ถ้าเรามาแบ่งประเภทของกองทุนตามการขายคืนหน่วยลงทุนหรือการเปลี่ยนจากกองทุนรวมที่เราลงทุนอยู่ เป็นเงินสดเราจะสามารถแบ่งกองทุนรวมออกได้ 2 ประเภท คือ “กองทุนปิด” และ “กองทุนเปิด”
1. กองทุนเปิด (Opened-End Fund)
กองทุนรวมนี้เป็นกองทุนรวมที่เราจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะกองทุนในตลาดก็เป็นประเภทนี้เป็นส่วนใหญ่ เป็นกองทุนรวมประเภทที่ว่าเราสามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ ก็สามารถแปลงเป็นเงินสดได้เลย แต่อาจจะมีรอเวลาตั้งแต่ 1 วันจนถึง 6 วันทำการ
2. กองทุนปิด (Closed – End Fund)
กองทุนรวมประเภทนี้จะเป็นกองทุนรวมที่จะกำหนดเวลาเปิดขายช่วงนึง แล้วจะนั้นก็ไม่สามารถซื้อเพิ่มได้เลย โดยผู้ที่ลงทุนในกองทุนรวมประเภทนี้จะต้องถือจนครบอายุของกองทุนรวมที่กำหนดไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ ดังนั้นก็จะเหมาะกับนักลงทุนที่สามารถทิ้งเงินไว้นิ่งๆตามอายุของกองทุนรวมเลย
แต่ถ้าเราต้องการขายคืนจริงๆ เราสามารถไปขายคืนในตลาดรองได้ โดยการตกลงราคากันของผู้ซื้อและผู้ขาย กองทุนรวมปิดที่เราน่าจะคุ้นเคยกันมากที่สุดก็น่าจะเป็นพวกกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) หรือกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เนี่ยแหละ
คำถามที่น่าสนใจก็คือ “กองทุนปิด” กับ “กองทุนเปิด” แบบไหนน่าสนใจมากกว่ากัน ?
ถ้าให้พี่ทุยแนะนำว่าอันไหนน่าสนใจกว่ากัน พี่ทุยคงตอบว่า “กองทุนเปิด” น่าสนใจมากกว่าอาจจะเพราะพี่ทุยมองเรื่องของสภาพคล่องเป็นหลัก แล้วอีกอย่างเดี๋ยวนี้กองทุนปิดก็ไม่ค่อยมีออกมาให้เห็นแล้วด้วย ก็จะมีแต่พวก REIT ที่ออกมาให้เห็นเรื่อยๆ แล้วอีกอย่างก็คือประเภทของกองทุนเปิดก็มีมากมายหลากหลายกว่าน่าจะตอบโจทย์ในภาพรวมได้ดีกว่าอยู่พอสมควรนะ
แต่สุดท้ายพี่ทุยว่าต้องกลับมาดูที่ตัวเรานะว่าเราเหมาะกับแบบไหน กองทุนแบบไหนเหมาะกับเรา ? ถ้าเป็นคนเก็บเงินไม่อยู่ ชอบแบบล๊อคเงินไว้ระยะเวลานึงการลงทุนกองปิดก็อาจจะน่าสนใจกว่าก็เป็นไปได้ เพราะบางคนชอบซื้อประกันแบบสะสมทรัพย์ก็เพราะว่าช่วยให้เก็บเงินอยู่ ถ้าเป็นเงินฝากหรือพวกที่สภาพคล่องมาก เงินไม่เหลือเลยก็มี ดังนั้นลองกลับไปสำรวจตัวเองก่อนว่าเราเหมาะกับการลงทุนแบบไหน เพราะแค่กองทุนรวมก็มีหลากหลายประเภทแล้ว เราจะได้เลือกกองทุนรวมที่เหมาะสมกับเราที่สุดได้เนอะ
