การนั่งแช่ทำงาน ร้ายแรงไม่แพ้การสูบบุหรี่

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • สถานการณ์ตอนนี้ทำให้ต้อง Work From Home หลาย ๆ คนอยู่บ้านก็อาจจะนั่งแช่เฉย ๆ ไม่ขยับร่างกายไปไหน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย
  • การนั่งแช่ทำงาน ร้ายแรง นอกจากหัวใจและปอดที่จะอ่อนแอลงอย่างชัดเจนแล้ว ส่วนที่สัมผัสเก้าอี้โดยตรงอย่างกล้ามเนื้อขาและสะโพกซึ่งเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ก็จะอ่อนแอลงเช่นกัน 
  • งานวิจัยของ Kristen Knutson จากมหาวิทยาลัยชิคาโก ชี้ว่าชาวออฟฟิศที่นั่งทั้งวันจะมีโอกาสเป็นเบาหวานสูงกว่าคนทั่วไปถึง 112%

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

สภาพร่างกายตอนเข้างานใหม่ ๆ เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับตอนนี้ ? การนั่งประจำโต๊ะทำงานทั้งวัน การนั่งแช่ทำงาน ตามสไตล์ชาวออฟฟิศ หรือในตอนนี้ก็เช่นกันที่เรานั่ง Work From Home กันอยู่แบบไม่ขยับร่างกายไปไหน ส่งผลเสียโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายได้ไม่แพ้การสูบบุหรี่ เพราะร่างกายของพวกเราถูกออกแบบมาให้ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อยืนและมีการเคลื่อนไหวอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นระบบไหลเวียนโลหิต ระบบทางเดินอาหาร หรือแม้แต่สุขภาพจิตซึ่งนำไปสู่ประสิทธิภาพในการทำงานก็ตาม 

การนั่งแช่ทำงาน อย่างนี้ มีของแถมดี ๆ ขนาดไหน ?

นอกจากหัวใจและปอดที่จะอ่อนแอลงอย่างชัดเจนแล้ว การนั่งแช่ทำงาน ส่วนที่สัมผัสเก้าอี้โดยตรงอย่างกล้ามเนื้อขาและสะโพกซึ่งเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ก็จะอ่อนแอลงเช่นกัน โดยปกติกล้ามเนื้อเหล่านี้จะมีอัตราเผาผลาญพลังงานสูงและช่วยรักษาสมดุลขณะเดิน เมื่อกล้ามเนื้อส่วนนี้อ่อนแอลง ความเสี่ยงต่อการล้มหรือบาดเจ็บขณะเล่นกีฬาก็จะสูงขึ้น แถมยังนำไปสู่ปัญหาด้านพลังงานเหลือใช้ที่กลายมาเป็นของสะสมตามผิวหนังและกล้ามเนื้อ เรียกอีกอย่างว่าน้ำหนักขึ้น

ต่อมา เราอาจพบว่าร่างกายส่วนบนอย่างแผ่นหลังและไหล่เริ่มมีปัญหาเมื่อเรานั่งผิดท่าเป็นระยะเวลานาน แม้แต่อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทก็เกิดจากการนั่งและนอนผิดท่าเช่นกัน เนื่องจากแรงดันในข้อต่อของกระดูกสันหลังเราจะเพิ่มขึ้นหากเรานั่งในท่าที่ไม่เหมาะสม เช่น งอหลังมากเกินไป หรือแอ่นตัวมากเกินไป ทำให้เราไม่สามารถออกกำลังกายตามปกติได้

เมื่อออกกำลังกายตามปกติไม่ได้ วิถีชีวิตและการพักผ่อนของเราก็จะเปลี่ยนไป เบาหวานและความดันก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ต้องระวัง 

งานวิจัยของ Kristen Knutson จากมหาวิทยาลัยชิคาโก บอกว่า การนอนหลับที่ผิดปกติจะส่งผลให้ร่างกายมีความต้านทานอินซูลินสูงขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างผิดปกติ พร้อมทั้งชี้ว่าชาวออฟฟิศที่นั่งทั้งวันจะมีโอกาสเป็นเบาหวานสูงกว่าคนทั่วไปถึง 112% แถมมาด้วยความเสี่ยงต่อโรคหัวใจที่เพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัว

แล้วการออกกำลังกายแบบไหน ที่ถูกใจชาวออฟฟิศ ?

องค์กรยุคใหม่เริ่มหยิบยกการเข้ายิมฟรีมาเป็นหนึ่งในสวัสดิการ เช่นที่ FITWHEY บริษัทด้านอาหารเสริมและยิม พวกเขาให้พนักงานออกกำลังกายในยิมส่วนกลางโดยมีเทรนเนอร์ให้บริการฟรี นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยรักษาสุขภาพพนักงาน และลดรายจ่ายด้านประกันสุขภาพได้เป็นอย่างดี

นอกจากยิมตามปกติแล้ว ที่ ACC หรือบริษัทด้านลูกค้าสัมพันธ์ที่คอยให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ใช้บริการในเครือ AIS ยังมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น สปา และคาราโอเกะให้พนักงานได้พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย

แต่ถ้าบริษัทของเราไม่มีสวัสดิการด้านนี้ล่ะ ?

การยืดเส้นเป็นวิธีออกกำลังกายที่ง่ายและได้ผลดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ Ashley V. Whillans จาก Harvard Business School ได้ศึกษาผลกระทบแง่ลบจากการทำงาน และแนะนำให้ใช้การยืดเส้นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสภาพจิตใจของลูกจ้าง จากผลการทดลองในงานวิจัยพบว่าจำนวนลูกจ้างที่เจ็บป่วยลดลง และส่งผลดีต่อคุณภาพงานอย่างเห็นได้ชัด

จากที่เราได้เห็นนโยบาย แกว่งแขนวันละ 30 นาที ลดพุง ลดโรค” จาก สสส. ถือเป็นวิธีออกกำลังกายที่ดี และมีงานวิจัยรองรับมากมาย การแกว่งแขนเป็นการใช้มัดกล้ามเนื้อใหญ่ ให้ผลคล้ายกับการเดินออกกำลังกาย ทำได้ง่าย ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน หรือแม้แต่เวลาดูโทรทัศน์ นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่ออาการเจ็บป่วยการนั่งนาน ๆ อย่างอาการปวดบ่า คอ และไหล่

ทาง นพ.ปัญญา ไข่มุก คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของทาง สสส. ได้แนะนำว่า การแกว่งแขนที่ถูกต้อง คือ ยืนตรง เท้าสองข้างแยกออกจากกันให้ระยะห่างเท่าหัวไหล่ ปล่อยมือทั้งสองข้างตามธรรมชาติ ออกแรงเกร็งกล้ามเนื้อโคนเท้า ขา และหน้าท้องพอประมาณ บั้นท้ายงอขึ้นเล็กน้อย หดท้องน้อยเข้า เอวและหลังตั้งตรง ศีรษะผ่อนคลายตามธรรมชาติ และแกว่งแขนโดยเพิ่มจำนวนครั้งอย่างเหมาะสม จาก 100-200 ครั้ง สู่ 1000-2000 ครั้ง ซึ่งจะใช้เวลาเพียงประมาณ 30 นาทีต่อวัน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply