ข้อเสียของการให้ความสำคัญกับ "สภาพคล่อง" มากเกินไป

ข้อเสียของการให้ความสำคัญกับ “สภาพคล่อง” มากเกินไป

2 min read  

ฉบับย่อ

  • การมี “สภาพคล่อง” เป็นเรื่องที่ดี เพราะเมื่อเวลาที่มีโอกาสเราสามารถปรับตัวได้ แต่การที่มีสภาพคล่องมากเกินไปก็อาจจะทำให้เราจ่ายเงินเยอะมากกว่าที่ควรจะเป็น
  • แนะนำการลงทุน “พร้อมเงื่อนไข” อย่างพวก SSF หรือ RMF นอกจากจะได้ประโยชน์เรื่องภาษีแล้ว เรายังได้ประโยชน์เรื่อง “สภาพคล่อง” ที่เราจะมั่นใจได้ว่าเมื่อถึงเวลาเราจะมีเงินใช้แน่ ๆ

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

พี่ทุยว่าเมื่อเราพูดถึง “สภาพคล่อง” พี่ทุยคิดว่าหลาย ๆ คนกำลังกังวล เรื่องสภาพคล่องมากจนเกินเหตุ ทำให้เวลาจะลงทุนทีนึง เราต้องคิดเยอะมาก จะซื้อ SSF ทีนึง ก็รู้สึกว่านี่เราต้องถือยาว 10 ปีเต็มเลยหรอ นานจัง

พอเป็นแบบนี้ เราไม่ต้องพูดถึง RMF เลยแหละ พี่ทุยอายุ 25 ปี กว่าจะเอาเงินออกได้อีก 30 ปีเลยนะ !! นานไปมั้ยยยย !? นี่เป็นสิ่งที่พี่ทุยเจอบ่อยมากกับคำบ่นเหล่านี้

ทำให้สุดท้ายก็ไม่ได้ลงทุนอะไรเลย เงินทุกบาททุกสตางค์ก็แทบจะเก็บไว้รูปเงินสด ไม่ก็เงินฝากธนาคารหรือฝากประจำ กินดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมาหน่อย แต่พี่ทุยว่าแบบนี้แหละคือ “ปัญหา” !! นึกถึงเวลาที่เรามีเงินอยู่ในมือเยอะ ๆ สิ พี่ทุยว่าหลายคนต้องเป็นแน่ ๆ คืออยากได้นู้นนั้นนี่เยอะไปหมด เพราะขนาดไม่มีเงิน ก็ยังใช้บัตรเครดิตไปกู้ยืมนู้นนั้นนี่ จนมีปัญหาหนี้กันเลยนี่หน่า แล้วลองนึกว่าถ้าเรามีเงินเต็มบัญชี มันจะหมดไปอย่างรวดเร็วเลยล่ะ !!

นั่นเลยเป็นเหตุว่าทำไมพี่ทุยถึงชอบแนะนำ การลงทุน “พร้อมเงื่อนไข” อย่างพวก SSF หรือ RMF นอกจากจะได้ประโยชน์เรื่องภาษีแล้ว เรายังได้ประโยชน์เรื่อง “สภาพคล่อง” ที่เราจะมั่นใจได้ว่าเมื่อถึงเวลาเราจะมีเงินใช้แน่ ๆ ! สำหรับคนที่ไม่มีเงินเก็บ ลองถามตัวเองดู ทุกวันนี้ที่เราเหลือเก็บ ไม่ใช่เพราะมันคล่องเกินไปหรือเปล่า?

การมีสภาพคล่องเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ควรมีอย่างพอเหมาะ มากเกินไปก็เสี่ยงที่จะทำให้เงินเราไม่โตอย่างที่ควรจะเป็นและโอกาสใช้ก็จะยิ่งสูงขึ้น แต่ถ้ามีน้อยเกินไปก็มีโอกาสที่เราอาจจะไปกู้หนี้ยืมสินมาในเวลาที่เราเดือดร้อนต้นทุนทางการเงินก็จะสูงอย่างมาก เรื่องการบริหารสภาพคล่องต้องบริหารให้ดี

error: