อีก 5 ปีข้างหน้า เรากำลังทำงานอะไรอยู่ ? คำถามนี้อาจจะเป็นคำถามที่เจอบ่อยที่สุดเวลาสัมภาษณ์งาน ซึ่งไม่ได้วัดเพียงทัศนคติและความชอบ แต่ยังมองได้ถึงความตั้งใจในการพัฒนาตนเองในสายงานนั้น ๆ เลยทีเดียวเมื่อผู้สัมภาษณ์ยิงคำถามทำนองนี้จึงไม่ต่างกับการที่เปิดโอกาสให้เราแสดงความเห็น ความฝัน และความหวังในสายงานที่เรากำลังสัมภาษณ์อยู่ แต่พี่ทุยจะบอกว่า เลือกงาน ไม่ยากอย่างที่คิดนะ
แต่ปัญหาที่คลาสสิคที่สุดในการเริ่มงานที่แรกหรือแม้แต่การหางานใหม่ก็มักจะเป็นเรื่อง “งานที่เราชอบมักได้เงินไม่ดี ส่วนงานเงินดีก็ไม่ใช่สิ่งที่เราชอบ”
เราควรเลือกงานอย่างไร ?
แน่นอนว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือ “ได้ทำงานที่ชอบในบริษัทใกล้ ๆ บ้าน ที่มีความมั่นคงและรายได้ดี” แต่จากผลสำรวจของ LinkedIn กลับมีผู้คนเพียงประมาณ 30% ที่ได้ทำงานตามสิ่งที่ตนเองชอบ โดยยังไม่ได้รวมถึงปัจจัยด้านที่ตั้งบริษัทและความมั่นคง ซึ่งก็จะทำให้ผู้ที่บรรลุเป้าหมายนี้น้อยลงไปอีก
ทำอย่างไรเมื่องานในฝันดูหายากเหลือเกิน ?
พี่ทุยมีวิธีเลือกงานดี ๆ มาฝาก โดยพิจารณาจากหัวข้อต่อไปนี้และเลือกงานที่ตอบโจทย์ที่สุดมาเป็นเป้าหมาย
1. ความถนัดในอาชีพ – อะไรคือความถนัดที่คุณใช้สร้างรายได้ ท้าทาย สนุก และเติมเต็มคุณค่าให้กับชีวิต ? ข้อนี้อาจจะใช้เวลาคิดนานสักหน่อย แต่คำตอบที่ได้จะช่วยให้เราพบงานที่ทำแล้วชีวิตสดใส เป็นแรงกระตุ้นให้อยากตื่นไปทำงานได้ทุกวัน
2. แผนการในอนาคต – ถ้างานที่ทำนั้นเป็นงานที่ชอบ แต่ถ้าอีก 10 ปี 20 ปีล่ะ ? การวางแผนอนาคตไว้ว่าเราจะเติบโตไปในทิศทางใด หยุดพักเมื่อไหร่ จะช่วยทำให้เห็นเป้าหมายชีวิตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
3. ไลฟ์สไตล์ – การ เลือกงาน ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์นับเป็นหนึ่งปัจจัยที่สำคัญอันดับต้น ๆ หากท่านผู้อ่านชอบความสนุกสนานและการรังสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ล่ะก็ งานสายการตลาดดิจิทัลอาจเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม ในขณะที่งานนั่งโต๊ะสไตล์ราชการอาจไม่ใช่สิ่งที่เหมาะเท่าไหร่ แม้จะมีความมั่นคงก็ตาม
4. ครอบครัว – การ เลือกงาน ใกล้บ้านจะช่วยให้ค่าใช้จ่ายลดลงอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะชีวิตในตัวเมือง ยิ่งท่านใดมีพ่อแม่สูงอายุ การเลือกข้อนี้อาจช่วยให้เราสบายใจเมื่อได้อยู่ใกล้บ้าน แม้งานอาจไม่ตรงตามความต้องการ แต่ก็แลกมาด้วยความสบายใจ
วิธีเลือกงานอีก 5 ข้อที่ทาง JAIC บริษัทจัดหางานในประเทศญี่ปุ่นเผยเทคนิคออกมา
1. งานที่ทำนั้นเหมาะกับตัวเองไหม ? ใช่งานที่ชอบหรือเปล่า ?
การที่ได้ทำงานในฝันจะทำให้เรากระตือรือร้นเป็นพิเศษ มีไฟในการทำงาน และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะพบงานที่ชอบแบบ 100% เราจึงอยากให้ลองเปลี่ยนจาก “งานที่ชอบ” มาเป็น “งานที่เกี่ยวข้องกับความชอบ” กันดีกว่า
2. งานที่ทำอยู่สร้างความภูมิใจในตัวเองไหม ? สร้างประโยชน์อะไรแก่สังคมหรือเปล่า ?
งานวิจัยในปี 2011 ของคุณ Masaki Shoji ที่ว่าด้วยเรื่อง “ยาริไก” พบว่า การที่เราได้รับคำชมหรือคำขอบคุณจากคนรอบตัว เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สร้างความสุขในชีวิตได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นงานที่สร้างประโยชน์ให้แก่ผู้คนโดยตรง หรืองานที่ได้พัฒนาตนเองไปพร้อม ๆ กับสร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้สังคม
3. เราสามารถทำงานนี้ไปตลอดชีวิตได้ไหม ?
คำถามนี้อาจจะยากไปหน่อยในยุคที่ AI กำลังมาแรง แต่หากคำตอบคือ “ใช่” ไม่ว่าจะด้วยเนื้องาน รายได้ หรือความสุขล่ะก็เป็นเรื่องดี โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพที่เราพัฒนาความสามารถได้ตามอายุงานอย่างช่างฝีมือ ดีไซเนอร์ โปรแกรมเมอร์ และอื่น ๆ ที่ทำได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านอายุ
4. ถ้าเหลือเวลาอีกแค่ 1 ปี อยากจะมีงานแบบไหนเป็นงานสุดท้าย
คำถามนี้อาจจะแปลกไปหน่อย แต่ถ้าคิดด้วยความรู้สึกอันแรงกล้าเหมือนนี่คืองานสุดท้ายในชีวิต อาจจะได้สิ่งที่ตอบโจทย์ชีวิตมากที่สุด ลองมองย้อนกลับไปถึงความฝันวัยเด็ก เอาชนะความกลัวกับคำว่าไม่ไหวให้ได้ แล้วคำตอบของงานที่เราอยากทำจริง ๆ ก็จะปรากฏออกมาให้เห็น
Comment