นักลงทุนหลายคนไม่ชื่นชอบความเสี่ยงจากการลงทุนสักเท่าไหร่ ทำให้การลงทุนในตราสารหนี้เป็นการลงทุนที่หลายคนชื่นชอบ เพราะว่าได้รับผลตอบแทนที่ค่อนข้างแน่นอน ถ้าหากเราซื้อเป็นตราสารหนี้เป็นตัวๆไป เราก็แทบจะรู้ล่วงหน้าเลยว่า ผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยที่เราจะได้รับอยู่ที่เท่าไหร่ ?
แต่สำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ สิ่งหนึ่งที่เราต้องดูก็คือ “Default Risk” เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก
“Default Risk” คืออะไร ?
ก่อนที่เราจะรู้จัก Default Risk พี่ทุยว่าเรามาทวนกันหน่อยว่า ตราสารหนี้ ก็คือการที่มีคนๆนึงมาขอกู้เงินเรา แล้วออกสัญญาเงินกู้ให้กับเรานั่นแหละว่าจะจ่ายดอกเบี้ยกี่เปอร์เซ็นต์ จ่ายกี่ครั้งต่อปี เป็นระยะเวลากี่ปี ส่วน “Default Risk” ก็คือ ความเสี่ยงที่คนที่มาขอกู้เงินเราจะไม่จ่ายเงินเราเนี้ยแหละ !!
“Default Risk” เลยน่ากลัวตรงที่ว่าถ้าเกิดไม่จ่ายคืนขึ้นมา นั่นแปลว่าเราโดนชักดาบ โอกาสที่จะเสียเงินลงทุนทั้งหมดก็เป็นไปได้เหมือนกัน “Default Risk” เลยเป็นความเสี่ยงที่ต้องดูให้ดีเสมอ
คำถามต่อมาก็คือเราจะไปรู้ได้ยังไงว่า ไอบริษัทที่ออกตราสารหนี้มาขอกู้เงินเราเนี้ยมีความมั่นคงขนาดไหน น่าเชื่อถือหรือเปล่า มันจะชักดาบเราหรือเปล่า ?
ถ้าให้พี่ทุยตอบก็คงต้องไปดูงบการเงินเป็นหลัก ดูปริมาณหนี้ทั้งหมด เทียบสินทรัพย์ทั้งหมดว่าเป็นยังไงบ้าง ? ถ้าหนี้เยอะกว่าทุนมากๆ ก็ถือว่าเริ่มเสี่ยงแล้วล่ะ เพราะถ้าเกิดเค้าจ่ายคืนไม่ได้ก็ต้องไปบังคับขายสินทรัพย์ที่มีมาคืน…
มาถึงตรงนี้หลายๆคนก็อาจจะคิดว่ายุ่งยากจัง “Default Risk” ยากที่จะวิเคราะห์ แล้วก็เสี่ยงมากๆ ถ้าเราวิเคราะห์เองก็เดี๋ยวจะผิดอีก พี่ทุยอยากจะบอกว่าจริงๆแล้วสำหรับนักลงทุนรายย่อยแบบเราๆ ก็สามารถดู “Default Risk” จาก “เครดิตเรทติ้ง (Credit Rating)” ได้เช่นกัน
นอกจากนั้นก็จะมีบริษัทที่คอยจัดลำดับความเสี่ยงเรื่อง “Default Risk” ให้กับเราในประเทศไทยก็จะมี TRIS กับ Fitch หลักๆ 2 ที่เนี่ยแหละ แล้วถ้าเราไปดู Fact Sheet ของตราสารหนี้นั้นๆ ส่วนใหญ่ก็จะมี Credit Rating กำกับไว้ตลอด
ลองศึกษาตรงนี้กันดูนะ พี่ทุยว่าเสียเวลาตรงนี้สักหน่อยดีกว่าเราไปซื้อแล้วโดนเบี้ยวหนี้ไม่จ่ายขึ้นมา พี่ทุยว่าไม่คุ้มกันเลย แล้วเวลาจัดพอร์ตการลงทุนตราสารหนี้ยังไงก็ยังเป็นสัดส่วนที่สำคัญในการกระจายการลงทุนด้วย พี่ทุยว่ายังไงหนีไม่พ้นนะจ๊ะ ฮี่ๆๆ