หุ้นโออาร์ หุ้น IPO

10 เหตุผลที่ “หุ้นโออาร์” เป็น IPO ที่น่าจับตามองแห่งปี 2021

3 min read  

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Money Buffalo TikTok"
"Money Buffalo TikTok"

หุ้นโออาร์ หุ้น IPO

พี่ทุยเชื่อว่าถ้าใครได้ติดตามข่าวการลงทุนอย่างต่อเนื่องจะต้องได้ยินข่าวเกี่ยวกับการ Initial Public Offering (IPO) ของ “หุ้นโออาร์” หรือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ กันอย่างแน่นอน

ล่าสุด ในปี 2021 #หุ้นโออาร์ เตรียมตัวเสนอขาย IPO กันเรียบร้อยแล้ว ในบทความนี้พี่ทุยจะมาสรุปให้ฟังว่า ทำไม “หุ้นโออาร์” ถึงถูกยกให้เป็น IPO ที่น่าจับตามองแห่งปี 2021 นี้..

หุ้นโออาร์ หุ้น IPO

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักธุรกิจของหุ้นตัวนี้กันให้มากขึ้นดีกว่า

“หุ้นโออาร์” มีโมเดลธุรกิจแบบ “Retailing Beyond Fuel” โดยรายได้ของโออาร์จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่

1. กลุ่มธุรกิจน้ำมัน (Oil)

มีทั้งการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมแบบค้าปลีกและเชิงพาณิชย์ ที่ประกอบไปด้วยการขายน้ำมันผ่านสถานีบริการน้ำมัน จำหน่ายน้ำมันหล่อลื่น ก๊าซ LPG รวมถึงการบริหารโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจน้ำมัน ซึ่งโออาร์ถือว่าเป็นผู้นำอันดับ 1 จากส่วนแบ่งการตลาดของตลาดค้าปลีกน้ำมันกว่า 23 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562) ซึ่งกลุ่มธุรกิจน้ำมันนี้ถือว่าเป็นรายได้หลักของโออาร์ มีสัดส่วนรายได้สูงถึง 91.1% ของรายได้ในปี 2562*

2. กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil)

นอกจากจะทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันแล้ว ก็ยังทำธุรกิจขายปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ร้านกาแฟ อาหารเครื่องดื่มต่าง ๆ ร้านสะดวกซื้อ เช่น Café Amazon, Texas Chicken, ฮั่วเซ่งฮงติ่มซำ และ จิฟฟี่ (Jiffy) รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อให้เช่าภายในสถานีบริการน้ำมันและพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการอื่น ๆ โดยมีสัดส่วนรายได้อยู่ราว 2.9% ของรายได้ในปี 2562* และเป็นกลุ่มที่มีอัตราเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 8.3% ในช่วงปี 2560 – 2562

3. กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ จำนวน 10 ประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563)

มีทั้งธุรกิจน้ำมัน (Oil) ธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) มีรายได้รวมทั้งหมด 5.7% ของรายได้ในปี 2562*

* หมายเหตุ: อ้างอิงงบการเงินรวมตรวจสอบตามกฎหมายสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562

หุ้นโออาร์ หุ้น IPO

พี่ทุยพามาดู 10 เหตุผลเบื้องหลังกันดีกว่า ว่าทำไม #หุ้นโออาร์ ถึงน่าสนใจ และทำไมถึงมีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำในตลาดได้ จนทำให้ถูกจับตามองจากนักลงทุนมากขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็น..

1. #โออาร์ เป็นเจ้าของแบรนด์สถานีบริการน้ำมัน PTT Station

พี่ทุยว่าพวกเราทุกคนรู้จัก แบรนด์สถานีบริการน้ำมัน PTT Station แน่นอน โออาร์ เนี่ยแหละเป็นเจ้าของ โดยประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องตลอดการดำเนินงานที่ยาวนานมากว่า 40 ปี ด้วยจำนวนสาขาที่มากกว่า 1,900 สาขา ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดในประเทศไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563) เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพและความสะดวกครบครันในที่เดียว

แต่เดี๋ยวนี้ ใครๆ ก็รู้ว่า สถานีบริการน้ำมัน PTT Station นั้นเป็นมากกว่าแค่บริการน้ำมัน เพราะเมื่อเราเลี้ยวรถเข้าไป ก็จะเจอกับสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค จนทำให้มีส่วนแบ่งการตลาดค้าปลีกน้ำมันที่ 38.9% เลยทีเดียว! (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562)

2. มีผลิตภัณฑ์หล่อลื่น PTT Lubricants ที่ส่งออกไปกว่า 40 ประเทศทั่วโลก

นอกจากนี้ก็ยังมีผลิตภัณฑ์หล่อลื่นภายใต้แบรนด์ PTT Lubricants ที่ส่งออกไปยังประเทศกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี ด้วยส่วนแบ่งตลาดถึง 31.1% (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562)

หุ้นโออาร์ หุ้น IPO

3. #โออาร์ เป็น Energy Solution Provider แบบครบวงจร

โออาร์ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ผู้จำหน่ายเท่านั้น แต่เป็น Energy Solution Provider นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย พร้อมทั้งให้คำปรึกษาและบริการอย่างครบวงจร อย่างเช่น เชื้อเพลิงทางเลือกอื่น ๆ ในราคาที่เหมาะสมและมีมาตรฐานสูง ทั้งในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และเป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

4. #โออาร์ มีคลังเก็บผลิตภัณฑ์กว่า 70 แห่งทั้งในไทยและต่างประเทศ

แน่นอนว่าการมีเครือข่ายคลังเก็บผลิตภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์กว่า 70 แห่งทั้งในไทยและต่างประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563) มีความได้เปรียบในด้านต้นทุนและความรวดเร็วในการขนส่งเป็นอย่างมาก

หุ้นโออาร์ หุ้น IPO

5. #โออาร์ มีร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากเป็นอันดับที่ 6 ของโลก

สินค้าที่เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) ก็มีสินค้าที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับจากผู้คนหลากหลาย หนึ่งในนั้นก็คือ ร้านกาแฟภายใต้แบรนด์ Café Amazon ที่การันตีความนิยมด้วยสาขากว่า 3,400 สาขาทั้งในไทยและต่างประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563) กลายเป็นแบรนด์ร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากเป็นอันดับ 6 ของโลก (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 โดย Euromonitor)

6. #โออาร์ มีแบรนด์ดังเช่าพื้นที่ภายในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station

อย่างที่เรารู้กันว่า เวลาเราเลี้ยวเข้าสถานีบริการน้ำมัน PTT Station นั้นก็จะพบกับร้านค้าต่าง ๆ มากมาย รู้หรือไม่ว่า ผู้เช่าพื้นที่นั้น ๆ มีแต่แบรนด์ดังชั้นนำทั้งนั้น เช่น Black Canyon, Chester’s Grill, S&P, The Pizza Company, เจ้าสัว เป็นต้น รวมถึงร้านค้าภายใต้แบรนด์จากต่างประเทศซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างดี เช่น A&W, Burger King, KFC, McDonald’s เป็นต้น แสดงให้เห็นว่าผู้เช่าพื้นที่มีความแข็งแกร่ง ช่วยให้มั่นใจได้ว่ามีรายได้อย่างต่อเนื่องแน่นอน

หุ้นโออาร์ หุ้น IPO

7. ลงทุนทำธุรกิจในต่างประเทศถึง 10 ประเทศ

นอกจากจะทำธุรกิจในประเทศแล้ว ก็ยังมีการลงทุนทำธุรกิจในต่างประเทศถึง 10 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม จีน สิงคโปร์ โอมาน ญี่ปุ่น และมาเลเซีย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563) ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มศักยภาพการเติบโตอย่างไร้พรมแดนให้กับ โออาร์ พร้อมตอกย้ำความสำเร็จในการเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

8. #โออาร์ มีทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์เชี่ยวชาญ วิสัยทัศน์กว้างไกล

ไม่ใช่แค่มีทีมบริหารที่มากด้วยประสบการณ์เพียงอย่างเดียวนะ แต่ยังให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการต่อยอดธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

หุ้นโออาร์ หุ้น IPO

9. มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง

ไม่ว่าจะเป็น

  • รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 3.1% จากกว่า 540,000 ล้านบาทในปี 2560 สู่กว่า 570,000 ล้านบาทในปี 2562
  • EBITDA ที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 3.5% จากกว่า 15,000 ล้านบาทในปี 2560 สู่กว่า 17,000 ล้านบาทในปี 2562
  • กำไรสุทธิที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 5.6% จากกว่า 9,700 ล้านบาทในปี 2560 เป็นกว่า 10,800 ล้านบาทในปี 2562

ทั้งสามข้อนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพัฒนาและแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ รวมถึง การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ทำให้ต้นทุนต่าง ๆ ลดลง ซึ่งย่อมทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

(อ้างอิงข้อมูลทางการเงินรวมเสมือนสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2560 และงบการเงินรวมตรวจสอบตามกฎหมายสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562)

10. ทำธุรกิจแบบช่วยสังคมและประเทศ Stakeholder ทุกกลุ่มโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

นอกจากการเติบโตที่ต่อเนื่องและแข็งแกร่งแล้ว #โออาร์ ก็ยังมีการทำธุรกิจที่เกื้อกูลสังคมและส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประเทศ ที่ทำให้ผู้มีส่วนร่วมทุกกลุ่มได้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการต่าง ๆ สร้างการเติบโตให้กับชุมชนและสังคมไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นโครงการไทยเด็ด โครงการ ‘แยก แลก ยิ้ม’ และโครงการพื้นที่ปันสุข

อีกตัวอย่างที่จะเห็นได้ชัดเลย ก็คือ ร้านกาแฟภายใต้แบรนด์ Café Amazon ที่สะท้อนการทำธุรกิจในกรอบ ESG อย่างรอบด้าน ทั้งการนำขยะพลาสติกและวัสดุเหลือใช้ของร้านกาแฟ Café Amazon มาผ่านกระบวนการอัพไซคลิ่ง นำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งร้านที่สวยงาม

หรือจะเป็นโครง ‘Café Amazon for Chance’ ที่สร้างโอกาสและความเท่าเทียมให้แก่ผู้ด้อยโอกาส โดยการเปิดรับผู้พิการทางการได้ยิน ผู้พิการทางการเรียนรู้ ผู้สูงอายุ และทหารผ่านศึกมาเป็นบาริสต้า รวมถึงโครงการ Community Coffee Sourcing (CCS) ที่รับซื้อเมล็ดกาแฟจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรกว่า 4,500 ตันต่อปี (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562) ซึ่งช่วยให้เกิดการจ้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ และช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่แน่นอน

หุ้นโออาร์ หุ้น IPO

หลังจากที่ #หุ้นโออาร์ ระดมเงินทุนผ่าน IPO ได้เรียบร้อยแล้ว จะจัดสรรเงินลงทุนเพื่อดำเนินการขยายธุรกิจในด้านต่าง ๆ เช่น

กลยุทธ์ที่ 1 ขยายธุรกิจน้ำมันในประเทศ ด้วยเป้าหมายสาขาสถานีบริการน้ำมัน PTT Station “ครอบคลุมกว่า 2,500 สาขา” ภายในปี 2568
กลยุทธ์ที่ 2 ต่อยอดธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ ด้วยแผนการเปิด Café Amazon ให้ “ครอบคลุมกว่า 5,200 สาขา” ทั่วประเทศ ภายในปี 2568
กลยุทธ์ที่ 3 ผลักดันการเติบโตในระดับภูมิภาคและระดับโลกเพื่อ สร้างชื่อเสียงต่อยอด “แบรนด์ไทย” ด้วยแผนการ “ขยายธุรกิจอีกกว่าเท่าตัวในต่างประเทศภายในปี 2568” ทั้ง สถานีบริการน้ำมัน PTT Station และ Café Amazon
กลยุทธ์ที่ 4 ลงทุนด้านเทคโนโลยีและ Supply Chain เพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

นอกจากการขยายธุรกิจจากเงินที่ระดมได้ในครั้งนี้ตามกลยุทธ์ข้างต้นแล้ว โออาร์ ยังพร้อมที่ผลักดัน กลยุทธ์ที่ 5 นั่นคือการขยายธุรกิจภายใต้แนวทาง Mobility Ecosystem และ Lifestyle Ecosystem สำหรับอนาคตให้ “ครบวงจรมากขึ้น” รวมทั้งกลยุทธ์ที่ 6 ซึ่งนับได้ว่ามีความสำคัญที่สุดคือการสานต่อความมุ่งมั่นในการสร้าง “คุณค่าที่ดียิ่งขึ้น” ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

หุ้นโออาร์ หุ้น IPO

สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของ #หุ้นโออาร์ พี่ทุยมีข่าวดีมากบอกก็คือ #โออาร์ จะจัดสรร “หุ้นโออาร์” ให้แก่นักลงทุนรายย่อยในรูปแบบ Small Lot First เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเป็นเจ้าของได้อย่างทั่วถึง ไม่ต้องไปรอลุ้นราคาในกระดานให้เสียวเล่นอีกต่อไป โดยมูลค่าเสนอขายทั้งหมดจะอยู่ที่ 41,760,000,000 – 46,980,000,000 บาท (ไม่รวมจำนวนหุ้นส่วนเกิน) และมีช่วงราคาเสนอขายอยู่ที่ 16-18 บาทต่อหุ้น โดยจะต้องชำระเงินค่าจองซื้อที่ 18 บาทต่อหุ้น โดยราคาเสนอขายสุดท้ายจะประกาศต่อไป และหากราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น ตัวแทนจำหน่ายหุ้นหรือตัวแทนรับจองซื้อ (แล้วแต่กรณี) จะดำเนินการให้มีการคืนเงินค่าจองซื้อหุ้นให้แก่ผู้จองซื้อตามรายละเอียดและวิธีการในหนังสือชี้ชวน

โดยสามารถจองผ่านช่องทางการจองซื้อกับตัวแทนจำหน่ายหุ้น ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงไทย ที่สำนักงานใหญ่และทุกสาขาทั่วประเทศและผ่านช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2564 ถึงเวลา 12.00 น. (เที่ยง) ของ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564

สำหรับผู้ถือหุ้น ‘PTT’ เฉพาะกลุ่มที่มีสิทธิรับจัดสรรหุ้น และใครที่สนใจข้อมูลของ #หุ้นโออาร์ เพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมและข้อมูลเกี่ยวกับการจองซื้อได้ที่ investor.pttor.com

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สการเงินออนไลน์ คอร์สลงทุน
คอร์สการเงินออนไลน์ คอร์สลงทุน
บทความนี้เป็นบทความ Advertorial
error: