“นอร์เวย์” เป็นประเทศที่ใช้รถพลังงานไฟฟ้ามากที่สุดของโลก พี่ทุยได้ยินมาว่าทุกวันนี้สัดส่วนรถยนต์ที่วิ่งในนอร์เวย์ใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่าใช้น้ำมัน ซึ่งรัฐบาลนอร์เวย์ใช้เวลากว่า 10 ปีในการผลักดันให้ประชาชนเปลี่ยนไปใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยการออกนโยบายต่างๆ เช่น ไม่เก็บ VAT 25% ไม่เก็บค่าทางด่วน ไม่เก็บค่าจอดรถในที่รัฐ รวมถึงลดหย่อนภาษีรถยนต์ไฟฟ้าได้ด้วย
แม้ว่านอร์เวย์จะมีแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในประเทศจำนวนมหาศาล แต่กลับใช้ “พลังงานไฟฟ้า” เป็นพลังงานหลักของประเทศ โดย 90% ผลิตจากพลังงานน้ำ ที่มีตลอดปีจากการละลายของหิมะ แถมต้นทุนการผลิดไฟฟ้าจากน้ำมีต้นทุนที่ต่ำมาก ทำให้ค่าไฟฟ้าในนอร์เวย์อยู่ที่ยูนิตละ 3 บาท พอๆกับไทย แต่อย่าลืมว่ารายได้ประชากรเค้ามากกว่าของไทย 8 เท่า เรียกได้ว่าถ้าเทียบกับรายได้ของประชากรแล้วค่าไฟถูกมากๆเลยแหละ
รัฐบาลนอร์เวย์ออกมาตั้งเป้าว่าในอีก 8 ปีข้างหน้าจะเลิกใช้ยานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และตั้งเป้าใช้พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบทั้งหมดให้ได้ในอีกประมาณ 30 ปี เพื่อช่วยลดปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
ซึ่งถ้ารัฐบาลนอร์เวย์สามารถทำได้สำเร็จตามเป้าก็จะเป็นสังคมแห่งการใช้พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบของโลก ส่วนของไทยนั้น พี่ทุยก็เคยได้ยินข่าวมีแผนนสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอยู่เหมือนกัน แต่ว่าเหมือนจะยังดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายอยู่นะ
พี่ทุยว่าเทรนด์ต่อไปในอนาคต ทั่วโลกก็น่าจะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเหมือนกัน ตอนนี้อุตสาหรกรรมรถยนต์หลายบริษัทก็เร่งกันพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ากันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ “เทสล่า” ที่เป็นเจ้าแรกที่คิดค้นรถยนต์วิ่งด้วยไฟฟ้า ก็ยังพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่อง ก็อาจเป็นไปได้ว่าอุตสาหกรรมน้ำมันในอนาคตจะมีการลดบทบาทลงอย่างน่าใจหาย
อ้างอิง: ประชาชาติธุรกิจ, ผู้จัดการออนไลน์