ก่อนหน้านี้พี่ทุยเคยเล่าเรื่องของ “กองทุนตราสารหนี้” กันไปแล้ว
ที่พี่ทุยติดไว้ว่าถ้าเราซื้อตราสารหนี้
แล้วอัตราดอกเบี้ยปรับตัว “ขึ้น”
ราคากองทุนหรือตราสารหนี้จะ “ลง”
แต่ถ้ามีการปรับ “ลง”
ราคากองทุนหรือตราสารหนี้ก็จะ “ขึ้น”
เราลองมาดูกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น …
——————-
สมมติว่า ตราสารหนี้ A
อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3% ต่อปี ระยะเวลา 2 ปี
ถ้าเราซื้อ ตราสารหนี้ A ไป 100,000 บาท
ซึ่งให้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 3,000 บาทต่อปี
ถ้าหากอยู่ๆเวลาผ่านไปแล้ว อัตราดอกเบี้ยปรับตัว “สูงขึ้น” เป็น 4% ต่อปี
แน่นอนว่าตราสารหนี้ที่จะออกใหม่ ก็จะให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 4%
หรือ 4,000 บาทต่อปี
แปลว่า .. ตราสารหนี้ A คนจะมองว่า
อะไรกัน ! ดอกเบี้ย “น้อยกว่า” ตราสารหนี้ใหม่
จะทำให้คนไม่อยากถือตราสารหนี้ A
ดังนั้นถ้าขายตราสารหนี้ A ราคา 100,000 บาท
ตามเดิมขายไม่ออกแน่ๆ
เพราะถ้าเค้าเอาเงิน 100,000 บาท มาซื้อ ตราสารหนี้ A ของเรา ที่ให้ผลตอบแทนแค่ 3% สู้ไปซื้ออันใหม่ที่ได้ผลตอบแทนตั้ง 4% ดีกว่าม้ายยยยยย !!
ทำให้ถ้าเราอยากขาย ต้องลด “ราคา” ของตราสารหนี้ A
เช่น ถ้าลดลงไปเหลือที่ 90,000 บาท โดยที่ยังให้ผลตอบแทน 3,000 บาท
แสดงว่าตราสารหนี้ A ให้ผลตอบแทนเท่ากับ
3,000 / 90,000 จะเท่ากับ 3.33% ซึ่งยังน้อยกว่าตราสารใหม่ที่จะออกอยู่ดี
ดังนั้นราคาของตราสารหนี้ A จะลดลงไปอีก จนกว่าผลตอบแทนจะเท่ากับ 4%
ที่เท่ากับตราสารใหม่ที่ออกมา
ราคาของตราสารหนี้ A ที่ควรจะเป็นจะเท่ากับ 75,000 บาท ได้รับผลตอบแทน 3,000 บาท นั่นคือได้ผลตอบแทนเท่ากับ 4% ต่อปีนั่นเองงง
เพราะฉะนั้น …
เมื่อ “อัตราดอกเบี้ย” ปรับตัว “สูงขึ้น” จาก 3% เป็น 4% จะส่งผลทำให้ “ราคา” ตราสารหนี้ A “ลดลง” จาก 100,000 เป็น 75,000 บาท นั่นเองงงงง
แล้วถ้าอัตราดอกเบี้ย “ลดลง” หล่ะ จะเป็นยังไงน้าาา !?!?
ลองคิดดูแล้วมาบอกพี่ทุยด้วยนะ
