หากเรามีเป้าหมายที่ต้องใช้เงินก้อนในอนาคต อย่างเช่น วางแผนเที่ยวรอบโลกหลังเกษียณ หรือวางแผนเก็บเงินให้ลูก การวางแผนการเงินในระยะยาวจึงเป็นเรื่องที่ควรตระหนัก ถึงแม้จะจัดการได้ค่อนข้างยากก็ตาม เพราะระหว่างทางอาจจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้เราต้องถอนเงินก้อนนี้ออกไปใช้ก่อนเวลาอันควร ใครที่ไม่อยากเป็นแบบนั้นล่ะก็ ตามอ่านจากบทความนี้ได้เลย เพราะพี่ทุยมาแชร์เทคนิค วางแผนเงินระยะยาว ที่ทั้ง “มั่งคั่ง” และ “มั่นคง”
หลักการง่าย ๆ คือ แบ่งเงินระยะยาวออกเป็น 2 กอง เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสให้เราสามารถบรรลุแผนได้อย่างมั่นใจ แล้วทำไมต้องแบ่งเป็น 2 ก้อน ? พี่ทุยสรุปแบบเข้าใจง่าย ๆ ให้ฟังแล้ว ไปฟังกัน
แผนการเงินโดยเฉพาะแผนการเงินระยะยาวเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ แต่พี่ทุยบอกตรงนี้ก่อนเลยว่า คำว่าระยะยาวที่เรากำลังจะคุยกัน ก็คือ ระยะเวลา 20 ปีขึ้นไป อย่างเช่น การเก็บเงินเที่ยวรอบโลกหลังเกษียณอายุ ซึ่งพอเป็นแผนระยะยาวก็มีโอกาสสูงมากที่จะเกิดความผิดพลาด ความไม่แน่นอนต่าง ๆ
ตัวอย่างของความไม่แน่นอน เช่น เก็บเงินมาตั้งนาน เพื่อไปเที่ยวรอบโลกหลังเกษียณ หรือเก็บไว้เป็นทุนให้ลูกสามารถเอาไปต่อยอดหลังเรียนจบได้ แต่ระหว่างทางมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันต่าง ๆ รวมถึงเหตุความจำเป็นต่าง ๆ ทำให้เราต้องถอนเงินก้อนนี้ออกไปใช้ก่อนเวลาอันควร
ยิ่งเงินก้อนนี้มีจำนวนที่เยอะมากขึ้น แนวโน้มการถูกดึงออกไปใช้กับเป้าหมายอื่น ๆ ก็จะยิ่งเยอะขึ้นด้วย
ด้วยความสำคัญของการวางแผนการเงินระยะยาวที่จะบอกว่าพลาดไม่ได้ก็ว่าได้ ทำให้ส่วนตัวพี่ทุยมักจะแบ่งเงินออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วน “มั่นคง” และ “มั่งคั่ง” เพื่อให้เราสามารถแก่ตัวไป ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย
วางแผนเงินระยะยาว แบบมั่งคง
ส่วน “มั่นคง” จะเป็นส่วนที่พี่ทุยมองว่า Sure Game โอกาสผิดพลาดต่ำ มีความเสี่ยงต่ำ ความปลอดภัยสูง แต่ก็แน่นอนผลตอบแทนจากการลงทุนอาจจะไม่ได้สูงมากนัก แต่ก็แลกมากับความปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราจะมีเงินก้นหีบเอาไว้ใช้ เป็นการการันตีว่ายังไงเราก็จะมีเงินส่วนหนึ่งเอาไว้ใช้งานอย่างแน่นอน
ซึ่งเมื่อรวมเงินในส่วน “มั่นคง” ทั้งหมด ควรมีอย่างน้อยมาตรฐานการดำรงชีวิตของเรา ค่ากินค่าอยู่ค่าใช้ต่างที่สำคัญ โดยส่วนใหญ่จะเป็นเป้าหมายแบบ Need เป็นหลัก ส่วนจะต้องมีเท่าไหร่พี่ทุยแนะนำว่าให้ลองคำนวณดู
โดยสำหรับสินทรัพย์การเงินที่พี่ทุยแนะนำในส่วน “มั่นคง” เลยก็อย่างเช่น
1. ประกันสังคม
เงินที่จ่ายให้กับประกันสังคมทั้งส่วนจ่ายสะสมของเราเองและส่วนนายจ้างจ่ายสมทบจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ซึ่งจะมีส่วนหนึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินเกษียณอายุ ถ้าใครเป็นสมาชิกมายาวนานกว่า 15 ปี ก็จะได้รับเงินบำนาญเริ่มต้นที่ 3,000 บาทต่อเดือน เมื่อลาออกจากการเป็นสมาชิกประกันสังคม
2. ตราสารหนี้ (Fixed Income)
หรือที่เรามักคุ้นชื่อว่า “หุ้นกู้” เปรียบเสมือนกับการปล่อยกู้ให้กับบริษัทมหาชนโดยตรง ซึ่งถ้าหากเราเลือกบริษัทที่ความน่าเชื่อ มี Credit Rating ในระดับที่ลงทุนได้ (Investment Grade) ก็คือถือว่ามีความปลอดภัยอยู่ในระดับที่ดี หรือถ้าใครไม่แน่ใจก็สามารถเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้ได้เลย
3. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund)
สำหรับพี่ทุยแล้ว “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund)” เครื่องมือที่เหมาะสำหรับการวางแผนระยะยาวมาก ๆ ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษสำหรับมนุษย์เงินเดือนเท่านั้น
ด้วยรูปแบบที่หักเงินออกไปใส่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพตั้งแต่เงินเดือนออกเลย นายจ้างยังช่วยจ่ายสมทบให้กับเราด้วย นอกจากนี้ “เงินสะสม” ที่เราหักไปสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย สำหรับใครที่ทำงานประจำอยู่ แล้วที่ทำงานมีสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ พี่ทุยแนะนำว่าให้หักให้เต็มที่เลย รับรองเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีได้แน่นอน
4. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์และประกันชีวิตแบบบำนาญ
อีกหนึ่งทางเลือกที่ถูกมองข้ามมากที่สุดก็คือ “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์และประกันชีวิตแบบบำนาญ” หลาย ๆ คนอาจจะมองระยะยาว แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องการเก็บออมระยาว ยิ่งเราสามารถล็อคไปได้ไกลมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าเงินก้อนนี้จะถูกใช้สำหรับระยะยาวเท่านั้น
แล้ว “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์” ก็มีให้เลือกหลากหลายระยะเวลา รวมถึงช่วงการจ่ายเบี้ยที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเราก็สามารถเลือกแบบประกันที่เหมาะกับระยะเวลาของตัวเราได้ เพื่อช่วยให้เราสามารถเลือกประกันที่เหมาะสมกับตัวเรา เพื่อให้เงินก้อนออกมาให้ช่วงที่เราต้องการใช้เงินพอดิบพอดี และอีกจุดเด่นก็คือการออมเงินกับประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จะช่วยสร้างวินัยการออมอย่างต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี
อย่างประกันสะสมทรัพย์ “อัลติเมท โกรท (ชนิดมีเงินปันผล)” จาก กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ที่มีให้เลือกถึง 3 แบบ 3 สไตล์ตามความชอบได้เลย
1. อัลติเมท โกรท (ชนิดมีเงินปันผล) 20/10
เป็นแบบชำระเบี้ยสั้น 10 ปี ให้ความคุ้มครอง 20 ปี จะได้รับเงินคืนตั้งแต่สิ้นปีที่ 4 – 24 จำนวน 2% ของเงินเอาประกัน เมื่อครบ 20 ปี รับเงินก้อนคืนอีก 225% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย รวมผลประโยชน์รวมขั้นต่ำตลอดสัญญา 257% ของเงินเอาประกัน เหมาะสำหรับคนที่อยากจ่ายเบี้ย 10 ปี และอยากได้เงินก้อนอีก 20 ปีข้างหน้า
2. อัลติเมท โกรท (ชนิดมีเงินปันผล) 25/15
ถ้าใครต้องการทยอยจ่ายยาวมากขึ้นจะมีอีกหนึ่งแบบคือชำระเบี้ย 15 ปี ให้ความคุ้มครอง 25 ปี และจะได้รับเงินคืนตั้งแต่สิ้นปีที่ 4 – 24 จำนวน 2% ของเงินเอาประกันเช่นกัน เมื่อครบ 25 ปี รับเงินก้อนคืนอีก 225% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย รวมผลประโยชน์รวมขั้นต่ำตลอดสัญญา 267% ของเงินเอาประกัน เหมาะสำหรับคนที่อยากจ่ายเบี้ยยาวขึ้นอีกหน่อยเป็น 15 ปี และรับเงินก้อนคืนในอีก 25 ปีข้างหน้า
3. อัลติเมท โกรท (ชนิดมีเงินปันผล) 25/25
อีกหนึ่งแบบประกันเปิดให้ชำระเบี้ยอย่างต่อเนื่อง 25 ปี และให้ความคุ้มครอง 25 ปี โดยจะได้รับเงินคืนตั้งแต่สิ้นปีที่ 4 – 24 จำนวน 1% ของเงินเอาประกัน เมื่อครบ 25 ปี รับเงินก้อนคืนอีก 225% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย รวมผลประโยชน์รวมขั้นต่ำตลอดสัญญา 246% ของเงินเอาประกัน เหมาะสำหรับคนที่อยากทยอยจ่ายเบี้ยต่อเนื่องตลอดระยะเวลาและรับเงินก้อนคืนในปีที่ 25
จะเห็นว่าเราสามารถเลือกแบบประกันที่ระยะเวลาสอดคล้องกับเป้าหมายการเงินของเราเองได้ แล้วอีกหนึ่งข้อดีก็คือเบี้ยประกันสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท* ด้วย โดยถ้าเราลองคำนวณผลประโยชน์เรื่องภาษีเข้าไปด้วย ผลตอบแทนจากการออมกับประกันชีวิตทั้งแบบสะสมทรัพย์และแบบบำนาญก็จะยิ่งน่าสนใจมากขึ้นไปอีก
สำหรับที่สนใจประกันสะสมทรัพย์ “อัลติเมท โกรท (ชนิดมีเงินปันผล)” จาก กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ทั้ง 3 แบบ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/2023_ultimate_growth_MoneyBuffalo หรือ ติดต่อตัวแทน หรือ ธนาคารกรุงไทย หรือ โทร.1159 ได้เลย
*เงื่อนไขเป็นไปตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร
วางแผนเรื่องเงินระยะยาว แบบมั่งคั่ง
และอีกส่วนหนึ่งคือส่วนของ “มั่งคั่ง” คือส่วนที่พี่ทุยมักจะลงทุนที่เสี่ยงมากขึ้นตามความถนัดของแต่ละคนเลย ซึ่งเป้าหมายก็เพื่อ “เติมเต็ม” ความต้องการของตัวเราหรือส่วนที่เป็นเป้าหมาย Want ของตัวเราเอง อย่างเช่นเที่ยวรอบโลก ซื้อรถคันใหม่ รีโนเวทบ้าน พาหลานเที่ยว หรือเป็นทุนตั้งตัวหลังลูกเรียนจบ ฯลฯ
ซึ่งเหตุผลที่ทำให้เงินก้อนนี้สามารถลงทุนเสี่ยงได้มากขึ้น เพราะว่าแม้การลงทุนจะผิดพลาด สร้างผลตอบแทนหรืออาจจะขาดทุน ก็ยังสามารถดำรงชีวิตต่อได้ไม่ติดขัด แต่อาจจะปรับลดเป้าหมายลงเล็กจากเดิม
พี่ทุยแนะนำว่าในส่วน “มั่งคั่ง” เราสามารถเลือกลงสินทรัพย์ที่เสี่ยงอย่าง ตราสารทุน (หุ้น) อสังหาริมทรัพย์ กองทุนประเภทต่าง ๆ หรือใครที่เป็นวัยรุ่นคริปโตฯ เองก็สามารถศึกษาและลงทุนได้เช่นกัน รวมไปถึงถ้าใครถนัดการลงทุนในรูปแบบอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สินค้าทางการเงินก็สามารถทำได้เช่นกัน
แต่เตือนกันไว้ก่อนนะว่า ในการลงทุนทุกครั้งต้องไม่ลืมศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนให้ดีนะทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดผลตอบแทน รวมไปจนถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกรูปแบบ และจะต้องลงทุนในสิ่งที่เรารู้จักจริงเท่านั้นนะ
ใครมีวิธีวางแผนการเงินระยะยาวยังไงกันบ้าง คอมเมนต์และแชร์เทคนิคกันได้น้าาา เผื่อเพื่อน ๆ และพี่ทุยจะได้ไอเดียเอาไปจัดการแผนการเงินของตัวเองกัน
ยังไงก็อยากให้ทุกคนเริ่มสนใจและจัดการแผนการเงินกันอย่างจริงจังเลย แล้วสักวันหนึ่งตัวเราที่อายุมากขึ้นจะต้องมาขอบคุณตัวเราเองในวันนี้แน่นอน
อ่านเพิ่ม