เช็กความพร้อมก่อนเป็นหนี้

เช็กความพร้อมก่อนเป็น “หนี้บ้าน” และคอนโด

3 min read  

ฉบับย่อ

  • “หนี้บ้าน” ถ้าเราไม่เช็คความพร้อมกันก่อน แล้วเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมา ถึงเวลานั้นเราคงได้แต่พูดว่ารู้งี้.. และใช้ชีวิตแบบมืดแปดด้านแน่นอน
  • “หนี้บ้าน” หรือ “คอนโด” เป็นหนี้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต เพราะเป็นหนี้ที่เราใช้สร้างสินทรัพย์เพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ในปัจจัย 4 นั่นก็คือ ที่อยู่อาศัย เรียกได้ว่าแทบจะทุกคนจะต้องมีความคิดว่าจะซื้อบ้านหรือคอนโด

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Money Buffalo TikTok"
"Money Buffalo TikTok"

“หนี้บ้าน” หรือ “คอนโด” เป็นหนี้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต เพราะเป็นหนี้ที่เราใช้สร้างสินทรัพย์เพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ในปัจจัย 4 นั่นก็คือ ที่อยู่อาศัย เรียกได้ว่าแทบจะทุกคนจะต้องมีความคิดว่าจะซื้อบ้านหรือคอนโดที่ไหน ยังไงดี หรือแม้แต่จะสร้างครอบครัว การที่มีบ้านหรือคอนโดก็เป็นเรื่องที่ต้องคิดหนัก วันนี้พี่ทุยมี 5 เช็กลิสต์ให้เราเตรียมความพร้อมก่อนกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดกัน !!

1. เราต้องเข้าใจว่าภาระ “หนี้บ้าน” และ “คอนโด” เป็นภาระหนี้ระยะยาว

บ้านและคอนโดเป็นสินทรัพย์ที่เมื่อเราใช้บริการธนาคารเพื่อกู้ซื้อแล้ว พี่ทุยบอกได้เลยว่าน่าจะเป็นสินทรัพย์ที่เป็นภาระหนี้ที่ยาวที่สุดแล้วล่ะ ดังนั้นสิ่งแรกก็คือการเตรียมใจ ที่เราจะเป็นหนี้ระยะยาว เราจะต้องแบ่งเงินออกมาทุก ๆ เดือนเพื่อมาผ่อนชำระให้กับธนาคาร

นั่นหมายความว่า เราต้องมั่นใจระดับนึงว่าเราสามารถชำระไปได้ตลอดรอดฝั่ง และอาจจะต้องประหยัดขึ้นเล็กน้อย หรือว่าจะขยันเพิ่มขึ้นเพื่อหาเงินมาโปะให้หนื้หมดเร็วขึ้นก็สามารถทำได้ และก็ห้ามลืมเด็ดขาดว่าการทำ Refinance หรือการโปะบ้านก็ช่วยทำให้เราผ่อนชำระได้เร็วมากขึ้น ซึ่งการรู้เทคนิคการผ่อนบ้านและคอนโดให้หมดแบบรวดเร็วก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน

2. กันเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินล่วงหน้าไว้ด้วย

จากข้อที่ 1 เนื่องจากการผ่อนชำระธนาคารเป็นภาระระยะยาวมาก ๆ ดังนั้นระหว่างทางเราไม่มีทางรู้ว่าเราจะสามารถผ่อนไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า ผ่อนไปสักพักอาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้รายได้เราหยุดลง อาจจะโดนไล่ออกจากงานหรือกิจการที่เราทำยอดขายเกิดตกขึ้นมาก็เป็นไปได้

ดังนั้นพี่ทุยมักจะแนะนำให้คนที่จะผ่อนบ้านมีเงินสำรองฉุกเฉินไว้ล่วงหน้า 1 ปี เอาแบบว่าถ้ารายได้เราเกิดหยุดขึ้นมา เราก็ยังผ่อนไปได้ชิวๆอีก 1 ปี เพื่อให้ป้องกันความเสี่ยงที่เราจะผ่อนต่อไม่ไหว แล้วสุดท้ายอาจจะโดนธนาคารบังคับขายก็เป็นไปได้ พี่ทุยว่าอันนี้มันน่าเศร้าที่สุดแล้วล่ะ

3. ไปตรวจสอบว่าตัวเราสามารถกู้ได้ไม่มีปัญหา

เวลาที่ธนาคารจะอนุมัติเงินกู้ให้กับเราหรือไม่นั้น สิ่งหนึ่งที่ธนาคารต้องไปดูแน่นอนก็คือไปเช็คกับบริษัทเครดิตบูโรว่าสถานะเราเป็นอย่างไรบ้าง ประวัติเราดีหรือเปล่า ถ้าประวัติเราขึ้นว่ามีการติดค้างชำระหนี้เมื่อไหร่ พี่ทุยบอกได้เลยว่ากู้ได้ยากมากๆ แล้วสิ่งเดียวที่จะทำให้ประวัติเราดีมากขึ้นก็คือเวลาเท่านั้น ถ้าเรายังไม่พร้อมกู้ก็ควรจะมาวางแผนการเงินกันใหม่ คิดกันใหม่ว่าเราควรจะทำอย่างไรต่อไป

4. เดินบัญชีก็ช่วยได้

อีกอย่างนึงที่สำคัญต่อการอนุมัติเงินกู้ไม่แพ้กัน คือ การเดินบัญชีที่แสดงว่าเรามีรายรับอย่างสม่ำเสมอ ที่พอจะมาชำระคืนเงินกู้ได้ เพราะโดยปกติแล้วธนาคารมีรายได้หลักจากการเก็บดอกเบี้ย ไม่ใช่รายได้จากการยึดทรัพย์มาขาย ดังนั้นธนาคารต้องการคนที่ผ่อนได้ตลอดรอดฝั่งมากกว่าที่จะเจอหนี้เสียและไปยึดบ้านหรือคอนโด สำหรับมนุษย์เงินเดือนไม่น่ามีปัญหา แต่สำหรับเจ้าของกิจการอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องเดินบัญชีสวยๆเพื่อที่จะสามารถกู้ได้อย่างสบายๆ

5. พยายามผ่อนสินค้าให้น้อยที่สุดก่อนกู้บ้านหรือคอนโด

อีกอย่างนึงที่จะกระทบต่อวงเงินการปล่อยกู้ คือ การที่เราไปผ่อนชำระสินค้าอื่นๆ เวลาที่เราผ่อนชำระสินค้าแน่นอนว่าประวัติการผ่อนชำระจะไปโผล่ในเครดิตบูโรเช่นกัน สมมติว่าเรารายได้ต่อเดือน 50,000 บาท โดยปกติธนาคารจะอนุมัติไม่เกิน 40% ของเงินรายได้ต่อเดือนที่ต้องผ่อนชำระ นั่นแปลว่าธนาคารจะอนุมัติวงเงินให้เท่ากับที่ผ่อนชำระเดือนละ 20,000 บาทเท่านั้น

แต่ถ้าเราผ่อนชำระโทรทัศน์ มือถืออะไรแบบนี้อยู่ สมมติว่าเดือนละ 5,000 บาท ธนาคารก็จะอนุมัติวงเงินกู้ให้เราเท่ากับผ่อนชำระเดือนละ 15,000 บาทเท่านั้น แปลว่าเราจะได้รับวงเงินกู้ที่น้อยลง เราก็อาจจะเสียโอกาสตรงนี้ก็เป็นไปได้

เราลองเช็คความพร้อมตามนี้กันก่อน ไม่ว่าเราเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดแบบไหนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา ถ้าเราเตรียมตัวดีไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราก็จะรับมือได้ แต่ถ้าเราไม่เตรียมตัวอะไรเลย เวลาเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นเราก็จะรับมือไม่ได้และทำอะไรไม่ถูกเลยสักอย่างก็เป็นไปได้ 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สการเงินออนไลน์ คอร์สลงทุน
คอร์สการเงินออนไลน์ คอร์สลงทุน
error: