กฎหมายโฆษณา ทำอะไรผิดกฎ? ฝ่าฝืนเจอทั้งจำทั้งปรับ!

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • พรบ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 กำหนดให้ข้อความโฆษณาเหล่านี้ผิดกฎหมาย ได้แก่ เป็นเท็จหรือเกินความจริง, ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด, สนับสนุนให้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรม หรือนำความเสื่อมเสียวัฒนธรรมของชาติ, ทำให้เกิดความแตกแยกหรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน ฯลฯ
  • คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณา มีอำนาจสั่งให้โฆษณาบางตัวต้องระบุข้อความให้ชัดแจ้งว่านี้คือสื่อเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
  • หากผู้ประกอบการฝ่าฝืน โทษสูงสุดคือ จำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ช่วงนี้เห็นคนใช้คำว่า “เพื่อการโฆษณาเท่านั้น” กันบ่อยครั้ง พี่ทุยเลยอยากจะชวนมาดู กฎหมายโฆษณา เมืองไทยเสียหน่อยว่า มีการกำกับดูแลการโฆษณาอย่างไรบ้าง

โฆษณาคืออะไร?

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 กำหนดนิยามคำว่า “โฆษณา” คือ กระทำการไม่ว่าวิธีใด ๆ ให้ประชาชนเห็นหรือทราบข้อความเพื่อประโยชน์ในทางการค้า

การโฆษณาจึงเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อสื่อสารทางการตลาด เพื่อส่งเสริมและชักจูงผู้บริโภคให้ตัดสินใจซื้อสินค้า โดยให้ข้อมูล

  • สรรพคุณสินค้าและบริการ 
  • คุณภาพสินค้า
  • จุดเด่นทั้งเรื่องวัตถุดิบ ส่วนผสม นวัตกรรมการผลิต แหล่งกำเนิด

โดยนำเสนอในลักษณะมุ่งหวังผลกำไรมากที่สุด ซึ่งการโฆษณาอาจทำให้ผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมได้ ไทยจึงมีกฎหมายที่ใช้คุ้มครองผู้บริโภคจากโฆษณาชวนเชื่อที่ไม่เป็นธรรม

กฎหมายโฆษณา ห้ามทำอะไรบ้าง?

การโฆษณาในไทยจะถูกกำกับภายใต้ พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ดังนี้

มาตรา 22 การโฆษณาจะต้องไม่ใช้ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม

ทั้งนี้ ไม่ว่าข้อความดังกล่าวนั้นจะเป็นข้อความที่เกี่ยวกับแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือลักษณะของสินค้าหรือบริการ ตลอดจนการส่งมอบ การจัดหา หรือการใช้สินค้าหรือบริการ

ข้อความดังต่อไปนี้ ถือเป็นข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือเป็นข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม

(1) ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง

(2) ข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการไม่ว่าจะกระทำโดยใช้หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันไม่เป็นความจริงหรือเกินความจริง หรือไม่ก็ตาม

(3) ข้อความที่เป็นการสนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรม หรือนำไปสู่ความเสื่อมเสียในวัฒนธรรมของชาติ

(4) ข้อความที่จะทำให้เกิดความแตกแยกหรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน

(5) ข้อความอย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ข้อความที่ใช้ในการโฆษณาที่บุคคลทั่วไปสามารถรู้ได้ว่าเป็นข้อความที่ไม่อาจเป็นความจริงได้โดยแน่แท้ ไม่เป็นข้อความที่ต้องห้ามในการโฆษณาตาม (1)

มาตรา 23 การโฆษณาจะต้องไม่กระทำด้วยวิธีการอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายหรือจิตใจ หรืออันอาจก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้บริโภค ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 24 ในกรณีที่คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาเห็นว่าสินค้าใดอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคและคณะกรรมการว่าด้วยฉลากได้กำหนดให้สินค้านั้นเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลากตามมาตรา ๓๐ ให้คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณามีอำนาจออกคำสั่งดังต่อไปนี้

(1) กำหนดให้การโฆษณานั้นต้องกระทำไปพร้อมกับคำแนะนำหรือคำเตือนเกี่ยวกับวิธีใช้หรืออันตราย ตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณากำหนด ทั้งนี้ โดยคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาจะกำหนดเงื่อนไขให้แตกต่างกันสำหรับการโฆษณาที่ใช้สื่อโฆษณาต่างกันก็ได้

(2) จำกัดการใช้สื่อโฆษณาสำหรับสินค้านั้น

(3) ห้ามการโฆษณาสินค้านั้น

ความใน (2) และ (3) ให้นำมาใช้บังคับแก่การโฆษณาที่คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาเห็นว่าการใช้หรือประโยชน์ของสินค้านั้นขัดต่อนโยบายทางสังคม ศีลธรรม หรือวัฒนธรรมของชาติด้วย

มาตรา 26 ในกรณีที่คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาเห็นว่าข้อความในการโฆษณาโดยทางสื่อโฆษณาใด สมควรแจ้งให้ผู้บริโภคทราบว่าข้อความนั้นเป็นข้อความที่มีความมุ่งหมายเพื่อการโฆษณา คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณามีอำนาจกำหนดให้การโฆษณาโดยทางสื่อโฆษณานั้น ต้องมีถ้อยคำชี้แจงกำกับให้ประชาชนทราบว่าข้อความดังกล่าวเป็นการโฆษณาได้

ทั้งนี้ คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดให้ต้องปฏิบัติด้วยก็ได้

มาตรา 27 ในกรณีที่คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาเห็นว่าการโฆษณาใดฝ่าฝืนมาตรา 22 มาตรา 23 มาตรา 24 (1) หรือมาตรา 25 ให้คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณามีอำนาจออกคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้

(1) ให้แก้ไขข้อความหรือวิธีการในการโฆษณา
(2) ห้ามการใช้ข้อความบางอย่างที่ปรากฏในการโฆษณา
(3) ห้ามการโฆษณาหรือห้ามใช้วิธีการนั้นในการโฆษณา
(4) ให้โฆษณาเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของผู้บริโภคที่อาจเกิดขึ้นแล้วตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณากำหนด

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง (4) คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาอาจเข้าดำเนินการแทนผู้ประกอบธุรกิจ และให้ผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่ชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการแทน

ไม่ปฎิบัติตาม กฎหมายโฆษณา เจอบทลงโทษอะไร?

มาตรา 47 ผู้ใดโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำผิดซ้ำอีก ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 48 ผู้ใดโฆษณาโดยใช้ข้อความตามมาตรา 22 วรรคสอง (3) หรือ (4) หรือข้อความตามที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 22 วรรคสอง (5) หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 23 มาตรา 24 มาตรา 25 หรือมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้นย้ำชัด ๆ อีกที การโฆษณาไม่ใช่การโกหก ไม่ใช่การนำความเท็จมาบอกกล่าว แต่คือการบอกข้อดีของสินค้าโดยผสมผสานเทคนิคในการนำเสนอให้น่าสนใจ แต่ก็ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคไปพร้อม ๆ กัน

และหากสื่อโฆษณาที่มีความสุ่มเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดความใจผิดได้ ก็อย่าลืมใส่ “ใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น” ผู้บริโภคจะได้พิจารณาด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile