ทำไม Didi เตรียมออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์ก แล้วกระทบนักลงทุนยังไงบ้าง ?

ทำไม Didi เตรียมออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์ก แล้วกระทบนักลงทุนยังไงบ้าง ?

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • เมื่อต้นเดือน ก.ค. 2021 Didi ถูกทางการจีนสั่งถอนแอปพลิเคชันออกจาก App Store และ Google Play ล่าสุดวันที่ 3 ธ.ค. 2021 Didi ประกาศเตรียมถอนหุ้นออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์กแล้วไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง
  • ยังไม่แน่ชัดว่า Didi จะจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงก่อนออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์ก หรือออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์กก่อนจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง ซึ่งแต่ละทางเลือกก็มีขั้นตอนต่างกัน
  • แม้ย้ายกลับไปที่ตลาดหุ้นฮ่องกง แต่หน่วยงานกำกับดูแลของจีนยังสามารถใช้มาตรการลงโทษได้ ตั้งแต่การปรับไปจนถึงระงับการดำเนินกิจการ หรือแม้กระทั่งให้รัฐวิสาหกิจเข้ามาถือหุ้น รวมไปถึงแนวคิด “เจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” (Common Prosperity) ยังกดดัน Didi บริษัทเทคโนโลยีได้ตลอดเวลา

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

เมื่อต้นเดือน ก.ค. 2021 Didi หรือ “ตีตี้” แอปพลิเคชันเรียกรถโดยสารใหญ่ที่สุดในจีน ได้ IPO ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก แต่เข้าตลาดไปได้เพียง 4 วันเท่านั้น ทางการจีนก็สั่งถอนแอปพลิเคชันออกจาก App Store และ Google Play ทำให้ไม่มีผู้ใช้งานใหม่ เหตุการณ์ดำเนินต่อไปโดยที่นักลงทุนไม่สามารถคาดการณ์ความเคลื่อนไหวของทางการจีนได้ ล่าสุดวันที่ 3 ธ.ค. 2021 Didi ประกาศเตรียมถอนหุ้นออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์กแล้วไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงแทน

นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียน IPO เมื่อเดือน ก.ค. 2021 จนถึงวันที่เปิดเผยแผนการถอนหุ้นในวันที่ 3 ธ.ค. 2021 ราคาหุ้นลดลงมาแล้วถึง 57% สูญเสียมูลค่าตลาดไปถึง 8,400 ล้านดอลลาร์

แผนกลับตลาดหุ้นฮ่องกงนี้สร้างคำถามมากมายต่อนักลงทุนว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วนักลงทุนที่ถือหุ้นอยู่มีทางเลือกไหนบ้าง พี่ทุยได้รวบรวมข้อมูลแล้วมาสรุปไว้ในบทความนี้

ทำไม Didi ต้องออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์ก

หน่วยงานกำกับดูแลของทางการจีนทักท้วงการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่แล้วเพราะกังวลว่าข้อมูลผู้ใช้อาจรั่วไหลไปสู่ต่างชาติได้ แต่ “ตีตี้” ยังเดินหน้า IPO ต่อไปเมื่อปลายเดือน มิ.ย. 2021 จนเข้าตลาดได้สำเร็จเมื่อต้นเดือน ก.ค. 2021

ด้านรัฐบาลกรุงปักกิ่งมองว่าเป็นการท้าทายอำนาจ เพราะเพียง 4 วันหลัง IPO เท่านั้น หน่วยงานกำกับดูแลของจีนประกาศว่า บริษัทละเมิดกฎหมายการเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมสั่งถอดแอปพลิเคชันออกจาก App Store และ Google Play

ล่าสุด 3 ธ.ค. 2021 ทางการจีนสั่งให้ “ตีตี้” ถอนตัวออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยรัฐบาลจีนประกาศว่า จะร่างข้อบังคับห้ามบริษัทจีน IPO ในตลาดหุ้นต่างประเทศโดยใช้วิธีที่เรียกว่า Variable Interest Entity (VIE) คล้ายการ Holding Company ซึ่งบริษัทจีนมักใช้ VIE เพื่อหลบเลี่ยงกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดเกี่ยวกับการจำกัดสัดส่วนของผู้ถือหุ้นต่างชาติ

ขั้นตอนการย้ายตลาดหุ้นเป็นอย่างไร

แม้ประกาศแผนการย้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะมีขั้นตอนอย่างไร ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายให้มุมมองขั้นตอนการย้ายดังนี้

กรณี 1 Didi จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงก่อนออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์ก

สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนก็คือ “ตีตี้” ไม่ได้เปิดเผยว่า หากจดทะเบียนที่ตลาดหุ้นฮ่องกงแล้วจะถอนหุ้นออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์ก แต่ “ตีตี้” ประกาศว่า หุ้น ADRs (American Depositary Shares) จะแปลงเป็นหุ้นที่ซื้อขายอย่างอิสระในตลาดหุ้นอีกแห่งตามความประสงค์ของผู้ถือ ADRs เท่ากับว่านักลงทุนสามารถแปลง ADRs เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงได้ แต่หลายคนเลือกจะขายเอาเงินสดก่อนจนทำให้ราคาหุ้นร่วงถึง 22.1% ทันทีที่รู้ข่าว ณ 3 ธ.ค. 2021

ทำไม Didi เตรียมออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์ก แล้วกระทบนักลงทุนยังไงบ้าง ?

“ตีตี้” ไม่ได้เปิดเผยกำหนดการสำหรับการย้ายตลาดหุ้น แต่มีแหล่งข่าวเผยว่า “ตีตี้” จะจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงช่วงเดือน มี.ค. 2022 เมื่อรวมทุกขั้นตอนตั้งแต่จดทะเบียนจนถึงย้ายตลาดหุ้นก็จะใช้เวลาราว 3-6 เดือน

กรณี 2 Didi ออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์กก่อนจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง

เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ถ้านักลงทุนไม่ขายหุ้น ADRs ก่อนออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์กก็มีทางเลือกว่าจะถือหุ้นหรือขายหุ้นแบบ OTC (Over-The-Counter) ส่วนถ้า “ตีตี้” ต้องการซื้อหุ้นคืนก็ต้องจ่ายในราคาที่เพิ่มขึ้นมา (Premium)

คาดกันว่าหุ้น “ตีตี้” ในตลาดหุ้นฮ่องกงจะซื้อขายด้วยมูลค่าต่ำลงซึ่งเป็นธรรมชาติของตลาดหุ้นฮ่องกงอันเป็นแหล่งของหุ้น P/E (อัตราส่วนทางการเงินที่เทียบกันระหว่างราคา : Price หารด้วย กำไรสุทธิต่อหุ้น : Earning Per Share) ต่ำที่สุดในโลก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความกังวลของนักลงทุนต่างชาติต่ออิทธิพลทางการเมืองจากรัฐบาลจีน

Didi ออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์กได้ทุกเมื่อหรือไม่

สำนักงาน กลต. สหรัฐฯ ระบุว่า บริษัทต่างชาติจะออกจากตลาดหุ้นได้ถ้าปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในตลาดหุ้นสหรัฐฯ น้อยกว่า 5% ของปริมาณการซื้อขายทั่วโลก ส่วนกรณี “ตีตี้” ที่ IPO เพียงเเค่ 6 เดือนเท่านั้น (ก.ค. – ธ.ค. 2021) ยังต้องรอจนกว่าจะครบปีจึงจะดำเนินการถอนหุ้นได้ นอกจากนั้น กลต. ยังมีข้อกำหนดให้ “ตีตี้” ต้องเปิดเผยข้อมูลต่อ กลต. ไปตลอดแม้จะออกจากตลาดหุ้นไปก็ตาม ตราบใดที่ยังมีนักลงทุนสหรัฐฯ ถือหุ้นอยู่ไม่น้อยกว่า 300 ราย

ทำไมการถอนหุ้นของ Didi ถึงเป็นประเด็นใหญ่

การทำ IPO ของ “ตีตี้” เมื่อกลางปี 2021 ที่ผ่านมา กลายเป็นการ IPO ของบริษัทจีนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ด้วยมูลค่าตามราคาตลาดถึง 68,000 ล้านดอลลาร์ เพราะ “ตีตี้” ครองตลาดแอปพลิเคชันเรียกรถโดยสารในจีนหลังซื้อกิจการ Uber ในจีน เมื่อไตรมาสที่ 4 ปี 2020 ดังนั้น การให้บริการเรียกรถของ “ตีตี้” คิดเป็น 88% ของการเรียกใช้บริการทั้งหมดในประเทศจีน กรณีนี้มีนักลงทุนทั่วโลกเข้าไปลงทุนมากมายหรือพูดง่าย ๆ คือเข้าไปติดปัญหานี้ด้วยกันเยอะ จึงได้รับความสนใจว่าสุดท้ายแล้วพวกเขามีทางเลือกอะไรบ้าง

ขณะที่ Cheng Wei CEO และ Jean Liu ประธานบริษัท ซึ่งมีสัดส่วนหุ้นรวมกันมากกว่า 50% ของสิทธิ์ออกเสียง อาจโดนทางการจีนสั่งให้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหาร หรืออีกมุมหนึ่งนี่เป็นการลงโทษกรณีไม่ฟังคำเตือนทางการจีน

ถ้าถอนหุ้นออกจากตลาดสหรัฐฯ จะช่วยให้จบปัญหาหรือไม่ ?

อาจไม่เป็นเช่นนั้น หน่วยงานกำกับดูแลยังสามารถใช้มาตรการลงโทษได้ตั้งแต่การปรับไปจนถึงระงับการดำเนินกิจการหรือแม้กระทั่งให้รัฐวิสาหกิจเข้ามาถือหุ้น โดยเฉพาะการกำกับดูแลข้อมูลผู้ใช้ไม่ให้รั่วไหลไปสู่มือต่างชาติ และต้องไม่ลืมว่าทิศทางนโยบายของจีนอยู่ภายใต้แนวคิด “เจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” (Common Prosperity) ซึ่งพร้อมสร้างแรงกดดันต่อบริษัทเทคโนโลยีด้วยการบังคับปรับค่าจ้างและสวัสดิการให้ไรเดอร์

สำหรับนักลงทุนที่ยังมีสัดส่วนทั้งกองทุนหุ้นจีนและหุ้นจีนยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะช่วงที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนก็ตึงเครียดมากขึ้น ตลาดหุ้นเป็นอีกสนามรบระหว่างประเทศมหาอำนาจ และพี่ทุยคิดว่ากรณี “ตีตี้” อาจไม่ใช่กรณีสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯ และจีน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile