3 ทางเลือกของการลงทุนในกองทุน "ตราสารหนี้"

3 ทางเลือกของการลงทุนในกองทุน “ตราสารหนี้”

3 min read  

ฉบับย่อ

  • กองทุน “ตราสารหนี้” เป็นการลงทุนที่ช่วยทำให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพได้ และยังสามารถกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ได้หลายตัวอีกด้วย
  • เวลาที่เราจัดพอร์ตการลงทุนถึงแม้จะเป็นการจัดพอร์ตกองทุนรวมก็ตาม พี่ทุยมักจะย้ำเสมอว่าการซื้อตราสารหนี้เป็นรายตัวนั้นบางทีก็มีข้อจำกัดอยู่เหมือนกัน ทั้งจำนวนขั้นต่ำในการซื้อ รวมไปถึงการเข้าถึงแหล่งขายด้วย

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset "กองทุน"
Krungsri Asset "กองทุน"

“ตราสารหนี้” พี่ทุยว่าเราต้องคุ้นคำนี้กันบ้างแน่ ๆ เวลาที่เราจัดพอร์ตการลงทุนถึงแม้จะเป็นการจัดพอร์ตกองทุนรวมก็ตาม พี่ทุยมักจะย้ำเสมอว่าการซื้อตราสารหนี้เป็นรายตัวนั้นบางทีก็มีข้อจำกัดอยู่เหมือนกัน ทั้งจำนวนขั้นต่ำในการซื้อ รวมไปถึงการเข้าถึงแหล่งขายด้วย ดังนั้นการลงทุนในตราสารหนี้พี่ทุยเลยแนะนำว่าลองศึกษาพวกกองทุนรวมตราสารหนี้ดู ก็ดีอยู่เหมือนกัน กองทุนรวมตราสารหนี้โดยทั่ว ๆ ไปแล้วจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

1. กองทุนรวมตลาดเงิน

กองทุนรวมประเภทนี้จะเป็นกองทุนที่มีสภาพใกล้เคียงเงินสดมากที่สุด เพราะว่าถ้าหากเราต้องการขายเพื่อแปลงเป็นเงินสดเอาไปทำอย่างอื่นก็ใช้เวลาแค่ 1 วันทำการ (T+1) เท่านั้น แต่แน่นอนว่าอะไรก็ตามที่ใกล้เคียงเงินสดๆมากๆสิ่งที่ตามมาก็คือผลตอบแทนมักจะไม่ได้สูง แต่ก็มีความเสี่ยงต่ำ โดยผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนรวมประเภทนี้อยู่ที่ประมาณ 1-1.5% ต่อปี

2. กองทุนรวมตราสารหนี้

กองทุนรวม “ตราสารหนี้” จะแบ่งออกเป็นทั้งตราสารหนี้ระยะยาวและระยะสั้น โดยทั่วไปถ้าเรานึกถึงเวลาที่เราให้ใครสักคนนึงยืมเงินเราก็คงอยากได้เงินคืนเร็วๆ แต่ถ้าเค้ายืมเงินนานขึ้น สิ่งที่เราอยากได้ก็ต้องเป็นดอกเบี้ยที่มากขึ้นเพราะว่าเราได้เงินคืนช้าลง สามารถใช้หลักการเดียวกันได้เลย ก็คือ ถ้าเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น มักจะให้ผลตอบแทนต่ำกว่ากองทุนรวมตราสารหนี้ระยะยาว ในกรณีที่มีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามากระทบ

แต่แน่นอนว่าการถือตราสารหนี้ที่มีระยะเวลายาวขึ้นก็จะมีความเสี่ยงที่สูงกว่าตราสารหนี้ระยะสั้น สมมติว่าดอกเบี้ยนโยบายมีการปรับตัวกองทุนตราสารหนี้ระยะยาวจะได้รับผลกระทบที่มากกว่าตราสารหนี้ระยะสั้น

3. กองทุนรวมตราสารหนี้ High Yield

ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่เราได้ยินเรื่องตราสารหนี้ High Yield เยอะขึ้นเรื่อย ๆ เป็นเพราะว่า ณ ปัจจุบันอั ตราดอกเบี้ยนั้นค่อนข้างต่ำทำให้นักลงทุนเริ่มหันมาสนใจเรื่องการลงทุนในตราสารหนี้ High Yield มากขึ้น

“ตราสารหนี้” High Yield คืออะไร ?

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าถ้าเราเป็นบริษัทมหาชนแล้วอยากออกตราสารหนี้สักอันที่เรียกว่าหุ้นกู้หรือว่าตั๋ว BE ก็ตาม เราก็ต้องไปให้บริษัทที่รับจัดอันดับความน่าเชื่อถือจัดให้ ปัจจุบันที่ไทยก็จะมี TRIS กับ Fitch โดยทั้ง 2 บริษัทจะมีการให้อันดับความน่าเชื่อของตราสารนั้นเป็น AAA+ Bbb Ba BBB เป็นต้น

โดยทั่วไปถ้าตราสารหนี้อันไหนที่ได้ต่ำกว่าเกณฑ์ BBB จะถือว่าเป็น High Yield หรือว่า Speculative Bond หรือว่า Junk Bond ด้วยความที่ว่าอันดับความน่าเชื่อถือต่ำ ถ้าเราจะให้บริษัทนี้กู้แปลว่าเราก็อยากได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น

หรือ High Yield อีกประเภทก็คือตราสารหนี้ที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อแต่อาจจะใช้สินทรัพย์มาเป็นหลักค้ำประกันแทนก็สามารถทำได้เช่นกัน อารมณ์ประมาณว่าถ้าเกิดเราไม่คืนหนี้ก็เอาสินทรัพย์เราไปแทนเป็นต้น

แต่ปัจจุบันก็มีกองทุนตราสารหนี้หลายประเภทที่ลงทุนแบบผสม ก็คือ ลงทุนตราสารหนี้ทั้ง 3 ประเภทเลย ซึ่งก่อนลงทุนทุกครั้งเราก็ควรตรวจสอบกองทุนรวมทุกครั้งว่าเอาเงินไปลงทุนอะไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้เลือกกองทุนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของเรานั่นเอง 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: