เรื่องเกษียณอายุ ณ เวลานี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก ถ้าใครเคยเห็นตัวเลขผลสำรวจแล้ว น่าจะเคยได้ยินว่าพวกเราคนไทยส่วนมากนั้น “ไม่พร้อมเกษียณ” เนื่องจากยังขาดความพร้อมทางด้านการเงิน วันนี้พี่ทุยเลยจะพาทุกคนไป “คำนวณเงินเกษียณอายุ” กัน รวมถึงพาไปดูกันว่ามี “แหล่งเก็บเงิน” อันไหนที่น่าสนใจสำหรับเกษียณอายุบ้าง หรือถ้าอยากได้ทางลัดที่เร็วกว่านั้น ก็สามารถไปรับชมรายการ “Krungsri The COACH คิดไม่ออกเดี๋ยวตอบให้ EP.113” ช่องยูทูป Krungsri Simple ก็ได้นะ
รายการนี้ทุก EP คือฟังง่าย สนุก และที่สำคัญคือได้ความรู้เรื่องเงินแบบหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว และยังเอาไปปรับใช้ได้จริงด้วย
ติดตามรายการ Krungsri The COACH ที่ช่อง YouTube : KrungsriSimple คลิกเลยที่นี่
ที่มา : (2565) ดัชนีความพร้อมเพื่อการเกษียณ (NRRI), คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จากปัญหา ‘โครงสร้างประชากร’ ที่ผู้สูงวัยกำลังมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่เด็กเกิดใหม่กลับน้อยลง..น้อยลงทุกที ประกอบกับ ‘ตัวเลขเงินเฟ้อ’ ที่ทำให้ข้าวของแพงขึ้นทุกปี รวมทั้งปัญหา“รัฐสวัสดิการ” จึงทำให้เราต้องดูแลตัวเองยามแก่อย่างจริงจัง ดังนั้น “ความพร้อมในการเกษียณ” เป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนควรจะต้องโฟกัสกันแต่เนิ่น ๆ
หรือถ้าให้พูดแบบง่าย ๆ ก็คือ ถ้าหากใครไม่มีการจัดการวางแผนเกษียณอายุอย่างจริงจังตั้งแต่ตอนนี้ และหวังพึ่งให้รัฐบาลดูแล โอกาสที่จะมีชีวิตหลังเกษียณที่มีคุณภาพ ก็อาจจะเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เพื่อให้สามารถวางแผนและกำหนดวิธีการไปสู่เป้าหมายเกษียณได้อย่างมั่นใจ อันดับแรกต้องมีการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนก่อน ซึ่งก็คือการตอบคำถามให้ได้ว่า ‘เราต้องการใช้เงินเกษียณเท่าไหร่ ?’
ซึ่งพี่ทุยจะพาไป “คำนวณเงินเกษียณ” แบบง่าย ๆ กันดังนี้
ขั้นตอนแรก : กำหนดเงินเกษียณที่ต้องการใช้
อยากให้จินตนาการเลยว่าถ้าให้ “เกษียณอายุ” พรุ่งนี้เลย เราจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะผ่านพ้นแต่ละเดือนไปได้โดยไม่ติดขัด อย่างเช่น ถ้าใช้ต้องเดือนละ 20,000 บาท ก็ให้เอา 20,000 มาคูณ 12 เพื่อให้เห็นว่าเราต้องใช้เงิน 20,000 x 12 = 240,000 บาท/ปี เมื่อเกษียณ.. ซึ่งตัวเลขนี้พี่ทุยบอกเลยว่ายังไม่รวมเงินเฟ้อนะ !
ขั้นตอนที่สอง : คำนวณระยะเวลาที่ต้องการใช้เงิน
กำหนด “อายุขัย” ว่าเราจะมีชีวิตถึงเมื่อไหร่ ในข้อนี้เวลาคำนวณพี่ทุยแนะนำว่าให้ใช้เลข 85 ปีเป็นขั้นต่ำ ดังนั้น ให้เอาตัวเลข 85 ปี ลบด้วยอายุ “อยากจะเกษียณอายุ” หรือเท่ากับ 50 ปี จะได้เท่ากับ 35 ปี หรือกล่าวคือ เราต้องใช้เงินเกษียณที่เราเตรียมไว้ไปนานมากถึง 35 ปี
ขั้นตอนที่สาม : คำนวณระยะเวลาก่อนจะถึงวันเกษียณ
ถามตัวเองต่อว่าเรา “อยากจะเกษียณอายุ” เมื่อไหร่ ? ภาพที่เราเห็นเป็นอย่างไร ? สมมติว่าถ้าเราอยากเกษียณอายุตอน 50 ปี ถ้า ณ ปัจจุบันอายุ 30 ปี แสดงว่า ก็ให้เอา 50 ปี ลบ 30 ปี จะได้เท่ากับ 20 ปี
ขั้นตอนที่สี่ : คำนวณเงินเกษียณ
ทีนี้เมื่อเราได้ตัวเลขด้านบนครบ 3 ตัว เราก็จะสามารถ “คำนวณเงินเกษียณอายุ” ของตัวเราเองได้แล้ว โดยเริ่มจากให้เอาตัวเลขที่มาได้เข้า “ตารางเงินเฟ้อ” ก่อน เพื่อให้เห็น ‘ตัวเลขจริง ๆ’ ว่า ณ วันนั้นที่เราเกษียณ เราต้องใช้เงินเท่าไหร่กันแน่
– เริ่มจากดูตัวเลข ‘ระยะก่อนวันเกษียณ’ ในขั้นตอนที่ 3 ซึ่งในกรณีนี้เท่ากับ 20 ปี
– แล้วนำตัวเลขใน ‘ตารางเงินเฟ้อ’ ของหน้าถัดไป ออกมาใช้ ซึ่งคือ 1.81
– จากนั้นให้เอา 1.81 มาคูณกับ ‘เงินที่เราต้องการใช้’ ในข้อ 1 จากตัวอย่างจะได้เท่ากับ 240,000 x 1.81 = 434,400 บาท ซึ่งก็จะได้เป็นรายจ่ายต่อปีหลังปรับเงินเฟ้อ
– และสุดท้ายให้นำ ‘รายจ่ายต่อปีต่อหลังปรับเงินเฟ้อ’ มาคูณด้วย ‘จำนวนปีที่เราต้องใช้’ หรือจากตัวอย่างก็คือ 35 ปี ดังนั้น เงินเกษียณอายุที่เราจะต้องเตรียมไว้ก็คือ 434,800 x 35 เท่ากับ 15,218,000 บาท หรือพูดให้เคลียร์คือ เราต้องใช้เวลาหาเงิน 15 ล้านให้ได้ใน 20 ปีนั่นเอง
ถึงตรงนี้เเล้ว..พี่ทุยบอกก่อนเลยว่าอย่าเพิ่งถอดใจนะ เพราะถึงแม้มันจะดูเหมือนเป็นตัวเลขที่เยอะ แต่ถ้าเราวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ กว่าจะถึงวันนั้นก็สามารถเกษียณได้สบาย ๆ โดยเฉพาะใครที่มีการวางแผนตั้งแต่เริ่มต้นทำงานนะ ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสทำให้เดินทางสู่เป้าหมายได้ง่ายขึ้น
3 สุดยอดเครื่องมือ สำหรับการเก็บเงินเพื่อเกษียณอายุ
หลังจากที่กำหนด ‘เป้าหมาย’ และเห็นภาพ “เงินเกษียณ” ที่ต้องการใช้กันเรียบร้อยแล้ว ลำดับต่อไปก็คือ ‘เครื่องมือ’ ที่ช่วยให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ๆ
วันนี้พี่ทุยจะมาแนะนำอีก 3 เครื่องมือเพิ่มเติมที่เป็นแหล่งเก็บเงินเกษียณอายุชั้นเลิศที่ใคร ๆ ก็มีได้
1. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund)
สำหรับใครที่ทำงานประจำแล้วมี สวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
เราสามารถทยอยหักเงินเข้ากองทุนทุกเดือน ให้เรามั่นใจว่าเก็บเงินได้แน่ ๆ ทางฝั่งนายจ้างเองก็จะต้องช่วยจ่าย “เงินสมทบ” ด้วย เปรียบเสมือนกับการช่วยเราออมเงินไปอีกทางนึงด้วย ซึ่งพี่ทุยแนะนำเลยว่าให้เลือกส่งเงินสะสมแบบจัดหนัก จัดเต็ม รับรองไม่ผิดหวัง
2. ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity)
พอได้ยินชื่อประกันหลายคนอาจจะส่ายหัว แต่พี่ทุยบอกว่าสำหรับเป้าหมายเกษียณแล้วประกันแบบบำนาญนี่ ห้ามมองข้ามเลยนะ
เพราะด้วยรูปแบบของประกันชีวิตแบบบำนาญเขาจะให้เราสามารถเลือกจ่ายเบี้ยประกันสั้น ๆ 5 ปี 10ปี หรือจะทยอยจ่ายเบี้ยไปเรื่อย ๆ จนถึงอายุเกษียณก็ได้ จากนั้น เมื่อถึงเวลาที่เราเกษียณนั้นก็จะมีเงินทยอยออกมาทุกปีให้ใช้เหมือนกับ “เงินบำนาญ” ตามชื่อเลย มั่นใจได้ว่าเราจะมีเงินใช้หลังเกษียณอายุได้แน่นอน
3. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
ถ้าพูดถึง “กองทุนรวม” สำหรับเป้าหมายเกษียณอายุแล้ว พี่ทุยคิดว่าไม่น่าจะมีตัวไหนเหมาะไปกว่า RMF แล้วล่ะ เพราะด้วยเงื่อนไขของ RMF ทั้งการลงทุนต่อเนื่องทุกปี การขายได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ รวมทั้งต้องถือลงทุนอย่างน้อย 5 ปี ทุกเงื่อนไขที่ถูกสร้างขึ้นมาช่วยทำให้เรามั่นใจได้ว่าเงินก้อนนี้จะออกมาตอนที่เราเกษียณอายุได้อย่างพอดี
และทั้ง 3 ตัวที่พี่ทุยแนะนำไป เงินที่ลงทุนและเบี้ยประกันที่จ่ายก็สามารถนำไป “ลดหย่อนภาษี” ได้ด้วยนะ ยิ่งช่วยทำให้ผลตอบแทนสุทธิจริง ๆ ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นด้วย
Krungsri The COACH รายการที่รวมทุกเรื่องเงิน ๆ มาให้ฟังง่าย ๆ เอาไปใช้ได้จริง
สำหรับใครที่อยากได้ไอเดียหรือแนวทางในการบริการเงินสำหรับเกษียณอายุเพิ่มเติม พี่ทุยแนะนำเลยว่าให้ลองเข้าไปดูที่ช่อง “Krungsri Simple รายการ Krungsri The COACH คิดไม่ออกเดี๋ยวตอบให้ EP.113” ได้เลยนะ
เพราะเขาจะพาเราไปเจาะลึกเรื่องการเกษียณอายุให้ทุกคนเห็นภาพมากขึ้น ทั้งเรื่องความสำคัญ จุดแข็งของเครื่องมือทั้ง 3 ตัว รวมถึงว่าทำไมสำหรับเรื่องเกษียณอายุแล้ว ถึงต้องเป็นเครื่องมือ 3 ตัวทั้งที่ก็มีสินค้าการเงินเยอะเเยะอื่น ๆ พี่ทุยว่าเป็นการเปิดมุมมองที่น่าสนใจเลยนะ ให้ไอเดียไปต่อยอดวางแผนได้ง่ายขึ้น
หรือถ้าใครชื่นชอบสาระดี ๆ ย่อยง่ายแบบนี้อีก ก็ฝากติดตามรายการ Krungsri The COACH ไว้ได้เลยนะ ทุก EP คือ ฟังสนุก ฟังเพลินพร้อมได้ความรู้เรื่องเงินกันแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะออมเงิน กู้บ้าน กู้รถ ลงทุน และจัดการบัตรเครดิต และเอาไปใช้ได้จริงด้วย
ติดตามรายการ Krungsri The COACH ที่ช่อง YouTube : KrungsriSimple ได้ที่ https://bit.ly/3YMZf0h
