นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 8 ได้สร้างสถิติใหม่ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้คะแนนไปทั้งหมด 1,386,215 คะแนน ทำลายสถิติที่ ม.ร.ว. สุขุมพันธ์ บริพัตร เคยทำไว้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2556 ที่ได้คะแนนไป 1,256,349 คะแนน ทำให้นายชัชชาติจะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้ว่าฯ เป็นคนที่ 17 นโยบายผู้ว่าฯ ชัชชาติ จะมีอะไรบ้างไปฟังกัน
นโยบายผู้ว่าฯ ชัชชาติ ท่านนี้มี 214 ข้อ ใน 9 มิติ ประกอบด้วย 1. ปลอดภัยดี 2. สุขภาพดี 3. สร้างสรรค์ดี 4. สิ่งแวดล้อมดี 5. บริหารจัดการดี 6. เรียนดี 7. โครงสร้างดี 8. เศรษฐกิจดี 9. เดินทางดี แต่ส่วนใหญ่เป็นนโยบายแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอยในลักษณะพัฒนาคุณภาพชีวิต ทำให้ผลประโยชน์ต่อบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีจำกัด โดยมีนโยบายที่เกี่ยวข้องและให้ประโยชน์ ได้แก่
นโยบายผู้ว่าฯ ชัชชาติ โครงสร้างดี – มีย่านสะดวก มีบ้านน่าอยู่
เป็นนโยบายพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนโยบายที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งสิ่งก่อสร้างและระบบบำบัดน้ำเสีย ดังนี้ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนำการพัฒนาเมือง, ตัดถนนย่อยตามผังเมือง, แก้ปัญหาพื้นที่ต่ำ 50 เขต, ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน, มุ่งเป้าติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียต้นทาง
แน่นอนว่ากลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เช่น ช.การช่าง (CK), อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD), ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรั๊คชั่น (STEC), สยามเทคนิคคอนกรีต (STECH) มีโอกาสได้รับประโยชน์จากงานตัดถนนย่อย ขณะที่งานก่อสร้างด้านพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียจะหนุนกลุ่มรับเหมาที่เน้นรับงานสิ่งก่อสร้างหรืออาคาร เช่น ไทยโพลีคอนส์ (TPOLY), เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR)
มากกว่านั้นกลุ่มหุ้นเหล่านี้อาจได้ประโยชน์ทางอ้อมจากนโยบายอื่นที่ต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างหรือสิ่งก่อสร้าง เช่น นโยบายสิ่งแวดล้อมดี
นโยบายสิ่งแวดล้อมดี – ตรวจสอบและกำจัดมลพิษจากต้นตอ เพิ่มและพัฒนาพื้นที่สีเขียวใกล้บ้าน
ภายใต้นโยบายนี้จะมีนโยบายสนับสนุนให้เกิด Ecosystem รถพลังงานไฟฟ้า มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของประชาชน ซึ่งจะประสานงานกับภาคเอกชนผลักดันให้เกิดสถานีชาร์จ และสลับแบตเตอรีมากขึ้น ในตลาดหลักทรัพย์มีบริษัทที่หันมาจับธุรกิจพาหนะพลังงานไฟฟ้าและสถานีแบตเตอรีมากขึ้นและจะได้ประโยชน์จากนโยบายนี้ เช่น พลังงานบริสุทธิ์ (EA), เน็กซ์ พอยท์ (NEX), ช ทวี (CHO) เป็นต้น
ขอบเขตของนโยบายสิ่งแวดล้อมดีอาจขยายไปสู่การเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานและระบบเพื่อรองรับ ecosystem รถพลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่เชี่ยวชาญงานด้านนี้และจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมาของกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย เมตะ คอร์ปอเรชั่น (META), เอเอมอาร์ เอเซีย (AMR)
นโยบายผู้ว่าฯ ชัชชาติ ปลอดภัยดี – ลดจุดเสี่ยงด้านอาชญากรรม อุบัติเหตุ และสาธารณภัย
เน้นการปรับปรุงในจุดเล็กๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย แต่ยังมีนโยบายอย่างนโยบายยกระดับคุณภาพกล้องวงจรปิด ป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก เน้นประยุกต์ใช้เทคโนโลยีกับกล้องวงจรปิด
บริษัท จีเนียส ทราฟฟิค ซีสเต็ม จำกัด ซึ่งอยู่ในเครือบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (FORTH) ได้จดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานก่อสร้างของกรุงเทพมหานคร รับงานด้านระบบกล้องวงจรปิด ส่งผลให้ FORTH มีโอกาสรับประโยชน์จากนโยบายนี้
นอกจากนั้นแนวทางการพัฒนาของนายชัชชาติจะใช้เน้นการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาในจุดต่างๆ และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่นโยบายปลอดภัยดี แต่อยู่ในนโยบายอื่นด้วย เช่น นโยบายวิเคราะห์ข้อมูลเมือง ต่อยอดสู่การแก้ไขปัญหาที่อยู่ในนโยบายบริหารจัดการดี ดังนั้นต้องติดตามบริษัท บลูบิค กรุ๊ป (BBIK) ที่ทำธุรกิจด้านที่ปรึกษาและการจัดการข้อมูล
นโยบายเศรษฐกิจดี – สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้
ปัญหา COVID-19 แพร่ระบาดก็เป็นอีกอุปสรรคขัดขวางเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน ในนโยบายเศรษฐกิจดีมีนโยบายกรุงเทพฯ มั่นใจ ปลอดภัยโควิด มีจุดประสงค์เพื่อให้ภาคธุรกิจมั่นใจและเรียกความเชื่อมั่นกลับมา โดยกรุงเทพฯ จะส่งเสริมให้ภาคธุรกิจตรวจ ATK กับทั้งพนักงานและลูกค้า ดังนั้นหุ้นที่ทำธุรกิจนำเข้าชุดตรวจ ATK ก็ได้อานิสงส์ไปด้วย เช่น เซนต์เมด (SMD), เทคโนเมดิคัล (TM)
เมื่อเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว รวมถึงหลายนโยบายที่ส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสวัสดิการพนักงานกรุงเทพฯ รายได้ประชาชนก็เพิ่มขึ้น การจับจ่ายใช้สอยก็จะตามมา ซึ่งส่วนนี้จะส่งผลดีในทางอ้อมกับหุ้นกลุ่มค้าปลีกบริโภคภายใน เช่น ซีพี ออลล์ (CPALL), เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เป็นต้น
นโยบายมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา นักลงทุนควรติดตามอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามถ้านโยบายสามารถส่งผลดีได้อย่างที่คาดหวังไว้ เชื่อเลยว่าเศรษฐกิจจะเติบโตหนุนตลาดหุ้นให้ได้ประโยชน์อย่างทั่วถึงแน่นอน