ช่วงหลายปีหลังมานี้ พี่ทุยว่าหลายคนน่าจะเคยพอได้ยินธุรกิจเกี่ยวกับ “วางแผนการเงิน” มาบ้าง หรือบางที่ก็เรียกว่า “Wealth Management” ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะเป็นการให้บริการวางแผนการเงินการลงทุนกับนักลงทุนรายใหญ่ที่เงินลงทุนเยอะๆ อย่างน้อยๆก็ 3 ล้านบาทขึ้นไป
ล่าสุด ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นแนวทางการสนับสนุนผู้ให้บริการให้คำปรึกษาด้านการวางแผนทางการเงิน ซึ่งเปิดให้ผู้ประกอบการทั้งรายเดิมและรายใหม่ เข้ามาเป็นผู้ให้บริการแนะนำและวางแผนทางการเงินแก่ผู้ลงทุนทั่วไปไม่จำกัดเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่ที่มีเงินลงทุนสูงๆเท่านั้น ภายใต้โครงการ Wealth Advice for All
โครงการ Wealth Advice for All เป็นโครการที่ผลักดันให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนทางการเงิน ที่ทำได้จริง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความอยู่ดีมีสุขทางการเงินในระยะยาว ซึ่งคนไทยจะต้องได้รับคำแนะนำและวางแผนทางการเงินจากผู้ให้คำปรึกษาที่มีความรู้ ให้บริการอย่างมีคุณภาพ และคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ
โดยแนวทางที่ ก.ล.ต. เสนอกำกับดูแลมีทั้งหมด 4 ประเด็นสำคัญ คือ
- ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องให้บริการครบวงจร ทั้งหมด 5 เรื่องตามหลักการการวางแผนการเงินสากล ได้แก่ 1.การสำรวจและรู้จักตัวตนของลูกค้า 2.การกำหนดแผนจัดสรรการลงทุน 3.การลงทุนตามแผนจัดสรรการลงทุน 4.การติดตามและแนะนำเพื่อปรับปรุงการลงทุน 5.การรายงานภาพรวมการลงทุน
- ผู้ให้บริการต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. โดยมีระบบงานรองรับการให้บริการครบวงจร และมีมาตรฐานการตามที่กำหนด
- ผู้ให้บริการต้องเปิดเผยค่าตอบแทนที่ได้รับจากการขายกองทุนรวมให้ผู้ลงทุนทราบ เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลเพียงพอต่อการตัดสินใจการลงทุน และห้ามจ่ายส่วนแบ่งให้พนักงานที่ให้คำปรึกษาแก่ผู้ลงทุน เพื่อป้องกันปัญหาการขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการให้คำแนะนำ เช่น ให้คำแนะนำลูกค้าให้ลงทุนในกองทุนที่ตนได้ส่วนแบ่งเยอะๆ
- ผู้ให้บริการที่เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์สามารถปรับปรุงการลงทุนของลูกค้าโดยอัตโนมัติเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของลูกค้าภายใต้กรอบนโยบายที่กำหนด
ตอนนี้ ก.ล.ต.เปิดให้ผู้สนใจทั่วไปร่วมแสดงความคิดเห็น โดยเปิดรับฟังจนถึงวันที่ 9 เมษายน 2561 นี้ ส่วนใครที่สนใจธุรกิจให้บริการปรึกษาด้านการลงทุน ก็สามารถไปยื่นขอรับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต.ได้
อ้างอิง: ประชาชาติธุรกิจ
