ยอดการจับจ่ายทรุด สินค้าอุปโภคบริโภคโตต่ำสุดในรอบ 11 ปี

ยอดการจับจ่ายทรุด สินค้าอุปโภคบริโภคโตต่ำสุดในรอบ 11 ปี

   Money Buffalo

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

แม้ว่าผลประกอบการครึ่งปีที่ผ่านมา พี่ทุยเคยบอกไปว่า GDP ขยับตัวขึ้น แต่ก็ยังมีหลายอุตสาหกรรมที่ยังซบเซา เป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคในปีนี้ ที่เริ่มมีการลดค่าใช้จ่ายกันเพิ่มมากขึ้น จนทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคในครึ่งปีแรกโตเพียง 1% ต่ำสุดในรอบ 11 ปี จากที่เคยมองว่าปีที่แล้วน่าเป็นจุดต่ำสุดของตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค

สาเหตุที่ทำให้การจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคน้อยลงนั้น พี่ทุยว่าหลายคนคงรู้ดีว่ามาจากสภาวะเศรษฐกิจในตอนนี้ที่ยังชะลอตัวอยู่ ราคาสินค้าเกษตรก็ตกต่ำ ยิ่งทำให้กำลังซื้อในครัวเรือนภาคเกษตรลดต่ำลง ประกอบกับ “หนี้ครัวเรือน” ที่ีสูงมากๆถึง 80% ในปี 2559 ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการจับจ่ายมากขึ้น

จากการสำรวจสินค้าอุปโภคบริโภค 3 กลุ่มหลัก คือ สินค้าในครัวเรือน ของใช้ส่วนบุคคล อาหารและเครื่องดื่ม มียอดขายลดลงทุกกลุ่ม ปกติเวลาที่ผู้บริโภครัดเข็มขัดการใช้จ่ายมักจะลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนแต่ไม่ลดของใช้ส่วนบุคคลที่จำเป็น แต่ปีนี้สินค้ากลุ่มนี้กลับมียอดขายลดลง

ปีนี้ผู้ค้าปลีกต้องเผชิญกับการที่ผู้บริโภค ซื้อสินค้าปริมาณน้อยลง” และ ความถี่ในการใช้จ่ายก็น้อยลง” โดยพบว่ากลุ่มคนเมือง จะซื้อสินค้าไม่บ่อยแต่จ่ายต่อครั้งมากขึ้น จากการซื้อสินค้าในช่วงโปรโมชั่น หรือบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ขึ้น แต่กลุ่มต่างจังหวัด จะซือสินค้าถี่ขึ้นแต่จ่ายต่อครั้งลดลง ซึ่งจะซื้อตามร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านถี่ขึ้น และผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าในช่วงโปรโมชั่นมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แต่ก็ยังมีสินค้าอุปโภคบริโภคบางกลุ่มที่ยังคงมียอดขายที่เติบโตขึ้น คือ สินค้าที่มีนวัตกรรม” ที่สร้างความสะดวกให้กับผู้บริโภค เช่น กะทิกล่องสำเร็จรูป น้ำยาซักผ้า และ สินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ” เช่น นมถั่วเหลืองสเตอริไลซ์ นมเปรี้ยวพร้อมดื่ม เป็นต้น

นอกจากนี้แนวโน้มการซื้อสินค้าทางออนไลน์เริ่มขยายตัวขึ้น แม้จะมีมูลค่าการซื้อขายในสัดส่วนที่ยังไม่สูง แต่กลับมียอดการใช้ต่ายต่อครั้งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับช่องทางอื่นๆ

พี่ทุยว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคเป็นตัวสำคัญในการสะท้อนสภาวะเศรษฐกิจและการเติบโตของธุรกิจได้ดี เมื่อผู้บริโภคเริ่มรัดเข็มขัด ก็จะเลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นที่ตอบโจทย์ความต้องการและพฤติกรรมของเค้าให้ได้มากที่สุด เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากที่สุด ถ้าผู้ผลิตสินค้าอยากให้ยอดขายของตนดีขึ้น ก็ต้องปรับสินค้าของตัวเองให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากที่สุด พร้อมกับเรียนรู้พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เช่น การซื้อสินค้าที่สร้างความสะดวกสบาย หรือการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

อ้างอิง: กรุงเทพธุรกิจ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile