รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกการยกเว้นภาษีสำหรับสินทรัพย์ของ “กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. 2560 เป็นต้นมา ทำให้กองทุนอสังหาฯ จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมและภาษีในการทำธุรกรรม 3 อย่าง ดังนี้
1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ของรายได้จากค่าบริการ
ปกติรายได้ของกองทุนอสังหาฯ มี 2 ส่วน คือ “ค่าเช่า” และ “ค่าบริการ” เช่น กองทุนอสังหาฯ ที่ลงทุนในอาคาร สำนักงาน ก็จะได้รับทั้งค่าเช่าและค่าบริการตึกจากผู้เช่า
2. อากรแสตมป์ 0.1% ของมูลค่าสัญญา
เช่น กองทุนอสังหาฯ ได้รับค่าเช่า 100 บาท จะเสียภาษีแค่ 0.1 บาท
3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของมูลค่าการขายอสังหาฯ
ซึ่งภาษีนี้จะเสียเมื่อมีการขายอสังหาริมทรัพย์ในกองทุนเกิดขึ้นเท่านั้น
ส่วนภาษีนิติบุคคล ยังคงได้รับยกเว้นเหมือนเดิมเช่นเดียวกับกองทุนอื่นๆ
นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ กองทุนอสังหาริมทรัพย์รวมถึงกองรีท (REITs) ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง จากต้นปีมาก็ติดลบประมาณ 10% ได้
แล้วยิ่งมาเจอกับการเสียภาษีอีก ก็อาจทำให้กระทบกับผลตอบแทนกองทุนอสังหาฯอยู่เหมือนกัน ทั้งยังมีความเสี่ยงในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากทางธนาคารกลางสหรัฐเข้ามากดดันเพิ่มเติม เรียกได้ว่างานนี้กองทุนอสังหาฯก็เลยโดนผลกระทบกันไปเต็มๆ
พี่ทุยว่าใครที่ลงทุนในกองทุนอสังหาฯอยู่หรือกำลังจะลงทุนกองทุนอสังหาฯช่วงนี้ก็ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดหน่อยนะ หรือถ้าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเริ่มชัดเจนแล้ว เริ่มมีการปรับเพิ่มขึ้นช้าลง ก็อาจเป็นจังหวะที่ดีในการเก็บกองอสังหาฯดีๆไว้เป็นตัวที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดรับให้พอร์ตเหมือนกัน
อ้างอิง: กรุงเทพธุรกิจ