[สรุปรายละเอียด] “CPTPP” คืออะไร ถ้าไทยเข้าร่วมจะได้ประโยชน์อะไร ?

[สรุปรายละเอียด] “CPTPP” คืออะไร ถ้าไทยเข้าร่วมจะได้ประโยชน์อะไร ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • CPTPP คือ ข้อตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก ที่ช่วยทำให้ไทยเรามีโอกาสส่งออกไปยังสมาชิก รวมถึงเปิดโอกาสให้เงินลงทุนไหลเข้าประเทศดีมากขึ้น
  • มาตรฐานของ CPTPP ก็มีข้อควรระวังในหลากหลายประเด็นไม่ว่าจะเป็นเรื่องเมล็ดพันธุ์ สินค้าและบริการพื้นฐานจากทางภาครัฐ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเงื่อนไขการเข้าของเงินลงทุนต่าง ๆ ที่ทำให้ประเทศไทยอาจจะเสียผลประโยชน์

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ประเด็นร้อนอีกหนึ่งประเด็นที่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่อย่างมาก และดูเหมือนข่าวต่าง ๆ ที่ออกมาจะไปในทิศทางที่ไม่เห็นด้วยซะมากกว่ากับการเข้าร่วม “CPTPP” วันนี้พี่ทุยเลยหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาขยายให้ฟังว่าคืออะไร และมีข้อดี ข้อควรระวังอะไรกันบ้าง

CPTPP คืออะไร ?

ชื่อเต็มก็คือ Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership คือ ข้อตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก โดยเป็นความตกลงทางการค้าเสรีที่ครอบคลุมในเรื่องการค้า การบริการ และการลงทุน เพื่อสร้างมาตรฐานและกฎระเบียบร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก ทั้งด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานแรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม รวมถึงกลไกแก้ไขข้อพิพาทระหว่างรัฐบาล และนักลงทุนต่างชาติ

ต้องบอกว่าชื่อเดิมก็คือ TPP (Trans-Pacific Partnership) มีสมาชิกรวมทั้งหมด 12 ประเทศ แต่ปัจจุบันมีเพียง 11 ประเทศเท่านั้น เนื่องจากสหรัฐอเมริกาได้ถอนตัวเองไป ถึงได้มีการเปลี่ยนชื่อ ทำให้ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกรวมทั้งหมด 11 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น แคนาดา เม็กซิโก เปรู ชิลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน และเวียดนาม ซึ่งการถอนตัวของสหรัฐอเมริกานั้นทำให้ขนาดของพื้นที่เศรษฐกิจ Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership  ลดลง 38% ของเศรษฐกิจโลก เหลือเพียง 13% เท่านั้น

การเข้าร่วม CPTPP มีประโยชน์อย่างไรต่อประเทศไทย

อย่างที่เรารู้กันว่าประเทศไทยเรานั้นเป็นประเทศส่งออก การส่งออกมีมูลค่ามากกว่า 120% ของ GDP การเข้าร่วมข้อตกลงทางการค้านั้นจะช่วยทำให้ประเทศไทยเรามีโอกาสส่งออกที่มากขึ้น ประเทศที่น่าสนใจก็คือแคนาดาและเม็กซิโก ที่ไทยมีการส่งออกอาหารทะเลแปรรูป ข้าว ผลิตภัณฑ์ยาง รถยนต์และส่วนประกอบ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้สินค้ากลุ่มนี้มีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้น

รวมถึงการเข้าร่วมกับข้อตกลงนี้ ก็มีโอกาสที่จะมีเงินทุนไหลเข้าประเทศมากขึ้น เพื่อสร้างฐานการผลิตส่งออกไปยังประเทศสมาชิกได้ และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยได้อีกด้วย จากการปรับปรุงกฎระเบียบภายในประเทศเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมาตรฐานการค้าคุณภาพสูงสุดในเวทีโลก

มีประเด็นอะไรที่ต้องระวังก่อนเข้าร่วม CPTPP

ประเด็นการเข้าร่วมถูกพูดถึงอย่างมากเนื่องจากมีหลากหลายเรื่องที่ประเทศไทยเราปรับแก้ไข แล้วอาจจะส่งผลเสียต่อภาพรวมของประเทศเราได้ โดยพื้นฐานของการร่างกฎหมายนี้ขึ้นมา ถูกร่างโดยประเทศที่พัฒนาแล้ว ดังนั้นการร่างจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับประเทศที่พัฒนาแล้วมากกว่าการช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยเรา ประเด็นที่เห็นชัดที่สุดก็คือเหมือนจะเป็นเรื่อง “การแก้ไขกฎหมายด้านการเกษตร” ที่ทำให้เกษตรกรบ้านเราไม่สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เพาะปลูกเองได้ จะต้องซื้อผ่านบริษัทอุตสาหกรรมเท่านั้น แปลว่าทุกครั้งที่ต้องเพาะปลูกต้องไปซื้อเมล็ดพันธุ์ทุกครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นการกินรวบที่น่าเป็นกังวล ยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเกษตรกรถือว่าเป็นกลุ่มอาชีพหลักของประเทศไทย

อีกประเด็นนึงที่สำคัญอย่างมากก็คือ “การซื้อขายสินค้าและบริการของภาครัฐไม่สามารถสนับสนุน อุดหนุนโดยเลือกปฏิบัติได้” ต้องเป็นตามกลไกราคาตลาด นั่นหมายความว่าจะส่งผลต่อสินค้าและบริการพื้นฐานอย่าง ไฟฟ้า ประปา รวมถึงยารักษาโรคต่าง ๆ ซึ่งสินค้าจำเป็นพื้นฐานเหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐต้องควบคู่เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ถ้าหากปล่อยไปตามกลไกตลาดจะมีประชาชนบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงบริการพื้นฐานเหล่านี้ได้

และยังมีประเด็นอื่น ๆ อีกมากมายที่เป็นเรื่องหน้ากังวลอย่างเช่น การปรับคำเตือนบนฉลากเครืองดื่มแอลกอฮอล์จะถูกห้ามใช้ รวมถึงประเด็นการเข้าลงทุนแบบไม่จำเป็นต้องเป็นการลงทุนโดยตรงแต่เป็นการลงทุนผ่านการซื้อหุ้น ซึ่งถือว่าเป็นการครอบงำกิจการภายในประเทศไทย เงินทุนที่ไหลเข้ามาจะไม่ได้ช่วยทำให้เกิด การลงทุน การจ้างงาน อย่างที่ควรจะเป็น รวมถึงแนวโน้มที่ขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะเครื่องมือแพทย์จะวิ่งเข้ามาที่ไทยเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ไทยเองก็มีเอฟทีเอแล้วกับ 9 ประเทศ มีอีก 2 ประเทศที่เราจะมีโอกาสได้ตลาดใหม่ก็แค่แคนาดาและเม็กซิโกเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นผลประโยชน์ที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสิ่งที่ประเทศเราต้องเสียออกไป

คำว่ามี “มาตรฐาน” อาจจะไม่ได้หมายความว่าเท่าเทียมและเหมาะสมก็เป็นได้ มาตรฐานที่ดีควรดูพื้นฐานของตัวเราเองก่อนด้วยว่าเหมาะสมกับมาตรฐานนั้นหรือไม่ บางทีการยกระดับเพื่อให้สินค้าและบริการมีมาตรฐานมากขึ้น อาจจะยิ่งทำให้สินค้าและบริการหมดอำนาจการแข่งขันไปเลย ถ้าตัวเราไม่พร้อมที่จะแข่งขันก็เป็นไปได้เช่นกัน ซึ่งล่าสุดก็มีข่าวออกมาว่าได้มีการถอนวาระ CPTPP ที่กำลังจะเข้า ครม. ในช่วง 28 เมษายน 2563 ที่จะถึงนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

บทความ "ธุรกิจและเศรษฐกิจ" ยอดนิยม 

error: