ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 กฟผ.

ทำไมเราควรเลือก “ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5” ติดดาว ?

3 min read    Money Buffalo

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 กฟผ.

เหตุผลหลัก ๆ ที่พี่ทุยจะมาเล่าให้ฟังถึงเรื่องฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ติดดาวว่าทำไมเราถึงควรจะเลือกใช้เป็นเพราะว่า เพื่อต้องการให้ทุกคนได้ประหยัดเงินในกระเป๋าสตางค์ ลดรายจ่ายให้กับทุกคนในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้

ซึ่งก่อนที่พี่ทุยจะพูดถึงเรื่องฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ติดดาว พี่ทุยขอพูดถึงศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้หลาย ๆ คนไม่เหลือเงินออมเลยก็คือ “รายจ่าย” ที่ยิ่งปรับ ตัด ลด ได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เหลือเงินออมที่มากขึ้น โดยทั่วไปแล้วรายจ่ายจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท นั่นคือ

1. รายจ่ายคงที่

คือ รายจ่ายที่ตัดทิ้งไม่ค่อยจะได้เท่าไหร่ เพราะถ้าตัดหรือปรับลดจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน

2. รายจ่ายผันแปร

คือ รายจ่ายที่สามารถปรับลดหรือตัดทิ้งได้ง่าย เนื่องจากเป็นรายจ่ายที่ไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่จะเป็นรายจ่ายเรื่องความต้องการ (Want) ซึ่งถ้าสามารถปรับลดความต้องการหรือตัดใจได้ก็จะช่วยประหยัดรายจ่ายตรงนี้ได้ไม่น้อยเลย พี่ทุยเชื่อว่าถ้ากลับมาดูกันจริง ๆ เราอาจจะสามารถประหยัดเงินต่อเดือนได้หลายพันบาทเลยล่ะ

ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 กฟผ.

ถึงแม้ว่า “รายจ่ายคงที่” จะตัดทิ้งไม่ได้ แต่พี่ทุยอยากจะบอกว่า เราสามารถบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งอาจจะช่วยทำให้เราประหยัดได้หลายพันหลายหมื่นบาทต่อปีเลยเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องของ “ค่าไฟฟ้า” ที่เราจ่ายในแต่ละเดือน

“ค่าไฟฟ้า” ที่หลาย ๆ คนอาจจะมองว่าปรับลดอะไรได้ไม่มาก เพราะอากาศเมืองไทยมันร้อน แอร์ก็ต้องเปิด พัดลมก็ต้องมา บ้านน้ำไม่แรงก็ต้องมีปั๊มน้ำไว้คอยช่วยอำนวยความสะดวก แต่จริง ๆ แล้วเรื่องของค่าไฟฟ้าเนี้ย เราสามารถบริหารให้จ่ายน้อยลงได้ไม่ยากเลย

ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 กฟผ.

ก่อนจะเข้าเรื่องว่า เราจะประหยัดค่าไฟฟ้าได้ยังไง พี่ทุยขอพาไปรู้จัก “ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5” กันสักหน่อย เมื่อก่อนเราอาจจะเห็นเป็น ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 1 ถึง เบอร์ 5 แต่เดี๋ยวนี้พี่ทุยเชื่อว่าเดินไปที่ไหน ก็เห็นแต่ “ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5” ที่เห็นแล้วก็รู้สึกว่าประหยัดไฟเหมือน ๆ กันหมด

ซึ่งสิ่งที่เราทุกคนเห็น ถูกต้องแล้วล่ะ พี่ทุยจะบอกว่าเดี๋ยวนี้ ฉลากประหยัดไฟฟ้าไม่ได้มีแต่เบอร์ 5 เท่านั้น แต่เพิ่มเติมเป็นแบบติดดาวด้วย ได้แก่

1. เบอร์ 5
2. เบอร์ 5 แบบ 1 ดาว
3. เบอร์ 5 แบบ 2 ดาว
4. เบอร์ 5 แบบ 3 ดาว

นอกจากระดับของดาวที่แสดงถึงการประหยัดไฟฟ้าที่ยิ่งจำนวนดาวเยอะ ยิ่งประหยัดไฟฟ้ามากขึ้นแล้ว “ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5” ก็ยังบอกถึงประเภทของสินค้า ยี่ห้อ รุ่น ขนาดต่าง ๆ รวมถึงค่าไฟฟ้าโดยเฉลี่ยต่อปีเพื่อให้เราสามารถไปประเมินค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นและนำไปเปรียบเทียบกับสินค้าตัวอื่น ๆ ที่เรากำลังพิจารณาเลือกซื้อได้

ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 กฟผ.

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น พี่ทุยขอยกตัวอย่างค่าไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้ายอดฮิตของประเทศไทย อย่าง “เครื่องปรับอากาศ” มาให้ดูกัน ถ้าลองเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU/Hr. (บีทียู/ชั่วโมง) ในแต่ละระดับ

– เบอร์ 5 ค่าไฟเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 10,798 บาท
– เบอร์ 5 แบบ 1 ดาว ค่าไฟเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 10,019 บาท
– เบอร์ 5 แบบ 2 ดาว ค่าไฟเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 9,344 บาท
– เบอร์ 5 แบบ 3 ดาว ค่าไฟเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 8,754 บาท

จะเห็นได้ชัดเลยว่าถ้าเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศที่มี “ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ไม่มีดาว” มาเป็น “ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 แบบ 3 ดาว” จะช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 2,044 บาทต่อปี แล้วถ้าบ้านใครมีเครื่องปรับอากาศหลายเครื่อง ก็สามารถประหยัดเงินต่อปีได้เยอะเลย และแน่นอนว่าการประหยัดนี้ก็จะทำให้เรามีเงินเก็บออมที่มากขึ้น

ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 กฟผ.

แล้วลองคิดดูว่าปกติแล้ว “เครื่องปรับอากาศ” เครื่องนึงเราใช้อย่างน้อย พี่ทุยว่าก็มี 10 ปีขึ้นไปแน่นอน สมมติว่าเราใช้เป็นระยะเวลา 10 ปี แปลว่าเราจะประหยัดเงินได้ 20,440 บาทตลอดอายุการใช้งาน

จะเห็นได้ว่าในระยะยาวแล้วการเลือกซื้อเครื่องไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ติดดาว ‘ยิ่งดาวมากยิ่งประหยัดไฟ’ เราจะสามารถประหยัดเงินได้หลักหมื่นเลยทีเดียว

ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 กฟผ.

ถ้าเราลองเปรียบเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ อย่าง “พัดลมไฟฟ้า ขนาด 16 นิ้ว” ที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก กินไฟไม่เยอะ

– เบอร์ 5 ค่าไฟเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 590 บาท
– เบอร์ 5 แบบ 1 ดาว ค่าไฟเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 548 บาท
– เบอร์ 5 แบบ 2 ดาว ค่าไฟเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 511 บาท
– เบอร์ 5 แบบ 3 ดาว ค่าไฟเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 479 บาท

จะเห็นได้ว่าในแต่ละดาวที่เพิ่มขึ้นจะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 6-7% เลยทีเดียว แต่สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภทในแต่ละดาวที่เพิ่มขึ่นก็ช่วยประหยัดได้มากถึง 8-10% ก็มีอย่างเช่น “เครื่องสูบน้ำไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ ขนาด 150 วัตต์” (36 ลิตร/นาที) ที่เป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แทบจะมีกันทุกบ้าน

– เบอร์ 5 ค่าไฟเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 1,154 บาท
– เบอร์ 5 แบบ 1 ดาว ค่าไฟเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 1,041 บาท
– เบอร์ 5 แบบ 2 ดาว ค่าไฟเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 949 บาท
– เบอร์ 5 แบบ 3 ดาว ค่าไฟเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 871 บาท

ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 กฟผ.

สำหรับใครที่อยากรู้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทไหน ยี่ห้อไหน รุ่นไหนที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ติดดาว แล้วจะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้กี่บาทต่อปี สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่

พี่ทุยแนะนำว่าลองกลับไปสำรวจดูเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน แล้วถ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเครื่องไหนที่กำลังจะปลดประจำการหรือใช้งานมานานแล้ว เรากำลังจะหาซื้อใหม่อยู่ พี่ทุยแนะนำว่าให้เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า “เบอร์ 5 ติดดาว”

เพราะถ้าเปรียบเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ผ่านการรับรองฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 เราสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากกว่า 20-30% เลยทีเดียว ถ้าคิดเป็นเงินต่อปีบอกได้เลยว่าหลายพันบาท แล้วถ้านับรวมตลอดอายุการใช้งานก็ยิ่งคุ้มค่ามากขึ้นจนถึงขั้นหลักหมื่นบาทแน่นอน ส่วนถ้าใครที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก ไม่แน่เหมือนกันว่าอาจจะประหยัดไฟฟ้าได้หลักแสนบาทก็เป็นไปได้เหมือนกัน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
บทความนี้เป็นบทความ Advertorial

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply