ราคาสินทรัพย์ จะขึ้นหรือลงเพียงรู้เทคนิคง่ายๆ
หนึ่งในเทคนิคทำกำไรของเหล่านักลงทุนทั่วโลกเลย ก็คือ การเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง “ราคาสินทรัพย์” กับข่าวสารต่าง ๆ แปลว่า ถ้าหากเราสามารถคาดการณ์ข่าวสารทางเศรษฐกิจได้อย่างถูกต้อง ก็จะช่วยให้สามารถคาดการณ์ราคาสินทรัพย์ได้ล่วงหน้าเช่นกัน
วันนี้พี่ทุยสรุปสูตรมาให้ ทุกคนสามารถนำไปใช้กับสินทรัพย์ต่าง ๆ ได้เลย ว่ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวยังไงบ้าง!
มาที่สินทรัพย์แรก “ทองคำ” โดยทั่วไปคนจะมองว่าทองคำเป็นหลุมหลบภัย (Safe Haven) ราคาทองจะปรับขึ้นเมื่อเกิดความขัดแย้ง มีความไม่แน่นอนทางการเมือง หรือในช่วงที่เศรษฐกิจ โดยเฉพาะของสหรัฐฯ ออกมาไม่ดี
และด้วยตลาดทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกซื้อขายกันใน “สกุลเงินดอลลาร์” ก็แปลว่า
เมื่อดอลลาร์อ่อนค่า ราคาทองก็จะปรับขึ้น
นอกจากนี้การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ก็มักจะไม่ส่งผลดีกับทองคำ เพราะทองเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยหรือเงินปันผล
ดังนั้น เมื่อดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น เงินจึงไหลไปหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน → ราคาทองมักจะลง
ต่อไปดูที่ “ค่าเงินดอลลาร์” อีกสินทรัพย์ที่เรียกว่าเป็นตัวกลางสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ทั่วโลก
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามให้ดีก็คือ ความแข็งแกร่งของสหรัฐฯ ถ้าเงินเฟ้อไม่สูง การจ้างงานแข็งแกร่งดี หรือแนวโน้มเป็นขาขึ้น ก็จะทำให้ “ดอลลาร์แข็งค่า”
แต่ถ้าออกมาในทางตรงกันข้าม หรือมีอะไรที่แสดงถึงความอ่อนแอของสหรัฐฯ ก็จะทำให้ “ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า”
สินทรัพย์ต่อไปก็คือ “น้ำมัน”
สำหรับตลาดน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็ซื้อขายเป็นสกุลดอลลาร์เช่นเดียวกัน ดังนั้นเมื่อดอลลาร์อ่อนค่า ราคาน้ำมันก็จะปรับขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันดูถูกลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ นั่นเอง
นอกจากนี้ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกก็ส่งผลโดยตรงกับราคาน้ำมันเช่นกัน เมื่อเศรษฐกิจดี แปลว่าความต้องการน้ำมันเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันก็จะเพิ่มขึ้นตามด้วยเช่นกัน
และสำหรับ “หุ้นสหรัฐ” ที่ถือว่าเป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก และก็แน่นอนว่าตลาดหุ้นสหรัฐเป็นตัวสะท้อนเศรษฐกิจภาพรวมของสหรัฐฯ รวมถึงของโลกเลยก็ว่าได้ ดังนั้น ถ้ามีข่าวดีเกี่ยวกับเศรษฐกิจภาพรวม เกิดความเชื่อมั่น หุ้นก็จะปรับขึ้นได้
ตัวอย่างข่าวดีที่ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้น เช่น ตัวเลขการจ้างงานดี การว่างงานลดลง, GDP เติบโตเกินคาด, ผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ ออกมาดี, Fed ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย หรือจะเป็นการเจรจาการค้าหรือสงครามต่าง ๆ ออกมาในทิศทางบวก
อีกหนึ่งเรื่องที่ต้องระวังสำหรับการทำกำไรผ่านข่าวหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็คือ “Price In” หรือพูดง่าย ๆ ก็คือนักลงทุนทั่วโลกมักจะคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าอยู่แล้ว ราคาสินทรัพย์ที่เราเห็นอาจจะมีการปรับตัวล่วงหน้าก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้นไปหมดแล้วก็เป็นไปได้
เช่น ถ้ามีการคาดการณ์ว่า Fed จะลดดอกเบี้ยในเดือนหน้า หุ้นอาจจะขึ้นตั้งแต่ตอนนี้ เพราะตลาด “price in” ข่าวนั้นไปแล้ว ดังนั้นพอถึงวันจริง Fed ประกาศลดดอกเบี้ยจริง หุ้นอาจไม่ขึ้นเพิ่ม หรืออาจลง เพราะนักลงทุนคาดไว้หมดแล้ว ก็เป็นไปได้เช่นกัน
สำหรับใครที่อยากเข้าถึงทุกสินทรัพย์การลงทุน ลองดูที่ XM Broker
โบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาต และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากหลายหน่วยงานระดับโลกเปิดบริการมากว่า 15 ปี มีผู้ใช้งานกว่า 15 ล้านคนใน 190 ประเทศ
- มีให้เลือกลงทุนมากถึง 10 ประเภทสินทรัพย์ และ 1,400 ตราสารจากทั่วโลก
- ปรับระดับ Leverage ได้ตามความเหมาะสม สูงสุดถึง 1:1000
- ฝากถอนผ่านธนาคารไทยได้รวดเร็ว ไม่มีค่าธรรมเนียม
- ฝ่ายบริการลูกค้าภาษาไทย 24 ชั่วโมง ทุกวัน
และตอนนี้ทาง XM Broker ก็มีโปรโมชั่นฉลอง 15 ปี โบนัสต้อนรับ $30 และโบนัสเงินฝากสูงสุดถึง $10,500 แล้วก็ยังมีโปรโมชั่นสุดพิเศษฉลอง 15 ปีอีกเพียบ
ยิ่งเทรดบ่อย เทรดมาก ก็จะยิ่งได้สะสม XMC Points แลกเป็นโบนัสเทรด, เงินสด หรือของรางวัลต่าง ๆ ผ่านโปรแกรม XM Trader Club
รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.xm.com/gw.php?gid=244466
เป็นยังไงกันบ้างสำหรับเทคนิค(ไม่ลับ) ที่เอามาฝากกัน หวังว่าจะเป็นแนวทางให้กับทุกคนได้นะ! แต่ถ้าใครอยากเข้าถึงสินทรัพย์การลงทุนได้ง่ายๆ เพียงแค่โหลด XM Broker ที่จะสามารถช่วยเราให้เทรดไ้ด้ทุกสินทรัพย์ แถมใช้งานง่าย ไม่ปวดหัวอีกด้วย !
อ่านบทความเพิ่มเติม :
