เคยสงสัยมั้ยว่า บัตรทอง กับ ประกันสังคม แตกต่างกันอย่างไร สิทธิประโยชน์ไหนดีกว่ากัน วันนี้พี่ทุยมาคลี่คลายความข้องใจว่า สิทธิเข้ารับการรักษาพยาบาลแต่ละตัวเป็นยังไง เพียงพอไหม? ต้องซื้อประกันสุขภาพเพิ่มอีกหรือเปล่า ไปดูกัน
บัตรทอง กับ ประกันสังคม ต่างกันอย่างไร
ทั้งสองอย่างนับเป็นสวัสดิการจากรัฐที่ให้หลักประกันทางสุขภาพแก่ประชาชนไทยทุกคน
ประกันสังคม คือ
การสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิตในกลุ่มของสมาชิกที่มีรายได้ และจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเพื่อรับผิดชอบเฉลี่ยความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเจ็บป่วย คลอดบุตรทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์ ชราภาพ และการว่างงาน เพื่อให้ได้รับการรักษาพยาบาล และมีการทดแทนรายได้อย่างต่อเนื่อง
โดยลูกจ้างและนายจ้างต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมาย โดยจะทำการหักเงินจากฐานเงินเดือน 5% สูงสุดไม่เกิน 750 บาท/เดือน
บัตรทอง คือ
ประกันสุขภาพถ้วนหน้า (หรือที่คุ้นเคยกันว่า โครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค) ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติออกให้แก่ประชาชนผู้มีสิทธิ คือ บุคคลที่มีสัญชาติไทย มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ไม่มีสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลอื่นใดที่รัฐจัดให้ และต้องเป็นผู้ที่ไม่มีสิทธิประกันสังคม หรือผู้ที่ลาออกและเกษียณจากประกันสังคมแล้วเท่านั้นถึงสามารถใช้สิทธิได้
บัตรทอง กับ บัตร 30 บาท ต่างกันอย่างไร
คำตอบจากข้างต้นเลย บัตรทอง บัตร 30 บาทรักษาทุกโรค และบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า คือ สิทธิประโยชน์อันเดียวกัน เพื่อสร้างความเสมอภาคให้ประชาชนทุกคน เข้าถึงสิทธิการรักษาด้านสุขภาพที่จำเป็น โดยเป็นสิทธิตามกฎหมายขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน
สิทธิประโยชน์ของ บัตรทอง กับ ประกันสังคม อันไหนดีกว่ากัน ?
บัตรทอง
- ไม่มีค่าใช้จ่าย ลงทะเบียนหน่วยงานหรือสถานพยาบาลประจำเเล้วใช้สิทธิได้ทันที
- ใช้กับสถานพยาบาลประจำที่ลงทะเบียนไว้ เจ็บป่วยต่างพื้นที่เข้าสถานพยาบาลปฐมภูมิที่ไหนก็ได้ เจ็บป่วยฉุกเฉินเข้าสถานพยาบาลรัฐเเละเอกชนที่อยู่ใกล้
- การย้ายสิทธิสถานพยาบาลทำได้ 4 ครั้งต่อปี
- ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งและไม่มีวงเงิน
- ค่าอาหารเเละค่าห้องสามัญ
- รักษามะเร็งทุกชนิด
- เจ็บป่วยเล็กน้อย สามารถรับยาได้ใกล้บ้าน ที่ร้านยาที่เข้าร่วม แตกต่างจากประกันสังคมที่ต้องไปรพ. ที่ลงทะเบียนสิทธิไว้
- ได้เพียงสิทธิรักษาฟรี ไม่มีเงินชดเชยว่างงานเหมือนประกันสังคม
*วงเงินค่ายาเป็นไปตามที่รัฐกำหนด หากผู้ใช้สิทธิต้องการใช้ยาชนิดที่ผลข้างเคียงน้อย จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ประกันสังคม
- ประกันสังคม ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนทุกเดือน ตามเงื่อนไขถึงจะสามารถใช้สิทธิได้
- ใช้กับโรงพยาบาลที่เลือกสิทธิไว้ กรณีฉุกเฉินเข้าที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย
- การย้ายสิทธิสถานพยาบาล ย้ายได้ปีละครั้ง
- ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน ไม่เกิน 900 บาทต่อปี
- ค่าห้องเเละค่าอาหาร ไม่เกิน 700 ต่อวัน
- ได้รับชดเชย กรณีว่างงาน เกษียณ เสียชีวิต
- มะเร็งสามารถรักษาฟรี ครอบคลุมมะเร็งทั้งสิ้น 20 ชนิด กรณีที่จำเป็นต้องใช้ยา เคมีบำบัด หรือรังสีรักษา สามารถเบิกได้ปีละ 5 หมื่นบาท
- ตรวจสอบสิทธิประกันสังคมได้ที่ https://www.sso.go.th/wpr/
หมายเหตุ : บัตรทองมีได้ทุกคน หากไม่มีสวัสดิการอื่นของรัฐ ส่วนพนักงานบริษัทได้สิทธิประกันสังคมอัตโนมัติ แต่หากมีประกันสังคมแล้วจะไม่สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้ กรณีลาออกจากงาน และไม่อยากส่งประกันสังคมต่อ (ประกันสังคม มาตรา 39) สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้ แต่ต้องลงทะเบียนใช้สิทธิก่อน
มีประกันสังคม ใช้สิทธิบัตรทองได้ไหม ?
ถ้ามีสิทธิประกันสังคม จะไม่สามารถใช้สิทธิสิทธิบัตรทองได้ โดยจะใช้สิทธิบัตรทองได้ต่อเมื่อลาออกจากสิทธิประกันสังคมอย่างน้อย 6 เดือน
เปลี่ยน สิทธิประกันสังคม เป็นบัตรทอง ทำได้หรือไม่?
การย้ายสิทธิประกันสังคมเป็นสิทธิบัตรทองไม่สามารถทำได้โดยทันที
การจะเปลี่ยนสิทธิประกันสังคมเป็นบัตรทองนั้น ผู้ประกันตนกับประกันสังคมต้องออกจากการเป็นผู้ประกันตนไม่ว่ามาตราใดก็ตามอย่างน้อย 6 เดือน เพราะเมื่อลาออกแล้วทางประกันสังคมจะคุ้มครองต่ออีก 6 เดือน หลังจากครบ 6เดือนแล้ว จึงจะสามารถยื่นขอลงทะเบียนใช้สิทธิบัตรทองได้
มี บัตรทอง กับ ประกันสังคม เพียงพอหรือไม่ ควรซื้อประกันสุขภาพหรือเปล่า?
บัตรทองนั้น คนไทยทุกคนมีสิทธิเข้าถึงอยู่แล้ว ส่วนประกันสังคมพนักงานบริษัทก็ถูกบังคับส่งเงินสมทบเข้ากองทุนทุกเดือนอยู่แล้ว แม้จะได้สิทธิการรักษาหลายอย่าง แต่ก็มีข้อจำกัดต้องเข้าใช้บริการแค่โรงพยาบาลที่ได้ลงทะเบียนไว้ และคิวรอการรักษาที่หนาแน่น
ส่วนประกันสุขภาพที่ซื้อเพิ่มเติม ก็ย่อมเข้าถึงการรักษาพยาบาลครอบคลุมมากกว่า และสามารถซื้อประกันโรคร้ายแรงเพิ่มเติมได้ อีกทั้งยังมีเงินชดเชยรายได้ (รายวัน) ในกรณีต้องหยุดงาน หรือขาดรายได้ เนื่องจากเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล แต่เราก็ต้องเสียเงินเพิ่มต่อปีอีกไม่น้อย
พี่ทุยว่าถ้ารายได้เรามีเพียงพอก็ซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติมได้ เพื่อป้องกันความเสี่ยง หากวันหนึ่งเราป่วยไข้ขึ้นมาก็ได้รับความสะดวกในเข้ารับการรักษามากกว่า อีกทั้งเบี้ยประกันสุขภาพต่อปี ยังนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกนะ
อ่านเพิ่ม