ถ้าเราพูดถึงการลงทุนที่ทำให้เงินเรางอกเงยได้โดยหลักการแล้วก็จะมีวิธีเข้าลงทุน 2 แบบ อย่างแรกก็คือ “ส่วนทุน” อันนี้พี่ทุยว่าน่าจะคุ้นเคยกันดีที่สุด เช่น การลงทุนในหุ้น หรือการลงทุนเปิดบริษัทของตัวเองแบบนี้ก็เรียกการลงทุนส่วนทุน แล้วอีกแบบหนึ่งที่พี่ทุยว่าเป็นที่นิยมมากแล้วหลายคนก็น่าจะชอบก็คือการลงทุนแบบ “ส่วนหนี้”
การลงทุนแบบ “ส่วนหนี้” เหตุผลนึงที่ได้รับความนิยมก็เพราะว่าเป็นการลงทุนที่ให้ “ผลประโยชน์ตอบแทน” มาอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น การที่เราเอาเงินไปฝากธนาคารแล้วเราได้ดอกเบี้ยจากธนาคาร 1-2% แบบนี้ก็เป็นการลงทุนแบบส่วนหนี้ให้กับธนาคารเหมือนกัน หรือการที่เราเข้าซื้อหุ้นกู้ของบริษัทมหาชนต่างๆ ก็เป็นการปล่อยกู้โดยตรงให้กับบริษัทชั้นนำเหล่านั้น
การลงทุนใน “ส่วนหนี้” หรือเรียกภาษาบ้านๆว่าการปล่อยกู้ ความเสี่ยงหลักๆที่เราต้องดูก็คือ ความเสี่ยงที่ลูกหนี้เราจะเบี้ยวหนี้เราไป อย่างที่ธนาคารกู้เงินเราแล้วให้ดอกเบี้ยต่ำๆได้ก็เพราะว่าโอกาสที่เค้าจะเบี้ยวหนี้เราน้อยมากๆ เพราะไหนจะมีกฎหมายคุ้มครองเงินฝากบัญชีละ 1,000,000 บาท เข้ามาช่วยอีก
แต่ถ้าการเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทมหาชน เค้าก็จะมีบริษัทที่คอยตรวจสอบจัดอันดับความน่าเชื่อของบริษัทให้กับเรา ในประเทศไทยก็คือ Fitch กับ TRIS ที่เราคุ้นหูกัน หลายๆคนก็อาจจะสงสัยว่า…
การลงทุนแบบส่วนหนี้หรือการเป็นเจ้าหนี้แบบไหนที่ให้ผลตอบแทนเยอะที่สุด ?
ถ้าตอบแบบตรงๆไม่อ้อมค้อม พี่ทุยว่าเป็นเจ้าหนี้ปล่อยกู้นอกระบบรวยที่สุด (ฮ่า) พี่ทุยเคยเจอเก็บดอกเบี้ยกันโหดมากปาเข้าไป 5% ต่อวัน !! เดือนละ 150% แม่เจ้า… แต่พี่ทุยไม่แนะนำนะแบบนั้นมันผิดกฎหมาย
ถ้าเอาแบบถูกกฎหมายแล้วพอที่เราจะทำได้ สำหรับพี่ทุยคิดว่าคือการ “ขายฝาก” ถ้าถามว่าได้เยอะขนาดไหน ตามกฎหมายก็คือสูงสุด 15% ต่อปี ส่วนใหญ่ก็ได้กันตามนั้นเลย หลายๆคนอาจจะคุ้นเคยคำว่าขายฝาก แล้วขายฝากคืออะไรล่ะ ?
ขายฝากก็เหมือนกับการซื้อขายที่ดินทั่วไปเนี้ยแหละ แต่ต่างตรงที่ผู้ซื้อที่ไปเปิดโอกาสให้ผู้ขายสามารถซื้อที่ดินกลับคืนไปตามราคาขายมาได้ โดยที่ผู้ขายจะต้องจ่ายตอบแทนระหว่างช่วงที่ยังไม่ได้ไปซื้อที่กลับคืนมา โดยเราจะผู้ซื้อจะเรียกว่า “ผู้รับซื้อฝาก” และผู้ขายจะเรียกว่า “ผู้ขายฝาก” เมื่อหมดระยะเวลาที่ตรงกันถ้าผู้ขายฝากไม่นำเงินมาซื้อที่ดินคืน ก็จะหมดสิทธิ์ซื้อคืนตามราคาที่ขายไปทันที และก็ไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้รับซื้อฝากอีกต่อไป
โดยการทำขายฝากโดยทั่วไป ผู้ขายฝากก็จะนำเงินมาซื้อที่ดินไปนั้นแหละ เพราะว่าส่วนใหญ่การทำขายฝากผู้รับซื้อฝากจะให้ราคาที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แล้วถ้าเป็นเมื่อก่อนพี่ทุยว่ายากเหมือนกันนะ เรื่องที่เราจะอยากเป็นผู้รับซื้อฝาก แล้วได้ผลตอบแทนจากการขายฝาก
เพราะปัญหาที่พี่ทุยเคยเจอก็เยอะมาก เช่น เราไม่มีความรู้ความสามารถมากพอที่จะไปประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ขายฝากมาเสนอให้ ก็เลยเหมือนโดนหลอกขายของขายที่ดินไม่ดีมาให้ ที่ตาบอดบ้าง แล้วเราก็โดนหลอกว่าที่ดินดีแบบนั้นแบบนี้ หรือบางที่ก็ได้บ้านโทรมๆมา ง่ายๆก็คือโดนย้อมแมวนั่นแหละ ทำให้หลายคนไม่กล้าที่จะขายฝาก
วันก่อนพี่ทุยไปคุยเรื่องขายฝากนี้กับเพื่อนๆมา เพื่อนพี่ทุยแนะนำ www.zazzet.com ที่เป็นเว็บไซต์ขายฝากออนไลน์ในเครื่อ บมจ. สามารถ คอร์ปอเรชั่น โดยเป็นแหล่งนัดพบระหว่าง “ผู้รับซื้อฝาก” และ “ผู้ขายฝาก” มาเจอกัน ช่วยแก้ปัญหาที่เราอาจจะเจอเวลาไปขายฝากได้ดีเหมือนกันนะ
อันนึงที่พี่ทุยชอบมากก็คือ www.zazzet.com (ซีแอซเซ็ท) จะมีบริการแนะนำบริษัทประเมินราคาทรัพย์สินที่ได้รับอนุญาตจากกลต. ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเราได้ระดับนึง แล้วก็มีข้อห้ามของอสังหาริมทรัพย์ที่เอามาทำขายฝากด้วย พี่ทุยว่าก็ช่วยเราคัดเลือกได้ดีมากขึ้น นอกจากนี้สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเคยกับการขายฝาก ซีแอซเซ็ท ยังมีผู้เชี่ยวชาญเรื่องการชายฝากที่สามารถให้คำปรึกษาและแนะนำวิธีการขายฝากอย่างถูกต้องอีกด้วย
ส่วนตัวพี่ทุยชอบการขายฝากอยู่เหมือนกัน เพราะพี่ทุยคิดว่าความเสี่ยงเรื่องการผิดนัดชำระดูไม่ใช่ปัญหาหลัก เพราะถ้าเราเป็นผู้รับซื้อฝากแล้วผู้ขายฝากไม่นำเงินมาซื้อคืน เราก็ได้ที่ดินได้อสังหาริมทรัพย์มาครอบครองโดยสมบูรณ์ ก็เหมือนกับเงินต้นเราได้รับความคุ้มครองจะเรียกว่าเต็มจำนวนเลยก็ได้ เพราะเวลาที่เราเป็นผู้รับซื้อฝาก เราให้เงินไปน้อยกว่ามูลค่าที่ดินแน่ๆ สำหรับคนที่อยากลงทุนแบบเป็นส่วนหนี้การเป็นผู้รับซื้อฝากก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจนะ
ถ้าใครสนใจลองเข้า www.zazzet.com ไปดูรายละเอียดต่างๆได้เล้ย