ญี่ปุ่นกำลังมีนายกคนใหม่ แต่ทำไม "ตลาดหุ้นญี่ปุ่น" ถึงร่วงหนัก ?

ญี่ปุ่นกำลังมีนายกคนใหม่ แต่ทำไม “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” ถึงร่วงหนัก ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • คนญี่ปุ่นค่อนข้างเบื่อการเมือง เพราะ นายกคนเก่าที่จัดการกับสถานการณ์ COVID-19 ไม่ค่อยดี
  • ผิดหวังกับนายกคนใหม่ เพราะ มีนโยบายที่กว้างเกินไป ไม่ชัดเจน และคล้ายคลึงกับนายกคนเก่า จึงทำให้ตลาดไม่ค่อยเห็นความแปลกใหม่ของนโยบายโดยรวม
  • ภาพรวมนโยบายของนายกคนใหม่ เน้นการเติบโตของเศรษฐกิจ เน้นความเท่าเทียม ขจัดความยากจน และต้องการดึง Supply Chain ให้กลับมาที่ญี่ปุ่นอีกครั้ง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset "กองทุน"
Krungsri Asset "กองทุน"

ในที่สุดญี่ปุ่นก็ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ คือ ฟุมิโอะ คิชิดะ ผู้ชนะการเลือกตั้งได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) จากที่อดีตนายกรัฐมนตรีตัดสินใจก้าวลงจากเก้าอี้หลังดำรงตำแหน่งได้แค่ 1 ปี แม้จะได้นายกคนใหม่แล้ว แต่หลายวันมานี้ “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” ก็ยังคงติดลบอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีนายกคนที่ 100

ญี่ปุ่นกำลังมีนายกคนใหม่ แต่ทำไม "ตลาดหุ้นญี่ปุ่น" ถึงร่วงหนัก ?

เป็นเพราะว่าเมื่อมองไปที่คนญี่ปุ่นแล้ว มีเสียงสะท้อนออกมาว่า คนญี่ปุ่นค่อนข้างเบื่อการเมือง เพราะ โยชิฮิเดะ ซูงะ นายกคนเก่าที่จัดการกับสถานการณ์ COVID-19 ไม่ค่อยดีนัก และการจัดงานโอลิมปิก 2020 รวมไปถึงค่อนข้างผิดหวังกับนายกคนใหม่ด้วย เพราะ นโยบายเป็นกรอบกว้างเกินไป และคล้ายคลึงกับซูงะ จึงทำให้ตลาดไม่ค่อยเห็นความแปลกใหม่ของนโยบายโดยรวม 

แต่หากคิชิดะต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน คิชิดะต้องบริหารจัดการโควิดตลอดเดือน ต.ค. 2021 ให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นผลงานที่อาจจะทำให้คิชิดะชนะการเลือกตั้งสภาล่างในวันที่ 31 ต.ค. 2021 ได้ 

จากนั้นนโยบายเศรษฐกิจที่ดีในต้นปีหน้า ก่อนเดือน ก.ค. 2022 จะทำให้คิชิดะมีโอกาสชนะในสภาสูง และผลท้ายที่สุดนั้นหากชนะทั้งสองสภาจะเป็นปัจจัยบวกแก่ตลาดที่คาดการณ์ว่าคิชิดะจะอยู่ในตำแหน่งนานกว่าที่คาดไว้ และเป็นจุดที่สร้างความต่อเนื่องให้กับนโยบายที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้จริง มากกว่าการดำรงตำแหน่งในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งนั่นจะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ดัชนี “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” สามารถกลับมาเป็นขาขึ้นได้อีกครั้ง เนื่องจากในเวลานี้เองตลาดมองว่าคิชิดะอยู่ได้เพียง 1 ปีเท่านั้น ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยลบให้กับตลาดญี่ปุ่นอยู่

นโยบายรวมของคิชิดะว่าที่นายกคนใหม่ของญี่ปุ่น

1. เน้นการเติบโตและมาตรการกระตุ้นทางการเงิน-การคลัง

นโยบายที่จะไม่ขึ้นภาษีการบริโภค เป็นเวลา 5 ปี แต่จะไปขึ้นภาษีที่เกี่ยวกับการลงทุนแทน รวมไปถึงเดินหน้าต่อในเรื่องการค้าเสรีกับสหรัฐฯ เอเชีย และภาคี QUAD ซึ่งประกอบไปด้วย ญี่ปุ่น สหรัฐฯ อินเดีย และออสเตรเลีย โดยเป็นกรอบความร่วมมือที่ช่วยส่งเสริมเสรีภาพ ความรุ่งเรือง ทำให้อินโด-แปซิฟิกเปิดกว้างมากขึ้นในด้านเศรษฐกิจ

2. การเน้นความเท่าเทียม

โดยมุ่งสนับสนุน SME และยังมีแผนการจัดตั้งกองทุนพัฒนาการศึกษาโดยโครงสร้างกองทุนจะกระจายการลงทุนในหุ้นทั่วโลก เน้นลงทุนในตลาดหุ้นประมาณ 65% เป็นเหตุให้ตลาดหุ้นเอเชียบวกเพิ่มได้เล็กน้อย 

ต่อมาคือนโยบายเพิ่มรายได้ของคนญี่ปุ่นให้เป็น 2 เท่าภายในระยะเวลาที่เขาดำรงตำแหน่งอยู่เพื่อขจัดความยากจน  โดนมีนโยบายขึ้นค่าจ้างของฝั่งราชการ แต่นักวิเคราะห์มองว่าจะเป็นการไปเพิ่มแรงกดดัน และต้นทุนการผลิตให้กับภาคเอกชน เพราะต้นทุนของวัตถุดิบ สินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานที่แพงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การขึ้นค่าจ้างอีกจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับตัวธุรกิจของภาคเอกชนแทน 

3. เน้นการสร้างความรักชาติ

ตั้งกระทรวงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพื่อดึงฝั่ง Supply chain ที่ถูก Disruption ออกไป เช่น Semiconductor กลับคืนสู่อุตสาหกรรมญี่ปุ่นอีกครั้ง รวมไปถึงมีการวางเรื่องการต่อต้านสงครามการค้ากับจีนอีกด้วย 

ภาพรวม “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” หลังจากมีนายกคนใหม่

ญี่ปุ่นกำลังมีนายกคนใหม่ แต่ทำไม "ตลาดหุ้นญี่ปุ่น" ถึงร่วงหนัก ?

โดยภาพรวมของญี่ปุ่นที่น่าจับตามอง คือ เงินเฟ้อที่แต่เดิมไม่มีการกำหนดกรอบเป้าหมาย แต่เคลื่อนไหวอยู่ที่สูงสุดประมาณ 1% กว่า ๆ และมี GDP ที่โตต่ำกว่าศักยภาพ แต่เงินเฟ้อที่คาดหวังของญี่ปุ่นนั้นมีการประเมินไว้ที่ประมาณ 1-2% ซึ่งเป็นจุดที่หากเงินเฟ้อในอนาคตของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย พี่ทุยมองว่าเป็นโอกาสที่ทำให้ตลาดหยิบจุดนี้ไปเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนได้ 

รวมไปถึงปีหน้าก็คาดการณ์กันว่า GDP ญี่ปุ่นจะเติบโตราว ๆ  4% กว่า จากการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโรคระบาด กลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจอ้างอิงจากทางนโยบายของนายกคนใหม่ที่ส่วนตัวค่อนข้างชื่นชอบเทคโนโลยี นั่นคือ Healthcare, กลุ่มประกันที่จะใช้ AI เข้ามาช่วย, กลุ่มการเงิน, กลุ่มชิ้นส่วนการผลิตในอุตสาหกรรม เช่น เหล็ก เครื่องจักร ชิ้นส่วนยานยนตร์ และชิ้นส่วนเทคโนโลยีต่าง ๆ 

แต่หากมองอีกมุมผลกระทบที่ต้องระวังจากการอัดฉีดเงินและการผลักดันนโยบายการเงิน คือ การลดดอกเบี้ยเยอะ ๆ เป็นระยะเวลานาน จะทำให้ธนาคารอยู่ในภาวะขาดทุนได้ในที่สุด แต่ก็เป็นปัจจัยที่ไม่น่ากังวลมากนัก เพราะ ตอนนี้ญี่ปุ่นอยู่ในถานะที่ควรเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้หลุดจากภาวะเงินฝืดมากกว่า

ดังนั้นพี่ทุยจึงมองว่าตลาดญี่ปุ่นยังมีความไม่แน่นอนสูงมาก ขึ้นอยู่กับผลงานของว่าที่นายกคนใหม่ เพราะ ตลาดหุ้นและเศรษฐกิจของญี่ปุ่นก็ซบเซาก่อน COVID-19 มานานแล้ว แต่ถ้านายกคนใหม่สามารถมานำประเทศให้เติบโตด้วยการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีได้ เม็ดเงินต่าง ๆ จากทั่วโลกก็พร้อมที่จะไหลเข้าไปลงทุน และทำให้ตลาดญี่ปุ่นกลับมาน่าสนใจได้อีกครั้ง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: