกพื้นที่ในประเทศไทยที่มีชุมชนตั้งอยู่ แต่เมื่อลองพิจารณา “คัดเลือก หุ้น 10 เด้ง” ในปัจจุบัน จะพบว่าลักษณะของหุ้นเหล่านี้ หรือธุรกิจที่บริษัทเหล่านี้ทำให้มีความแตกต่างจากในอดีตพอสมควร โดยสิ่งที่มักจะทำให้หุ้นเติบโตโดดเด่นทุกวันนี้ คือ นวัตกรรมและเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ตัวอย่างก็คงจะหนีไม่พ้น Technology Company ทั้งหลาย อาทิ Google, Amazon หรือ Facebook ซึ่งฐานลูกค้ากระจายอยู่ทั่วโลกนับล้าน ๆ ราย
นอกจากนี้ ลักษณะพื้นฐานสำคัญของหุ้นที่จะกลายมาเป็นหุ้น 10 เด้ง คือ ทีมบริหาร! เมื่อลองมองย้อนกลับไปดูตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน บุคคลอย่าง Henry Ford ผู้ก่อตั้ง Ford Motors, Walt Disney ผู้ก่อตั้ง Disney, Bill Gates แห่ง Microsoft, Jeff Bezos เจ้าของ Amazon, Steve Jobs ผู้ปลุกปั้น Apple วิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่ยิ่งใหญ่อีกมากมายในลักษณะนี้ ล้วนแต่เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้หุ้นของบริษัทที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาเหล่านี้โดดเด่นตามไปด้วย
ลักษณะที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ อัตรากำไรสูง ไม่เพียงแต่จะช่วยให้บริษัทสร้างกำไรได้เป็นกอบเป็นกำในยามที่สินค้าหรือบริการของบริษัทบูมสุดขีด แต่การมีอัตรากำไรสูงยังเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า สินค้าหรือบริการนั้น ๆ มีความสามารถในการแข่งขันสูง ผู้บริโภคให้การยอมรับ และในช่วงที่ตลาดไม่เป็นใจ ธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูงกว่าย่อมได้เปรียบกว่าธุรกิจที่มีอัตรากำไรต่ำกว่า จากการมีทางเลือกที่จะใช้กลยุทธ์ด้านราคาได้มากกว่า
การ “คัดเลือก หุ้น 10 เด้ง” จากตลาดที่มีหุ้นให้เลือกนับพันตัวย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากเรามีหลักยึด มีแนวทางที่เคยพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วว่าเป็นจริง ก็ย่อมช่วยให้เราสามารถตัดหุ้นที่เป็นเพียงแค่หุ้นธรรมดาออกไปได้ไม่มากก็น้อย
Comment