รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพ - โคราช ปี 64 ได้นั่งแน่

รถไฟความเร็วสูง “กรุงเทพ – โคราช” ปี 64 ได้นั่งแน่

   Money Buffalo

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

พี่ทุยว่านี่ถือเป็นข่าวดีของคนไทยทุกคนเลยนะ ที่เรากำลังจะมีรถไฟความเร็วสูงใช้กันแล้ว เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา ครม. ได้อนุมติโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทาง “กรุงเทพ – หนองคาย” ระยะแรก คือ “กรุงเทพ – โคราช” วงเงิน 1.79 แสนล้านบาท

โครงการนี้เป็นการปฏิรูประบบรถไฟไทยครั้งสำคัญและเป็นโอกาสในการเชื่อมโยงกับเส้นทางสายไหมของจีนที่เชื่อมกับยุโรป-เอเชีย-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กำลังเป็นข่าวร้อนแรงที่ประเทศจีนเลย

แล้วโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพ – หนองคาย จะแบ่งการก่อสร้างเป็น 3 ระยะ คือ

ระยะแรก กรุงเทพฯ – โคราช ซึ่งจะสร้างเสร็จในปี 2564 ที่แบ่งเส้นทางนี้ออกมาก่อนเพราะพื้นที่ที่จะสร้างเป็นแนวพื้นที่ป่า ไม่มีปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดิน

ระยะที่ 2 จะเป็นส่วนต่อ โคราช – หนองคาย ซึ่งจะเสร็จในปี 2565

ระยะที่ 3 แก่งคอย – มาบตาพุด

เส้นทางรถไฟความเร็วสูง “กรุงเทพฯ – โคราช” นี้ มีระยะทาง 253 กม. แบ่งเป็น 6 สถานี คือ บางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา สระบุรี ปากช่อง และโคราช จะมีรถไฟให้บริการทั้งหมด 6 ขบวน ความเร็วรถไฟ 250 กม./ชม. บรรจุผู้โดยสารได้ 600 คนต่อขบวน ระยะเวลาในการเดินทางถึงโคราช 1 ชม. 17 นาที รถไฟจะวิ่งให้บริการทุกๆ 90 นาที และให้บริการ 11 เที่ยวต่อวัน

คำถามต่อมาแล้วค่าโดยสารจะแพงมั้ย

ส่วนตัวพี่ทุยบอกเลยว่าไม่แพงอย่างที่คิด จะคิดเริ่มต้นที่ 80 บาท บวกเพิ่ม 1.8 บาทต่อกม. ถ้าเดินทางจากกรุงเทพไปโคราชเลยราคา 535 บาท ถ้าเดินทางไปลงที่ปากช่อง 393 บาท ลงที่สระบุรี 278 บาท ลงที่อยุธยา 195 บาท

พี่ทุยว่าน่าตื่นเต้นมากๆกับโครงการนี้นะ นอกจากการคมนาคมรถไฟไทยจะพัฒนาขึ้น คนไทยมีรถไฟความเร็วสูงใช้แล้ว ยังได้ประโยชน์จากการขนส่งสินค้า การท่องเที่ยวอีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตไปได้ไกลกว่านี้มากขึ้น สำหรับเหล่าบริษัทก่อสร้าง บริษัทวัสดุก่อสร้างและแรงงานก็พลอยได้รับผลดีจากการอนุมัติโครงการนี้ไปตามๆกัน

ส่วนเรื่องจะกำไรหรือขาดทุนนั้น พี่ทุยบอกได้เลยว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐมันวัดเป็นกำไรในรูปตัวเงินอย่างเดียวไม่ได้นะ เพราะผลประกอบการของรัฐไม่ได้วัดแค่เงินอย่างเดียว แต่ยังมีการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านต่างๆ การท่องเที่ยวก็ดี การขนส่งสินค้าก็ดี ไหนจะการกระจายความเจริญไปสู่พื้นที่ต่างๆอีก พี่ทุยว่ายังไงก็น่าทำ

อ้างอิง: เมเนเจอร์ออนไลน์และฐานเศรษฐกิจ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile