"เงินติดล้อ" เตรียม IPO เข้าตลาดหุ้น

“เงินติดล้อ” เตรียม IPO เข้าตลาดหุ้น ต้องรู้ และระวังอะไรบ้าง ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • “เงินติดล้อ” เตรียม IPO เข้าตลาดหุ้นผ่านช่องทางออนไลน์วันที่ 22-26 เม.ย. ด้วยวิธีจัดสรรแบบ Small Lot First เหมือนหุ้น OR ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนส่วนใหญ่เป็นอย่างมาก
  • การแจกจ่ายหุ้นแบบ Small Lot First ทำให้การแจกจ่ายหุ้นทั่วถึงนักลงทุนทุกคน มีขั้นต่ำในการจองอยู่ที่ 1,000 หุ้น ที่ราคา 36.5 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินขั้นต่ำอยู่ที่ 36,500 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนหุ้นขั้นต่ำต่อหนึ่งใบจอง
  • รายได้ของเงินติดล้อ (TIDLOR) เติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยอัตรากำไรสุทธิประมาณ 23% และในช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจสินเชื่อมีการเติบโตสูง โดยคู่แข่งอย่าง SAWAD และ MTC ก็ได้สร้างผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ไม่ต่ำกว่า 100% เช่นเดียวกัน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset "กองทุน"
Krungsri Asset "กองทุน"

ช่วงนี้มีหุ้น IPO ที่น่าสนใจหลายตัวจ่อจะเข้าตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดย “เงินติดล้อ” หรือ TIDLOR ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่น่าสนใจ แถมยังจัดสรรแบบ Small Lot First เหมือนกับหุ้น OR ในช่วงก่อนหน้านี้อีกด้วย โดยจะพร้อมให้เราได้จองกันผ่านช่องทางออนไลน์ในวันที่ 22-26 เมษายน 2564 ที่จะถึงนี้

“เงินติดล้อ” ทำธุรกิจอะไร ?

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR เป็นหนึ่งในผู้นำในการให้บริการทางการเงินให้กับลูกค้ารายย่อย ด้วยชื่อเงินติดล้อ ทำให้รายย่อยสามารถเข้าถึงง่าย และเข้าใจบริการได้อย่างชัดเจน เพราะรายย่อยในไทยนั้นมีจำนวนไม่ใช่น้อยแต่ติดปัญหาสำคัญในการเข้าถึงสินเชื่อทางการเงิน ซึ่ง “เงินติดล้อ” เองก็มีจุดยืนที่ชัดเจนในการสร้างโอกาสทางการเงินให้กับลูกค้าในแบบที่ให้มีความรู้ความเข้าใจทางการเงิน เพื่อความเป็นธรรมและโปร่งใส และอาจส่งผลโอกาสที่จะเกิดหนี้เสียที่จะน้อยลงอีกด้วย

นอกจากนี้เงินติดล้อยังเป็นผู้บุกเบิกการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีมาใช้อย่างการใช้แพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในหลาย ๆ ช่องทาง แถมยังมีเครือข่ายสาขาที่มากกว่า 1,000 สาขา ครอบคลุม 74 จังหวัดทั่วประเทศ เป็นอีกจุดแข็งสำคัญของเงินติดล้อเลยทีเดียว โดยปัจจุบันมีธุรกิจหลักถึง 2 ธุรกิจ ได้แก่

1. ธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันครบวงจร

เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เป็นหัวใจหลักของเงินติดล้อ แถมยังการันตีความแข็งแกร่งด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่เป็นอันดับ 1 ในปี 2562 ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลากหลายเพื่อความทั่วถึงกลุ่มลูกค้ารายย่อย ด้วยภาพลักษณ์ที่อนุมัติเร็ว สินเชื่อมอเตอร์ไซค์อนุมัติ 10 นาที สินเชื่อรถเก๋ง-รถกระบะ อนุมัติไวภายใน 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ก็ยังมีผลิตภัณฑ์อย่างบัตรกดเงินสดอีกด้วย

2. ธุรกิจนายหน้าประกันภัย

อีกหนึ่งธุรกิจที่มาคู่กับธุรกิจหลัก เพราะลูกค้าที่เข้าหาเงินติดล้อนั้นจะเป็นกลุ่มที่มีสินทรัพย์อย่างรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว และสินทรัพย์เหล่านี้ต้องมีการต่อประกันภัยอย่างสม่ำเสมอ จึงมีอีกหนึ่งธุรกิจที่มาคู่กัน โดยเงินติดล้อนั้นติด 1 ใน 3 ของผู้นำที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยรายย่อยในปี 2562 ด้วยบริษัทประกันภัยพันธมิตรถึง 18 ราย

“เงินติดล้อ” ระดมทุนไปทำอะไร ?

การระดมทุนในครั้งนี้คาดว่าจะ IPO ไม่เกิน 1,043 ล้านหุ้น และคาดว่าเงินติดล้อจะได้เงินไปราว ๆ 35,480 ถึง 38,089 ล้านบาท และการระดมทุนในครั้งนี้ของเงินติดล้อในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์อยู่ 4 อย่างด้วยกัน คือ

  1. ขยายสาขาเพิ่มเติม
  2. ปรับปรุงโครงสร้างบริษัท
  3. ใช้เป็นเงินทุนในการขยายพอร์ตสินเชื่อ และเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ
  4. นำไปชำระหนี้บางส่วน เพื่อให้ธุรกิจคล่องตัวขึ้น

รายได้ย้อนหลังของ TIDLOR

ปี 2561

  • รายได้ 7,569.4 ล้านบาท
  • อัตรากำไรสุทธิ 17.3%
  • เงินให้กู้และลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ 37,049.4 ล้านบาท

ปี 2562

  • รายได้ 9,457.9 ล้านบาท
  • อัตรากำไรสุทธิ 23.3%
  • เงินให้กู้และลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ 45,277.3 ล้านบาท

ปี 2563

  • รายได้ 10,558.9 ล้านบาท
  • อัตรากำไรสุทธิ 22.9%
  • เงินให้กู้และลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ 48,568 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่าเงินติดล้อนั้นมีรายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 มีการเติบโตถึง 24.9% และในปี 2563 มีการเติบโตอยู่ที่ 11.6% โดยรายได้ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมกว่า 70% มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณกว่า 20%

“เงินติดล้อ” มีการจัดสรรหุ้นแบบ Small Lot First คืออะไร ?

การจัดสรรหุ้นแบบ Small Lot First นั้นได้รับความสนใจจากการที่หุ้น OR ใช้ในการจัดสรรหุ้นให้กับนักลงทุน ซึ่ง TIDLOR เองก็ใช้วิธีนี้เช่นกัน โดยวิธีนี้จะทำให้การจัดสรรหุ้นให้ทั่วถึงนักลงทุนให้มากที่สุด โดย TIDLOR จะมีขั้นต่ำในการจองอยู่ที่ 1,000 หุ้น ที่ราคา 36.5 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินขั้นต่ำอยู่ที่ 36,500 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนหุ้นขั้นต่ำต่อหนึ่งใบจอง

หลังจากแจกจ่ายหุ้นในรอบแรกครบแล้วจะมีการจัดสรรหุ้นรอบละ 100 หุ้นต่อรายไปเรื่อย ๆ จนกว่าหุ้นทั้งหมดที่ออกจำหน่ายจะจัดสรรจนหมด โดยเศษที่เหลือในรอบสุดท้ายนั้นจะมีการแจกจ่ายโดยโปรแกรมสุ่ม ทำให้วิธีจัดสรรแบบนี้นั้นจะทำให้เกิดการแจกจ่ายอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมมากที่สุด ทำให้ผู้ที่ลงเงินน้อยจะได้รับสิทธิตามจำนวนที่ตัวเองลง ในขณะที่ผู้ที่ลงเงินเยอะก็จะได้แบ่งสิทธิตามหุ้นส่วนที่เหลือหรือมี

สำหรับวิธีการจองซื้อ TIDLOR นั้นสามารถจองซื้อผ่านออนไลน์เท่านั้น ผ่านช่องทางธนาคารกรุงศรีและธนาคารกสิกรไทย ในช่วงวันที่ 22-26 เมษายน 2564 ซึ่งเราสามารถอ่านรายละเอียดและหนังสือชี้ชวนได้ ที่นี่ 

คู่แข่งในตลาดหุ้นที่มีธุรกิจใกล้เคียงกับ TIDLOR

ในตลาดหุ้นมีอยู่ 2 บริษัทด้วยกันที่มีธุรกิจที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกับ TIDLOR นั่นก็คือ ศรีสวัสดิ์ คอร์เปอเรชั่น (SAWAD) และ เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) ซึ่งเราสามารถเปรียบเทียบข้อมูลทางการเงินของทั้ง 3 บริษัท โดยใช้ข้อมูล ณ วันที่ 12 เมษายน 2564 ดังนี้

Market Capital

  • TIDLOR –
  • SAWAD 112,255.21 ล้านบาท
  • MTC 138,860 ล้านบาท

P/E Ratio

  • TIDLOR 32 – 35 เท่า
  • SAWAD 24.90 เท่า
  • MTC 26.63 เท่า

อัตรากำไรสุทธิ ปี 2563

  • TIDLOR 22.90%
  • SAWAD 41.01%
  • MTC 35.30%

กำไรต่อหุ้น

  • TIDLOR –
  • SAWAD 3.32 บาท
  • MTC 2.46 บาท

"เงินติดล้อ" เตรียม IPO เข้าตลาดหุ้น

ข้อมูลของ TIDLOR จากไฟล์ลิ่งได้ประมาณราคาหุ้นที่เสนอขายให้ P/E อยู่ที่ประมาณ 32-35 เท่า ซึ่งถือว่าสูงกว่า P/E ของกลุ่มธุรกิจสินเชื่อด้วยกันที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 24-27 เท่า ค่อนข้างมาก

ในด้านของ SAWAD และ MTC เมื่อมองราคาย้อนหลังแล้ว จะเห็นได้ว่ามีการเติบโตที่โดดเด่นทั้งคู่ ซึ่งผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปีของ SAWAD นั้นสูงถึง 133.64% ในขณะที่ MTC นั้น 227.5% ซึ่งช่วงระยะเวลานี้ก็เป็นช่วงที่ TIDLOR เองก็เติบโตเช่นกัน แต่ด้วย P/E ที่ค่อนข้างสูง ใครที่กำลังคิดจะลงทุนหุ้น TIDLOR ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังขึ้นมาอีกระดับนึง ส่วนใครที่กำลังคิดอยู่ว่าจะจอง IPO TIDLOR ดีมั้ย ส่วนตัวพี่ทุยคิดว่าถ้าใครไม่รีบรอดูจังหวะดี ๆ และรอซื้อในตลาด ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้ราคาถูกกว่าราคา IPO ก็เป็นไปได้

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: