ถ้าเราพูดถึงการลงทุนที่น่าสนใจ ช่วงนี้ที่ผ่านมาพี่ทุยยกให้
หุ้นกลุ่มขนาดกลางและขนาดเล็กเลย (Mid/Small Cap)
เพราะทำ “ผลตอบแทน” ออกมาได้เป็นที่น่าพอใจมากๆ
คำถามต่อมาก็คือ…..
แล้วกองทุน Mid/Small Cap กองไหนบ้างล่ะที่น่าสนใจ ?
พี่ทุยคิดว่ากองทุนน้องใหม่ไฟแรงจาก SCB
“SCB Mid/Small Cap Equity Fund หรือ SCBMSE”
น่าสนใจใช้ได้เลยนะ !!
ถ้าดูที่ผลตอบแทนโดยเปรียบเทียบจากกองทุนในกลุ่มเดียวกัน
SCBMSE ผลตอบแทนติดอับดับ 1 ใน 3
วันที่ 30 ธ.ค. 58 มาจนถึงวันที่ 19 ธ.ค. 59
ได้สร้างผลตอบแทนเท่ากับ 33.7%
(ที่มา Morningstar วันที่ 19 ธ.ค. 59)
แล้วจากที่พี่ทุยลองไปถามทีมงานบริหารดู
ว่ามีการเลือกหุ้นเข้าพอร์ตยังไงบ้าง
ถึงทำผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจขนาดนี้
เริ่มแรกเลยผู้จัดการกองทุน
จะมองหาหุ้นขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง
โดยจะเลือกหุ้นในอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ
ต้องมีโอกาสเติบโตได้ในระยะเวลา 1-3 ปีนี้
จากนั้นก็จะไปดูหุ้นในอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ
ว่าหุ้นตัวไหนบ้างที่มีผลประกอบการที่โดนเด่นกว่าชาวบ้านเค้า
ก็จะจัดหุ้นตัวนั้นเข้าพอร์ตมาทันที !!
และอย่างที่รู้กันตลอดว่า…..
หุ้นขนาดเล็กและขนาดกลางจะมีความผันผวนสูงกว่าหุ้นตัวใหญ่ๆ
ผู้จัดการกองทุนเค้าเลยมองว่าการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Future)
เข้ามาจะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
เพราะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการบริหารกองทุนได้ดี
มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะเกิดคำถามอีกว่า..?
ไปลงทุน LTF ไม่ดีกว่าเหรอพี่ทุย
เพราะกองทุนหุ้นทั่วไปที่ไม่ใช่ LTF ไม่น่าสนใจ
เพราะไม่ได้ “ประโยชน์ทางภาษี” เลย
พี่ทุยจะบอกว่าคำพูดนี้จะว่าถูกก็ถูก
แต่จะบอกว่าผิดก็ผิดเหมือนกัน
#พี่ทุยไม่ได้กวนน้าาาาาา ฮรี่ๆๆ
เพราะว่าถ้าเราจะลงทุนจริงๆ
เราควรมองเพราะ “ผลตอบแทนรวม” จากการลงทุนมากกว่า
ถ้าเราลงทุนใน LTF เราก็สามารถหา “ผลตอบแทนรวม” ได้
จาก “ผลประโยชน์ทางภาษี + ผลตอบแทนของกองทุน”
แล้วถ้าเราไม่ได้เสียภาษีฐานที่สูงเช่น ฐาน 10%
แต่เราจะต้องถือ LTF เป็นระยะ 7 ปีปฏิทิน
(หรือบางคนอาจจะบอกว่า 5 ปี 3 วันก็ตาม)
รู้ไหมว่าผลตอบแทน LTF อับดับ 1-5 ที่ทำผลตอบแทนได้สูงสุด
โดยเฉลี่ยแล้วจะได้ประมาณ 20% ต่อปี
แล้วถ้ารวมผลประโยชน์ทางภาษี+ผลตอบแทนของกองทุน
อย่างพี่ทุยว่าในตอนต้นดู จะได้ผลตอบแทนรวมประมาณ 30%
แล้วถ้าลงทุนในกองทุน SCBMSE ซึ่งในปัจจุบันให้ผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกัน
แต่มีสภาพคล่องสูงกว่า การลงทุนในกองประเภทนี้ก็ดูน่าสนใจไม่เบาทีเดียวน๊า
แล้วยิ่งปีหน้ายังมีการปรับให้ “หักค่าใช้จ่าย” และ “ค่าลดหย่อนส่วนตัว” เพิ่มอีก
ทำให้เราเสียภาษีน้อยลงเข้าไปอีก อย่างนี้ก็ต้องลองเทียบกันดูนะจ้า
ว่าแบบลงทุนแบบไหนจะตอบโจทย์การลงทุนของเราได้ดีที่สุด
พี่ทุยย้ำเสมอว่าการลงทุนให้มองเรื่อง “ภาษี”
เป็นเรื่องประกอบเท่านั้น ห้ามเอาเป็นตัวตัดสินใจ
เราต้องมองทั้งเรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทนโดยรวมด้วย
อย่าลืมทุกครั้งก่อนลงทุน
อ่าน Fund Fact Sheet ด้วยทุกครั้ง คลิก ที่นี่
ลองไปอ่านได้เลย มอออออออว์
ไว้พี่ทุยกองทุนไหนน่าสนใจอีก
พี่ทุยจะลองมารีวิวกันให้อีกน้าาาา บรัยยยย
ติดตามการ์ตูนสนุกๆเข้าใจง่ายๆได้ที่นี่เล้ยยยยยย