“หุ้น DMT” หรือ ดอนเมืองโทลเวย์ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ไทย 140 ล้านหุ้น ในวันที่ 7 พ.ค. 2564 ยอดระดมทุนรวมกว่า 2 พันล้านบาท วันนี้พี่ทุยจะเล่าให้ทุกคนฟังกันว่าหุ้น DMT น่าลงทุนหรือเปล่า และมีอะไรที่นักลงทุนแบบเราต้องรู้บ้าง
“หุ้น DMT” ทำธุรกิจอะไร ?
ในปัจจุบัน DMT ให้บริการโครงการทางยกระดับดอนเมืองช่วงดินแดงถึงรังสิต โดยมีระยะทางทั้งสิ้น 28.1 กิโลเมตร ซึ่งสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ส่วนได้แก่
ทางหลวงสัมปทานโครงการทางยกระดับดอนเมือง
เริ่มตั้งแต่ดินแดงจนถึงอนุสรณ์แห่งชาติ เป็นทางหลวงสัมปทานส่วนเดิมจากดินแดงถึงดอนเมือง 4 กิโลเมตร รองรับการจราจรได้ 180,000 คันต่อชั่วโมง และทางหลวงส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ จากดอนเมืองถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ 5 กิโลเมตร รองรับการจราจรได้ 160,000 คันต่อชั่วโมง
ทางหลวงส่วนต่อขยายรังสิต
เชื่อมต่อจากทางหลวงสัมปทานด้านทิศเหนือถึงบริเวณรังสิตหน้าโรงกษาปณ์ 2 กิโลเมตร รวมสามารถรองรับผู้ใช้งาน 3.4 แสนคันต่อชั่วโมง และมีผู้ใช้งานเฉลี่ยในช่วงปกติสูงถึง 154,000 คันต่อวัน
“หุ้น DMT” ต้องการระดมทุนไปทำอะไร ?
การระดมทุนครั้งนี้ DMT เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 140 ล้านหุ้น คิดเป็น 11.85% ของหุ้นทั้งหมดของบริษัท โดยมีมูลค่าที่ตราไว้ 5.2 บาท และมีมูลค่าทางบัญชีอยู่ที่ 6.56
โดยวัตถุประสงค์ในการระดมทุนครั้งนี้คือ นำเงินไปชำระคืนหนี้ต่าง ๆ โดยการระดมทุนครั้งนี้คาดว่าจะได้รับเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยทางด่วนมีหนี้ระยะยาว 1,354 ล้านบาท หนี้ระยะสั้น 330 ล้านบาท และยังเหลือเงินไว้สำหรับหมุนเวียนอีก 300-400 ล้านบาท
ซึ่งเงินสดหมุนเวียนนั้นก็สามารถรองรับโอกาสในอนาคตในการเข้าประมูลเส้นทางใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และปริมาณจราจรรวมของบริษัทให้เพิ่มขึ้นไปอีกด้วย
โดยในช่วงปี 2560-2579 รัฐบาลไทยเองก็มีแผนในการก่อสร้างโครงข่ายเส้นทางถนนต่าง ๆ กว่า 6,000 กิโลเมตร ซึ่งในปัจจุบันก่อสร้างไปแล้วเพียง 600 กิโลเมตร ทำให้เห็นโอกาสในอนาคตที่ DMT จะเข้าไปร่วมประมูลเส้นทางที่มีศักยภาพใหม่ ๆ เพิ่มเติมในอนาคต
รายได้ “หุ้น DMT” เติบโตสม่ำเสมอ
ธุรกิจทางด่วน เป็นหนึ่งในธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ และกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ ด้วยตัวเลขการใช้งานทางด่วนที่เกือบทุกคนต่างใช้งานกันอยู่เกือบทุกวัน ทำให้ธุรกิจนี้มีกระแสเงินสดตลอดเวลา โดยอิงจากปริมาณการใช้งานผ่านทางเป็นหลัก ซึ่งก็อาจได้รับผลกระทบบ้างอย่างในช่วงโควิดที่คนเริ่ม Work From Home และเดินทางน้อยลง
อีกทั้งแนวโน้มในอนาคตยังมีแนวโน้มที่คนจะใช้รถยนต์ที่มากขึ้นตลอดเวลา บวกกับสัมปทานของทางด่วนนั้นมีสัญญาที่ชัดเจน โดยที่ราคาของทางด่วนนั้นจะปรับตัวขึ้นทุก ๆ 5 ปี นั่นหมายความว่านอกจากผู้ใช้งานจะมากขึ้นแล้ว รายได้ต่อหัวก็จะเพิ่มขึ้นไปอีกด้วย
โดยสัญญาสัมปทานนั้นจะยาวไปถึงจนปี 2577 หรืออีก 13 ปีเลยทีเดียว โดยในช่วง 5 ปีสุดท้าย 2572-2577 นั้น ราคาทางด่วนสำหรับรถ 4 ล้อ จะสูงถึง 145 บาท ทำให้ธุรกิจนี้ถึงแม้จะไม่ได้ดูโตหวือหวาแต่โตสม่ำเสมอ และมั่นคง
ปี 2560
- รายได้ 2,978 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ 1,398.1 ล้านบาท
- อัตรากำไรสุทธิ 46.95%
ปี 2561
- รายได้ 3,025 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ 1,457.2 ล้านบาท
- อัตรากำไรสุทธิ 48.17%
ปี 2562
- รายได้ 2,816 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ 1,158.6 ล้านบาท
- อัตรากำไรสุทธิ 41.14%
หุ้นโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ในตลาด
ผลตอบตอนย้อนหลัง 1 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 20 เม.ย. 64)
- BTS –16.20%
- BTSGIF –31.41%
- BEM –14.81%
- TFFIF –20.00%
- AOT 4.42%
ผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 20 เม.ย. 64)
- BTS -1.63%
- BTSGIF -55.04%
- BEM 35.29%
- TFFIF –
- AOT 65.82%
อัตราเงินปันผล ปี 2563
- BTS 3.00%
- BTSGIF –
- BEM –
- TFFIF 3.88%
- AOT 0.28%
จะเห็นได้ว่าหุ้นโครงสร้างพื้นฐานมีการเติบโตที่ค่อนข้างมั่นคง เพราะเป็นธุรกิจที่คอยรองรับการใช้งานของผู้คน และมีแนวโน้มในการเติบโตและขยับขยายอยู่แล้ว ซึ่งหุ้นบางตัวหากดูจากราคาย้อนหลังอาจไม่ได้เติบโตโดดเด่นนัก แต่ก็มักจะมีปันผลในอัตราที่ค่อนข้างสูง ส่วนกองทุนโครงสร้างพื้นฐานบางกองมีสัดส่วนที่เป็น Free Hold อยู่ ทำให้ยิ่งระยะเวลาผ่านไปมูลค่าของกองทุนจะค่อย ๆ ลดลง ถ้าจะเลือกกองทุนโครงสร้างพื้นฐานอาจจะต้องศึกษา และทำความเข้าใจเพิ่มเติมเพื่อให้เราจะได้ไม่ตกใจ และเข้าใจการลดลงของราคา
“หุ้น DMT” น่าลงทุนหรือไม่ ถ้าจะลงทุนต้องระวังอะไร ?
สำหรับใครที่มองหุ้นโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็ง DMT ถือเป็นหุ้นที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะเป็นทางด่วนสำคัญมีการใช้บริการเยอะ มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีทั้งด้านราคาและจำนวนผู้ใช้งาน และด้วยทางด่วนเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่และมีแนวโน้มการใช้ไปอีกยาว ๆ คงไม่มีคู่แข่งที่จะมาแย่งสร้างในพื้นที่เดียวกัน แถมมีธุรกิจที่ทดแทนกันน้อย จึงแทบจะคล้ายเป็นธุรกิจผูกขาดไปเลยทีเดียว..