บริหารเงิน เป็นก็รวมได้ ไม่ต้องมีเงินเดือนสูง ๆ วันนี้พี่ทุยจะพาทุกคนมาเช็กพฤติกรรมกันแบบจัดเต็ม ด้วย 16 นิสัยที่ทำให้บริหารเงินไม่เป็น ทำให้เงินหมดเร็ว ทำให้เราจนได้จริง ๆ ลองอ่านไปทีละข้อเลยนะครับ ถ้าเจอว่าเราทำแบบนี้อยู่ ก็รีบปรับนิสัยก่อนจะสายเกินไป
1. ซื้อของไม่ใช้ส่วนลด ทำเหมือนเงินไม่มีค่า
พฤติกรรมข้อแรกที่ทำให้บริหารเงินไม่เป็นเลยคือ การซื้อของแบบเต็ม ๆ เบิ้ม ๆ มีเท่าไหร่จ่ายไม่อั้น ไม่เคยใช้โค้ดส่วนลด ไม่เคยรอโปรโมชั่น ไม่เคยเปรียบเทียบราคา
คุณพี่ฮะ ใช้โค้ดลดบ้างก็ได้นะ ปัจจุบันมีแอปพลิเคชั่นมากมายที่มีส่วนลดให้ มีคูปองให้ มีโปรโมชั่นดี ๆ ให้ ถ้าเราใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ เงินที่จะประหยัดได้ในแต่ละเดือนก็ไม่น้อยเลยนะ
บางคนอาจจะคิดว่าเงินแค่หลักสิบหรือหลักร้อยที่ประหยัดได้นี่มันไม่มีค่าอะไร แต่ถ้าคิดดูให้ดี ถ้าเราประหยัดได้วันละ 50 บาท ใน 1 เดือนก็ 1,500 บาท ใน 1 ปีก็ 18,000 บาท เยอะมั้ยล่ะ
2. ช้อปทุกวัน เลิกไม่ได้ ยิ่งวันเบิ้ลยิ่งหนัก
พฤติกรรมที่สองนี้อันตรายมาก คือการช้อปปิ้งทุกวันจนเลิกไม่ได้ โดยเฉพาะยิ่งวันที่มีเลขเบิ้ล อย่าง 1.1, 2.2, 3.3, 6.6, 9.9, 11.11, 12.12 พอถึงวันพวกนี้ โห อย่างกะพายุลง ช้อปกันกระจุย
ระวังนะครับ เงินในบัญชีมันจะไม่เหลือเอาเลย เพราะทุกวันนี้ร้านค้าออนไลน์เขารู้จิตวิทยาของผู้บริโภคเป็นอย่างดี มีโปรโมชั่นล่อใจตลอดเวลา มีแคมเปญการตลาดที่ทำให้เราอยากซื้อของตลอด
แต่สิ่งที่เราต้องถามตัวเองก็คือ ของที่เราซื้อมันจำเป็นจริง ๆ หรือเปล่า หรือแค่ซื้อเพราะมันลดราคา ซื้อเพราะเห็นคนอื่นซื้อ ซื้อเพราะกลัวว่าจะหมด ถ้าเป็นแบบนั้น นั่นคือกับดักของนักการตลาดแล้วล่ะครับ
3. ปาร์ตี้ทุกสัปดาห์ สังสรรค์บ่อยเงินก็หายบ่อย
สังสรรค์บ่อย เงินก็หายบ่อย นี่คือความจริง เข้าร้านทีหมดเกือบพัน บางทีก็หลักพัน ถ้าสัปดาห์ละครั้งก็เดือนละ 4,000-5,000 บาทแล้ว
ลองคิดดูว่าคุ้มไหมกับตับที่พังลง กับเงินที่หายไป กับเวลาที่เสียไป พี่ทุยไม่ได้บอกว่าห้ามสังสรรค์นะ แต่ถ้ามันบ่อยจนเกินไป จนกระทบกับการใช้จ่าย ก็อาจจะต้องลดลงบ้าง
ลองหาวิธีอื่นในการพบปะสังสรรค์กับเพื่อน ๆ บ้าง เช่น นัดกินข้าวที่บ้าน นัดออกกำลังกายด้วยกัน หรือนัดทำกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้เงินเยอะ ก็จะช่วยประหยัดเงินได้มาก
4. กินข้าวนอกบ้านบ่อย สะดวกแต่เงินไหลไม่หยุด
สะดวกก็จริง แต่เงินไหลออกไม่หยุด นี่คือปัญหาของหลายคน โดยเฉพาะคนที่อยู่คนเดียว หรือคนที่ทำงานหนัก กินข้าวนอกบ้านทุกมื้อ
ลองคำนวณดูนะครับ ถ้าเราซื้ออาหารข้างนอกมื้อละ 60 บาท วันละ 3 มื้อก็ 180 บาท เดือนละ 5,400 บาท แต่ถ้าเราทำกินเองบ้าง ต้นทุนอาจจะลดลงเหลือแค่ครึ่งหนึ่งหรือแม้แต่น้อยกว่า
ลองทำกินเองบ้างจะได้ประหยัด ไม่จำเป็นต้องทำทุกมื้อ แค่ทำบางมื้อก็ประหยัดได้แล้ว ยิ่งถ้าทำเป็นก็ยิ่งดี ทั้งประหยัด ทั้งสะอาด ทั้งรู้ว่าเรากินอะไรเข้าไป
5. ติดหวย เชื่อว่าจะรวยทางลัด
คนมันจะรวยช่วยไม่ได้ แต่รวยแบบนี้ชาติไหนจะได้ เพราะโอกาสถูกรางวัลที่ 1 มันคือ 1 ใน 6 ล้าน นะครับ
พี่ทุยเข้าใจว่าหลายคนอยากจะรวยแบบง่าย ๆ แบบไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ซื้อหวยใบละไม่กี่สิบบาท แล้วฝันว่าจะถูกรางวัลใหญ่ แต่ความจริงมันไม่ง่ายอย่างนั้น
ถ้าเราเอาเงินที่ซื้อหวยทุกงวด มาเก็บออมหรือนำไปลงทุนอย่างมีแผน ในระยะยาวเราจะรวยได้แน่นอน อาจจะไม่ใช่รวยแบบข้ามคืน แต่เป็นรวยแบบยั่งยืนที่แท้จริง
6. สั่ง Food Delivery ทุกวัน ค่าส่งกินทุน
ค่าส่ง ค่าอาหารที่แพงกว่าปกติ ค่าบริการแพลตฟอร์ม ทำกระเป๋าแฟ่บได้เลย นี่คือความจริงของการสั่ง Food Delivery ทุกวัน
ลองคิดดูนะครับ ข้าวผัดที่ร้านขาย 50 บาท พอสั่งผ่านแอป กลายเป็น 55 บาท บวกค่าส่ง 20-30 บาท รวมแล้วเกือบ 90 บาท แพงขึ้นเกือบเท่าตัว
ถ้าทำแบบนี้ทุกวัน เดือนนึงก็เป็นเงินหลายพันบาทแล้ว พี่ทุยแนะนำว่า ถ้าจะสั่งก็สั่งแบบมีสติ อย่าสั่งทุกมื้อ บางมื้อลองไปซื้อเองหรือทำเองดีกว่า
7. ซื้อชา-กาแฟ แก้วละร้อย รูรั่วทางการเงิน
กาแฟแก้วโปรดทุกวัน อาจกลายเป็นรูรั่วทางการเงินใหญ่กว่าที่คิด นี่คือเรื่องจริงที่หลายคนมองข้าม
ถ้าเราซื้อกาแฟแก้วละ 100 บาท วันละแก้ว เดือนละ 3,000 บาท ปีละ 36,000 บาท เยอะมั้ยล่ะครับ เงินเท่านี้ถ้าเอาไปลงทุน ในอนาคตมันจะเติบโตเป็นเงินก้อนใหญ่เลย
พี่ทุยไม่ได้บอกว่าห้ามดื่มกาแฟนะ แต่บอกว่าควรมีสติ อาจจะลดลงบ้าง หรือหาทางเลือกที่ถูกกว่า เช่น ชงเองที่บ้าน หรือซื้อเฉพาะวันที่ต้องการจริง ๆ
8. จ่ายค่าเน็ตเกินจำเป็น ใช้ไม่คุ้มค่า
เดือนละหลักพัน แต่ใช้จริงไม่กี่ GB แบบนี้ไม่เอานะ ไม่คุ้มเลย นี่คือปัญหาที่หลายคนมี
ลองเช็กดูนะครับว่าแพ็กเกจที่เราใช้อยู่ มันเหมาะสมกับการใช้งานจริงของเราหรือเปล่า หลายคนใช้แพ็กเกจแพง ๆ ที่มีเน็ตเยอะ แต่ใช้ไม่ถึงครึ่ง เพราะส่วนใหญ่ใช้ WiFi อยู่แล้ว
ลองดาวน์เกรดแพ็กเกจลงมาดูสิ อาจจะประหยัดได้เดือนละหลักร้อย หรือเปลี่ยนไปใช้โปรโมชั่นที่คุ้มกว่า เงินที่ประหยัดได้เอาไปใช้ทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กว่าดีกว่า
9. รายได้น้อยแต่ติดหรู ฐานะไม่พอต้องแบก
ค่าแรงแทบจะกินแกลบ แต่บอกแสบท้องอยากกินโมโม่งี้ก็ไม่ได้นะ นี่คือพฤติกรรมที่อันตรายมาก
หลายคนมีรายได้ไม่มาก แต่กลับอยากใช้ชีวิตแบบคนรวย อยากไปกินร้านหรู อยากซื้อของแบรนด์เนม อยากเที่ยวต่างประเทศ จนต้องกู้ยืม ต้องใช้บัตรเครดิต ต้องผ่อนชำระ
นี่คือหนทางสู่การเป็นหนี้ครับ เราควรใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับรายได้ของเรา ไม่ใช่ใช้ชีวิตแบบที่เราอยากเป็น หรือแบบที่คนอื่นเขาใช้ เพราะแต่ละคนมีฐานะไม่เหมือนกัน
10. เครียดปุ๊ป ซื้อของฉ่ำ ๆ ระบายอารมณ์ผิดทาง
เครียดก็ซื้อของ เศร้าก็ซื้อของ เหงาก็ซื้อของ จนหนี้สินก็ยิ่งพอก ซื้อไม่ซ้ำ จำวันจ่ายไม่ได้ จะกลายเป็นหายนะทางการเงินเอานะ
นี่คือปัญหาที่เรียกว่า Emotional Shopping หรือการช้อปปิ้งเพื่อระบายอารมณ์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่อันตรายมาก
เวลาเครียด เราควรหาวิธีจัดการอารมณ์ที่ดีกว่า เช่น ออกกำลังกาย ฟังเพลง คุยกับเพื่อน อ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ชอบ ไม่ใช่ช้อปปิ้ง เพราะมันเป็นแค่การหนีปัญหาชั่วคราว แต่สร้างปัญหาใหม่ในระยะยาว
11. ไม่ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เงินหายไปไหนไม่รู้
ขนาดบริษัทยังมีสอบบัญชี แล้วคุณพี่เป็นใครยังไม่ทำบัญชีอีก นี่คือคำถามที่พี่ทุยอยากถามคนที่ไม่ทำบัญชี
การทำบัญชีรายรับรายจ่ายมันสำคัญมากสำหรับการบริหารเงิน มันจะช่วยให้เรารู้ว่าเงินของเราไปไหนบ้าง ใช้จ่ายอะไรบ้าง หมวดไหนใช้เยอะ หมวดไหนประหยัดได้
ปัจจุบันมีแอปพลิเคชั่นจัดการเงินมากมาย ใช้งานง่าย แค่กรอกตัวเลขเข้าไป มันก็จะสรุปให้เราเห็นเป็นกราฟ เป็นตาราง เห็นภาพรวมชัดเจน
ถ้าไม่ทำบัญชี เหมือนเราขับรถไปโดยที่ไม่รู้ว่าน้ำมันเหลือเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าจะไปถึงปลายทางไหม วันนึงรถก็จะดับกลางทางแน่นอน
12. ซื้อของตามกระแส ไล่ตามแฟชั่นไม่หยุด
ไล่ตามแฟชั่นไม่หยุด เงินก็ไหลออกไม่หยุด ได้หยุดอีกทีตอนขายของใช้หนี้ นี่คือความจริงของคนที่ชอบซื้อของตามกระแส
วันนี้กระแสไอเทมนี้ ก็ต้องมี พรุ่งนี้กระแสไอเทมโน้น ก็ต้องซื้อ ของเก่าที่ซื้อไปยังไม่ได้ใช้เลย แต่ก็ต้องซื้อของใหม่ เพราะกลัวตกเทรนด์
นี่คือกับดักของสังคมบริโภคนิยม เราควรซื้อของที่เราต้องการจริง ๆ ไม่ใช่ซื้อเพราะมันเป็นเทรนด์ ซื้อเพราะคนอื่นเขามี หรือซื้อเพราะอินฟลูเอนเซอร์รีวิว
13. สมัครสตรีมมิ่งแต่ไม่ดู จ่ายค่าบริการเปล่า
จ่ายค่าบริการเปล่า ๆ หนังซักเรื่องยังไม่เคยดู นี่คือปัญหาของหลายคนที่สมัครสตรีมมิ่งหลายแพลตฟอร์ม
Netflix, Disney+, HBO, YouTube Premium, Spotify และอื่น ๆ อีกเพียบ รวมกันเดือนละก็เป็นพันบาทแล้ว แต่ใช้จริง ๆ อาจจะแค่ 1-2 แพลตฟอร์ม หรือบางคนไม่ได้ดูเลย
ลองเช็กดูสิครับว่าเรามีค่าบริการสมาชิกอะไรบ้าง แล้วใช้จริงไหม ถ้าไม่ได้ใช้ก็ยกเลิกไป เอาเงินไปใช้ทำอะไรที่มีประโยชน์กว่าดีกว่า
14. ผ่อนเยอะจนลืม ภาระล้นมือเสียเครดิต
ภาระผ่อนล้นมือจนลืมจ่าย ไม่ใช่แค่เสียเงินเพิ่มจากดอกเบี้ยปรับ แต่เสียเครดิตด้วย นี่คือปัญหาใหญ่ของหลายคน
ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ผ่อนโทรศัพท์ ผ่อนคอมพิวเตอร์ ผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้า ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนสินเชื่อส่วนบุคคล รวมกันจนจำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง
พอถึงวันจ่าย ลืมจ่ายไปบางรายการ ก็โดนปรับ โดนคิดดอกเบี้ยเพิ่ม และที่แย่กว่านั้นคือเสียเครดิต ซึ่งจะทำให้เรากู้ยากขึ้นในอนาคต หรือได้อัตราดอกเบี้ยที่แพงขึ้น
15. ไม่เข้าใจแต่ก็ยังลงทุน ฟังใครมาก็ทำตาม
เหมือนจะดี แต่ยัง ยิ่งไม่เข้าใจ แต่ลงทุน มีแต่เสียกับเสียนะ นี่คือพฤติกรรมที่อันตรายมาก
หลายคนได้ยินเพื่อนบอกว่าลงทุนอะไรดี ได้กำไรเยอะ ก็รีบไปลงตาม โดยไม่ทำการบ้าน ไม่ศึกษาว่ามันคืออะไร มีความเสี่ยงอย่างไร เหมาะกับเราไหม
ผลที่ได้คือ เสียเงิน เสียเวลา และเสียโอกาส เพราะลงทุนแบบไม่รู้เรื่อง มันไม่ต่างจากการเล่นพนัน
ก่อนลงทุนอะไร ควรศึกษาให้ดีก่อน รู้จักมันให้ชัด เข้าใจความเสี่ยง แล้วค่อยตัดสินใจ อย่าไปตามกระแส อย่าไปตามเพื่อน
16. ได้เงินมาปุ๊บ ใช้เลย ไม่เก็บ หนทางสู่ความไม่มั่นคง
มีเท่าไหร่ใช้หมดเท่านั้น คือหนทางสู่ความไม่มั่นคงทางการเงินในอนาคต นี่คือความจริงที่หลายคนต้องเผชิญ
เงินเดือนเข้ามา ใช้จ่ายไปหมดเลย ไม่เหลือเก็บสักบาท พอเดือนหน้าเงินเดือนเข้ามาใหม่ ก็วนไปวนมาแบบนี้ตลอด ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีเงินออม ไม่มีเงินฉุกเฉิน
พอมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น เช่น ป่วย รถเสีย เครื่องใช้ไฟฟ้าพัง หรือถูกเลิกจ้าง ก็จะไม่มีเงินรับมือ ต้องไปกู้ยืม ทำให้เกิดหนี้สิน
เราควรมีนิสัยการออมเงินให้ได้ แม้จะเป็นเงินไม่มาก แค่เดือนละ 500-1,000 บาทก็ดีแล้ว สำคัญที่ความสม่ำเสมอ พอเวลาผ่านไป เงินก็จะสะสมเป็นก้อนใหญ่
เช็กด่วน ปรับก่อนสาย
หลังจากที่พี่ทุยยกตัวอย่างพฤติกรรมที่ทำให้เราจนมาทั้งหมด 16 ข้อแล้ว ลองถามตัวเองดูสิครับว่า เราทำแบบนี้อยู่กี่ข้อ
ถ้าทำแบบนี้แค่ 1-2 ข้อ ก็ยังไม่เป็นไร แก้ไขได้ง่าย แต่ถ้าทำแบบนี้ตั้งแต่ 5 ข้อขึ้นไป ต้องระวังจริง ๆ เพราะเงินจะไม่พอใช้แน่นอน
และถ้าทำแบบนี้เกิน 10 ข้อ พี่ทุยบอกเลยว่า ต้องปรับพฤติกรรมด่วนจริง ๆ ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ก่อนที่จะเกิดหนี้สิน ก่อนที่จะหมดตัว
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมันไม่ยากอย่างที่คิด เริ่มจากข้อที่ง่ายที่สุดก่อน เช่น เริ่มทำบัญชีรายรับรายจ่าย เริ่มใช้โค้ดส่วนลด เริ่มลดการสั่งเดลิเวอรี่ เริ่มยกเลิกค่าบริการที่ไม่ได้ใช้
เมื่อทำได้แล้ว ก็ค่อย ๆ แก้ไขข้อต่อไป ข้อต่อไป จนครบทุกข้อ ใช้เวลาสักพักหนึ่ง แต่เราจะเห็นผลที่ชัดเจน เห็นเงินในบัญชีเพิ่มขึ้น มีเงินเก็บ มีเงินออม มีเงินลงทุน
และที่สำคัญที่สุดคือ เราจะมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น ไม่ต้องกังวลว่าเงินจะไม่พอใช้ ไม่ต้องเครียดทุกครั้งที่ใกล้สิ้นเดือน มีเงินสำรองไว้รับมือเหตุฉุกเฉิน และมีเงินไว้สร้างอนาคตที่ดีกว่า
พี่ทุยหวังว่าบทความนี้จะเป็นกระจกส่องให้ทุกคนได้เห็นตัวเองชัดขึ้น และเป็นแรงผลักดันให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้น
การบริหารเงินที่ดีไม่ได้ยากอย่างที่คิด เริ่มต้นจากการตระหนักรู้ถึงพฤติกรรมที่ผิด แล้วค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนทีละข้อ ในไม่ช้าเราก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน
จำไว้นะครับ ไม่มีใครจนเพราะเกิดมาแบบนั้น แต่คนจนเพราะบริหารเงินไม่เป็น ถ้าเราเรียนรู้วิธีบริหารเงินที่ถูกต้อง เราก็จะรวยได้ หรืออย่างน้อยก็มีความมั่นคงทางการเงินที่ดีขึ้นแน่นอน
ติดตามพี่ทุยเพิ่มเติมได้ที่ Facebook
อ่านบทความอื่น ๆ