ทำไม "สิงห์ เอสเตท" เข้าซื้อนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ ?

ทำไม “สิงห์ เอสเตท” เข้าซื้อนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • ก่อนหน้านี้ทางสิงห์ เอสเตท เพิ่งเข้าซื้อโรงผลิตไฟฟ้าและความร้อนร่วม 3 แห่ง เพื่อช่วยสร้างกระแสเงินสด และลดความเสี่ยงในการดำเนินการ
  • ล่าสุด สิงห์ เอสเตท (หรือ หุ้น S ที่เรารู้จักกันดี) ได้เข้าซื้อนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ เพื่อผลักดันให้ไทยกลายเป็น “ครัวของโลก” และผสมผสานเข้ากับโรงผลิตไฟฟ้าที่ได้ซื้อกิจการไปก่อนหน้านี้

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Phatra Leasing"
"Phatra Leasing"

ช่วงนี้เราจะได้เห็นบริษัทต่าง ๆ เร่งลงทุนเพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจากที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวเพราะได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งอีกหนึ่งบริษัทที่พี่ทุยกำลังสนใจและจับตามองอยู่กับการลงทุนเพิ่ม นั่นก็คือ “สิงห์ เอสเตท” (หุ้น S) ที่เรารู้จักกัน

ก่อนหน้านี้ “สิงห์ เอสเตท” (หุ้น S) จะประกอบไปด้วย 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่

1. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์
2. ธุรกิจโครงการที่พักอาศัย
3. ธุรกิจรีสอร์ทและโรงแรม

และถ้าใครได้ติดตามข่าวมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งมีการประกาศเข้าลงทุนธุรกิจที่ 4 นั่นก็คือ ธุรกิจโรงผลิตไฟฟ้าและความร้อนร่วม 3 แห่ง ซึ่งธุรกิจโรงผลิตไฟฟ้าจะช่วยสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง มีกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงในในการดำเนินการได้ ใครสนใจอยากอ่านรายละเอียดของดีลนี้ได้เลย คลิกที่นี่

ล่าสุดทางได้ประกาศลงทุน “นิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์” เนื้อที่มากกว่า 1,790 ไร่ โดยการซื้อหุ้น “บจก. ปาร์ค อินดัสตรี” ทั้ง 100% ในราคาพาร์จาก บจก. บุญรอดบริวเวอรี่ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 2,421 ล้านบาท โดยจะแบ่ง 510 ล้านบาท เป็นงบประมาณการเข้าซื้อ “บจก. ปาร์ค อินดัสตรี” และอีก 1,726 ล้านบาทเพื่อเข้าลงทุนและพัฒนานิคมอย่างจริงจัง และอีกส่วนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

ทำไม “สิงห์ เอสเตท” (Singha Estate) เข้าซื้อนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ ?

ทำไม "สิงห์ เอสเตท" เข้าซื้อนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ ?1. ทำเลที่ตั้ง

ทำเลที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ อยู่กลางห่วงโซ่อุปทานของอาหารรวมถึงวัตถุดิบของประเทศ และยังใกล้แหล่งน้ำอย่างแม่น้ำเจ้าพระยา

ณ ปัจจุบันมีอัตราการใช้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของทั้งประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 80% ณ ช่วงสิ้นปีของปีที่แล้ว ในขณะที่ภาคกลางของประเทศไทย มีอัตราการเข้าใช้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในระดับสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 89% นอกจากนี้นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ยังมีความสำคัญตามนโยบายการขับเคลื่อนประเทศที่มุ่งยกระดับประเทศไทยให้เป็น “ครัวของโลก” ซึ่งถือว่าเป็นนิคมด้านอาหารที่มีจุดยุทธศาสตร์ที่ดีลำดับต้นๆ

อีกทั้งมีการคาดการณ์ว่าหลังจากโควิด-19 ผ่านพ้นไป ความต้องการที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมในไทยมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นอีกอย่างแน่นอน

2. นิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ x โรงผลิตไฟฟ้าและความร้อนร่วม 3 แห่ง

การที่นิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ สามารถผสานเข้ากันธุรกิจโรงผลิตไฟฟ้าและความร้อนร่วม 3 แห่ง ที่ลงทุนไปก่อนหน้าได้เป็นอย่างดี เป็นสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากตัวนิคมเองก็ต้องการใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก และด้วยนิคมอุตสาหกรรมนี้มีการเน้นผลิตอาหารโดยเฉพาะ ทำให้มีความต้องการใช้ไอน้ำจากผู้ประกอบการแปรรูปอาหารต่าง ๆ ในนิคมฯ ซึ่งโรงไฟฟ้าของ Singha Estate ก็เป็นผู้ผลิตไอน้ำที่ใช้ได้ในอุตสาหกรรมอาหารด้วยเช่นกัน

ด้วยการลงทุนทั้งหมดนี้ได้ตั้งเป้าผลักดันให้บริษัทมีรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น 3 เท่าจนแตะระดับ 20,000 ล้านบาทต่อปี และมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็น 80,000 ล้านบาทภายในระยะเวลา 3 ปี

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
ปี 2021 Money Buffalo "รับสมัครงาน"
ปี 2021 Money Buffalo "รับสมัครงาน"
บทความนี้เป็นบทความ Advertorial
error: