เตือนภัยรูปแบบ "หลอกลวงทางการเงิน" ยอดนิยมในช่วงนี้

เตือนภัยรูปแบบ “หลอกลวงทางการเงิน” ยอดนิยมในช่วงนี้

 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset กองทุนรวม
Krungsri Asset กองทุนรวม

ทุกวันนี้มีิมิจฉาชีพแฝงตัวอยู่ทุกที่ หลอกล่อเอาเงินของเหยื่อที่ไม่รู้ไปมากมายหลายรูปแบบ พี่ทุยเลยขอมาเตือนภัย ให้เราได้ระมัดระวังตัวกันเอาไว้ จะได้ไม่เป็นเหยื่อของคนไม่ดีเหล่านี้

ภัยทางการเงินที่พี่ทุยจะเอามาบอกนี้ เป็นรูปแบบที่ได้มีการร้องเรียนกับธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมามากที่สุด 5 รูปแบบ คือ

1. การหลอกลวงทางโทรศัพท์

ส่วนใหญ่จะมาเป็นแก๊ง Call Center อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ธปท. หรือจากหน่วยงานรัฐอื่นๆ แจ้งว่าได้อายัดบัญชีเงินฝาก เนื่องจากมีความเคลื่อนไหวผิดปกติ เป็นบัญชีต้องสงสัย หรือ เป็นหนี้บัตรเครดิต  โดยอาจมีเสียงอัตโนมัติ เช่น “คุณเป็นหนี้บัตรเครดิตกับทางธนาคาร กด 0 เพื่อติดต่อพนักงาน” พอเหยื่อตกใจต่อสายคุยกับมิจฉาชีพ จะหลอกถามฐานะทางการเงินของเหยื่อ ถ้าเหยื่อมีเงินไม่มาก มิจฉาชีพจะหลอกให้เหยื่อโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม แต่ถ้าเหยื่อมีเยอะจะหลอกให้ฝากเงินผ่านเครื่องฝากถอนอัตโนมัติ​​

2. การหลอกลวงทางอีเมล และโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ

การหลอกลวงมักจะเป็นการให้โอนเงินให้ชาวต่างชาติ ที่ติดต่อผ่าน Facebook โดยอ้างว่า ได้โอนเงินหรือส่งพัสดุมาให้ โดยส่งหลักฐานการโอนเงินมาให้ดู และต้องจ่าย ค่าธรรมเนียม/ค่าภาษีก่อน หรือการถูก Hack password เพื่อไปหลอกขอเงินเพื่อนของเหยื่อ หรือเปลี่ยนบัญชีผู้รับโอนเงินชำระค่าสินค้า

3. บัตรเครดิต/ATM ถูกผู้อื่นนำไปใช้

ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการประมาทของผู้ใช้บัตร เช่น ลืมบัตรกดเงินไว้ที่ตู้ หรือทำบัตรเครดิตหาย แล้วโดนเอาบัตรไปรูดใช้จ่าย หรือมิจฉาชีพจะเก็บสลิปตามตู้เอทีเอ็มที่มียอดคงเหลือเยอะๆไปใช้หาข้อมูลสำคัญ เช่น วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัตรประชาชน โดยอาจใช้วิธีแอบอ้างเป็นข้าราชการไปขอข้อมูลทะเบียนราษฎรจากเจ้าหน้า หรือหาเลขที่บัญชีให้ครบ 10 หลัก แล้วไปทดลองโอนเงิน เพื่อให้หาชื่อเจ้าของบัญชี พอได้ข้อมูลครบ จะปลอมแปลงบัตรประประชาชนของเหยื่อแต่ติดรูปของมิจฉาชีพ แล้วไปขอเปิดบัญชีเงินฝาก ทำบัตรเอทีเอ็มใหม่ และทั้งขอเปิดใช้บริการออนไลน์กับทุกบัญชีเงินฝากของเหยื่อ เพื่อโอนเงินทั้งหมดไปที่บัญชีเงินฝากที่เปิดใหม่ แล้วใช้บัตรเอทีเอ็มถอนเงินออกไป

4. การสวมรอย/ปลอมแปลงเอกสาร

​​โดยจะปลอมแปลงหรือใช้เอกสารส่วนตัวของเหยื่อที่ขโมยมา ไปใช้สมัครบัตรเครดิต หรือแจ้งเปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนบัตร เพื่อให้ธนาคารส่งบัตรที่ออกใหม่ให้กับมิจฉาชีพโดยตรง พอได้รับบัตร ก็เอาไปรูดใช้ในนามของเหยื่อ  ปลอมแปลงเอกสารเพื่อเปิดบัญชีเงินฝาก หรือถอนเงิน หรือสมัครใช้บริการกับสถาบัน การเงิน

5. การหลอกให้ลงทุน

เช่น ชักชวนให้ร่วมลงทุนในเงินดิจิทัล onecoin และหลอกให้ลงทุนในบริษัทหรือโครงการต่างๆ เช่น SF Group โครงการเงินกู้ที่ได้รับการช่วยเหลือจากต่างประเทศ  ถูกชาวต่างชาติหลอกให้ร่วมลงทุน มักจะอ้างว่าบริษัทที่ชักชวนมีที่ตั้งสำนักงานอยู่ในต่างประเทศมากมายหลายแห่งทั่วโลก ถูกหลอกทำประกันกับบริษัทประกันที่ไม่ได้รับใบอนุญาต หลอกให้สมัครสมาชิกกับบริษัทที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่

ความจริงแล้วยังมีรูปแบบการหลวงลวงอีกเยอะแยะมากมาย นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่พบบ่อยๆใช่ช่วงนี้ บางสิ่งอาจเป็นเรื่องที่หลายคนรู้หรือเคยได้ยินมาอยู่แล้ว พี่ทุยอยากให้ทุกคนระมัดระวังไว้ ไม่ประมาท อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวของเรากับใครง่ายๆ อะไรที่ดูดีเกินไปหรือได้มาง่ายๆ ให้เราตั้งข้อสงสัยหลอกลวงไว้ก่อนเลย มีสติ ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนทุกครั้ง

อ้างอิง: กรุงเทพธุรกิจ และศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน
error: