ลงทุนทอง

ซื้อทองหรือ Bitcoin ดีกว่ากัน? เปรียบเทียบชัดก่อนตัดสินใจลงทุน

5 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • ผลตอบแทนและความผันผวน: ทองคำให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีที่ 12.05% ต่อปี ถือว่ามั่นคงแต่ไม่หวือหวา ขณะที่ Bitcoin ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีสูงถึง 32.67% ต่อปี แต่มีความผันผวนสูงมาก ทั้งขึ้นแรงและลงแรง
  • ข้อดีและความน่าเชื่อถือ: ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก มีสภาพคล่องสูง และช่วยป้องกันเงินเฟ้อได้ ส่วน Bitcoin มีข้อดีคือซื้อขายง่าย โอนเร็ว และมีจำนวนจำกัด ทำให้มีโอกาสเติบโตสูงในโลกการเงินยุคใหม่
  • ข้อจำกัดและความเสี่ยง: ข้อจำกัดของทองคำคือราคามักไม่พุ่งแรงเท่าสินทรัพย์เสี่ยงสูง ในขณะที่ Bitcoin มีจุดอ่อนที่ความผันผวนสูงมาก รวมถึงความไม่แน่นอนด้านกฎหมายและความเสี่ยงจากการถูกแฮกข้อมูล

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ช่วงนี้ใคร ๆ ก็หันมาสนใจเรื่องการลงทุนกันทั้งนั้น แต่ถ้าให้เลือกจริง ๆ ระหว่าง ลงทุนทองคำ สินทรัพย์รุ่นเก๋าที่อยู่คู่โลกมานาน กับ Bitcoin น้องใหม่ไฟแรงที่ใคร ๆ ก็พูดถึงไม่หยุด พี่ทุยว่าหลายคนน่าจะลังเลอยู่ไม่น้อยว่าเราจะเลือกอะไร

โดยเฉพาะคนที่กำลังมองหาทาง ลงทุนทอง แบบยุคใหม่ หรือกำลังพิจารณาว่าจะลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลดีไหม วันนี้พี่ทุยเลยจะมาสรุปให้ดูง่าย ๆ ว่าลงทุนในอะไรดีกว่ากัน พร้อมข้อมูลที่ชัดเจนให้เปรียบเทียบกัน

ทำไมต้องเปรียบเทียบการ ลงทุนทองคำ กับ Bitcoin

ก่อนจะไปดูรายละเอียด พี่ทุยอยากอธิบายก่อนว่าทำไมถึงนำสองสินทรัพย์นี้มาเปรียบเทียบกัน

  • เหตุผลแรก คือ ทั้งสองอย่างถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในยามวิกฤต เมื่อตลาดหุ้นตกหนัก เศรษฐกิจไม่แน่นอน นักลงทุนมักจะหันมาถือทองคำหรือ Bitcoin เพื่อป้องกันความเสี่ยง
  • เหตุผลที่สอง คือ ทั้งสองมีจำนวนจำกัด ทองคำมีปริมาณจำกัดในโลก ส่วน Bitcoin ถูกกำหนดไว้แล้วว่ามีเพียง 21 ล้าน Bitcoin เท่านั้น ความจำกัดนี้ทำให้มีมูลค่า
  • เหตุผลที่สาม คือ ทั้งสองเป็นทางเลือกในการกระจายพอร์ตการลงทุน หลายคนไม่อยากลงทุนแค่หุ้นหรือตราสารหนี้ จึงมองหาสินทรัพย์อื่น ๆ และทองคำกับ Bitcoin เป็นตัวเลือกยอดนิยม
  • เหตุผลที่สี่ คือ ทั้งสองมีกลุ่มผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่ง กลุ่มหนึ่งเชื่อในความมั่นคงของทองคำ อีกกลุ่มหนึ่งเชื่อในศักยภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชนและ Bitcoin

ผลตอบแทนที่ผ่านมา ใครชนะกว่ากัน

มาดูกันว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สินทรัพย์ทั้งสองให้ผลตอบแทนอย่างไร

ทองคำ

  • ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 12.05% ถือว่ากำลังดี ไม่หวือหวา แต่ก็มั่นคงพอตัว เป็นผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ไม่ขึ้นลงแบบรุนแรง เหมาะกับคนที่ชอบความมั่นคง
  • ถ้าเราเอาเงิน 100,000 บาทไปลงทุนในทองคำ ใน 5 ปี เงินของเราจะเติบโตเป็นประมาณ 176,000 บาท เพิ่มขึ้นมา 76,000 บาท หรือเกือบเท่าตัว

Bitcoin

  • ถ้าใครถือไว้ตั้งแต่แรกคงยิ้มไม่หุบ เพราะผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 32.67% ต่อปี เรียกว่าพุ่งแบบติดจรวด แต่แน่นอนว่าเวลาขึ้นก็แรง เวลาลงก็แรงเหมือนกัน เรียกได้ว่าถือไปเหมือนขึ้นรถไฟเหาะกันทีเดียว
  • ถ้าเราเอาเงิน 100,000 บาทไปลงทุนใน Bitcoin ใน 5 ปี เงินของเราอาจจะเติบโตเป็นประมาณ 400,000 บาทขึ้นไป เพิ่มขึ้นมา 300,000 บาท หรือมากกว่า 4 เท่า

แต่ต้องจำไว้ว่า ผลตอบแทนที่สูงมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงด้วย Bitcoin มีช่วงที่ราคาตกลงมามากกว่า 50% ในเวลาไม่กี่เดือน ซึ่งอาจทำให้หลายคนรับไม่ได้

ข้อดีของการ ลงทุนทอง

มาดูกันว่าการลงทุนทองคำมีข้อดีอะไรบ้าง

  1. ข้อดีแรกคือ เป็นสินทรัพย์ที่คนยอมรับทั่วโลก ทุกประเทศทุกวัฒนธรรมต่างยอมรับในคุณค่าของทองคำ ไม่ว่าจะไปที่ไหนในโลก ทองคำก็แลกเป็นเงินได้
  2. ข้อดีที่สองคือ มีสภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นร้านทองทั่วไป หรือผ่านกองทุนรวมทองคำ ต้องการเงินเมื่อไหร่ ก็ขายได้เลย
  3. ข้อดีที่สามคือ ช่วยป้องกันเงินเฟ้อได้ดี เมื่อราคาสินค้าและบริการแพงขึ้น ราคาทองมักจะขึ้นตาม ทำให้มูลค่าของทรัพย์สินเราไม่ลดลง
  4. ข้อดีที่สี่คือ มีความมั่นคงสูง ทองคำมีมาหลายพันปี ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมามากมาย แต่ก็ยังคงมีคุณค่าอยู่เสมอ ไม่เหมือนบริษัทที่อาจล้มละลาย
  5. ข้อดีที่ห้าคือ มีหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งทองแท่ง ทองรูปพรรณ กองทุนรวมทองคำ หรือแอปสะสมทอง เราสามารถเลือกรูปแบบที่เหมาะกับตัวเองได้

เรียกว่าถึงจะเก่าแต่ยังเก๋าอยู่เสมอ ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ผ่านการทดสอบกาลเวลามาแล้ว และยังคงเป็นที่ยอมรับ

ลงทุนทอง

ข้อดีของการลงทุน Bitcoin

ส่วน Bitcoin ก็มีข้อดีของมันเช่นกัน

  1. ซื้อขายง่าย โอนเร็ว ไม่ต้องผ่านธนาคารหรือสถาบันการเงิน สามารถโอนข้ามประเทศได้ในเวลาไม่กี่นาที และค่าธรรมเนียมต่ำกว่าการโอนเงินแบบปกติ
  2. มีจำนวนจำกัดเพียง 21 ล้าน Bitcoin เท่านั้น ความจำกัดนี้ทำให้หลายคนเชื่อว่ามีโอกาสโตอีกเยอะ เพราะอุปสงค์เพิ่มขึ้นแต่อุปทานไม่เปลี่ยน
  3. เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่มีใครควบคุม ไม่มีรัฐบาลหรือธนาคารกลางใดสามารถพิมพ์ Bitcoin เพิ่มได้ ทำให้มั่นใจว่ามูลค่าจะไม่ถูกเจือจางจากการพิมพ์เงินเพิ่ม
  4. เป็นเทคโนโลยีของอนาคต บล็อกเชนที่ Bitcoin ใช้เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูง หลายคนเชื่อว่าในอนาคต Bitcoin จะกลายเป็นระบบการเงินสำคัญของโลก
  5. ผลตอบแทนที่อาจจะสูงมาก ถ้าเราลงทุนถูกจังหวะ ผลตอบแทนจาก Bitcoin อาจจะสูงกว่าสินทรัพย์อื่น ๆ มาก

โดยเฉพาะในโลกการเงินยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว Bitcoin อาจจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ

ข้อจำกัดของทองคำ

แม้ทองคำจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่าง

  1. ถึงจะมั่นคง แต่ราคาก็ไม่ได้พุ่งแรงเหมือนสินทรัพย์เสี่ยงสูง ถ้าเราอยากได้ผลตอบแทนสูง ๆ ในเวลาสั้น ๆ ทองคำอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด
  2. ถ้าซื้อทองคำจริง ต้องมีที่เก็บที่ปลอดภัย ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษา กลัวโดนขโมย หรือสูญหาย ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยาก
  3. มีค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย ทั้งค่าแปรรูป ค่าขาย ค่าซื้อ ซึ่งอาจจะกัดกินผลตอบแทนของเราได้
  4. ไม่ได้ให้ผลตอบแทนประจำ ไม่เหมือนหุ้นที่จ่ายปันผล หรือพันธบัตรที่จ่ายดอกเบี้ย ทองคำให้ผลตอบแทนแค่จากส่วนต่างราคาเท่านั้น
  5. บางทีก็ดูไม่หวือหวา สำหรับคนที่ชอบความตื่นเต้น ชอบดูกราฟขึ้นลงทุกวัน การถือทองคำอาจจะดูน่าเบื่อไปหน่อย

ข้อจำกัดของ Bitcoin

ส่วน Bitcoin ก็มีข้อจำกัดที่ต้องระวังเช่นกัน

  1. สำคัญที่สุดคือ ความผันผวนสูงมาก ขึ้นแรงก็จริง แต่ก็ลงแรงเหมือนกัน ในบางช่วง Bitcoin สามารถตกลง 30-50% ในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งอาจทำให้หลายคนตกใจและขายขาดทุน
  2. มีความไม่แน่นอนด้านกฎหมาย บางประเทศห้ามใช้ Bitcoin บางประเทศกำลังพิจารณากฎหมายควบคุม ความไม่แน่นอนนี้อาจส่งผลต่อราคาได้
  3. มีความเสี่ยงจากการถูกแฮกข้อมูล ถ้าเราเก็บ Bitcoin ไว้ในกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ไม่ปลอดภัย หรือเก็บไว้ในศูนย์ซื้อขายที่ถูกแฮก เราอาจเสีย Bitcoin ทั้งหมดได้
  4. ยังไม่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง แม้จะมีร้านค้าบางส่วนรับ Bitcoin แต่ก็ยังไม่เท่ากับเงินสดหรือบัตรเครดิตที่ใช้ได้ทุกที่
  5. ต้องมีความรู้ทางเทคโนโลยี การใช้งาน Bitcoin ต้องเข้าใจเรื่อง wallet, private key, public key ซึ่งอาจจะยากสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี

ช่องทางการ ลงทุนทอง

มาดูกันว่าถ้าเราต้องการลงทุนทองคำ มีช่องทางอะไรบ้าง

  1. ซื้อทองแท่ง เป็นวิธีดั้งเดิมที่นิยมมากที่สุด ไปที่ร้านทอง ซื้อทองแท่งมาถือไว้ ข้อดีคือได้ของจริง แต่ข้อเสียคือต้องหาที่เก็บที่ปลอดภัย
  2. ซื้อทองรูปพรรณ เป็นการซื้อเครื่องประดับทอง เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งการลงทุนและการใช้งาน แต่มีค่าแปรรูปที่ค่อนข้างสูง
  3. ลงทุนผ่านกองทุนรวมทองคำ เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ซื้อขายได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษา และสามารถเริ่มต้นได้ด้วยเงินไม่มาก
  4. แอปสะสมทอง เป็นวิธีใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม เริ่มต้นได้ต่ำ ใช้งานง่าย และสามารถถอนเป็นทองคำแท่งได้เมื่อสะสมครบตามเงื่อนไข
  5. ETF ทองคำ หรือ Gold Futures สำหรับผู้ลงทุนที่มีประสบการณ์ ต้องการเครื่องมือการลงทุนที่ซับซ้อนขึ้น

เลือกได้หลากหลาย ทั้งซื้อทองแท่ง ทองรูปพรรณ กองทุนรวม หรือแอปสะสมทอง ตามความเหมาะสมกับตัวเอง

ช่องทางการลงทุนใน Bitcoin

ส่วน Bitcoin ก็มีช่องทางให้เลือกเช่นกัน

  1. ซื้อขายผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย มีหลายแห่งที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. เช่น Bitkub, Zipmex เป็นวิธีที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย
  2. ซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ เช่น Binance, Coinbase มีสกุลเงินดิจิทัลให้เลือกมากกว่า แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยและกฎหมาย
  3. การขุด Bitcoin เหมาะกับคนที่มีความรู้ทางเทคโนโลยีและมีเงินทุนสูง เพราะต้องซื้ออุปกรณ์ขุดที่แพง และค่าไฟฟ้าสูงมาก
  4. กองทุน Bitcoin ETF ในต่างประเทศ เป็นการลงทุนแบบง่าย ๆ ผ่านกองทุนที่ถือ Bitcoin ไม่ต้องถือ Bitcoin จริง ๆ

แต่ค่าไฟอาจทำเอาหมดแรงก่อนนะ ถ้าจะขุดเอง ต้องคำนวณต้นทุนให้ดี

ควรเลือก ลงทุนทอง หรือ Bitcoin

หลังจากที่เห็นข้อมูลทั้งหมดแล้ว คำถามคือควรเลือกอะไร พี่ทุยขอเปรียบให้เห็นภาพง่าย ๆ เลยนะ ทองคำ ก็เหมือนแฟนเก่า อยู่มานาน มั่นคง แต่ไม่ค่อยหวือหวา ส่วน Bitcoin ก็เหมือนแฟนใหม่ ตื่นเต้น เร้าใจ แต่บางทีก็ทำให้หัวใจวายเอาง่าย ๆ

คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

ถ้าเราเป็นคนที่รับความเสี่ยงไม่ได้ อยากนอนหลับสบาย ไม่อยากเครียดกับราคาที่ขึ้นลงทุกวัน ทองคำคือทางเลือกที่ดี เพราะมั่นคง ปลอดภัย และผ่านการทดสอบมาหลายพันปี ถ้าเราเป็นคนหนุ่มสาว รับความเสี่ยงได้ อยากได้ผลตอบแทนสูง เชื่อในเทคโนโลยีอนาคต และพร้อมที่จะขาดทุนได้บ้าง Bitcoin อาจจะเหมาะกว่า

หรือถ้าเราอยากได้ทั้งสองอย่าง ก็สามารถแบ่งพอร์ตได้ เช่น 70% ทองคำ 30% Bitcoin หรือ 80% ทองคำ 20% Bitcoin ตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ สิ่งสำคัญคือ อย่าเอาเงินทั้งหมดไปลงทุนในอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องกระจายความเสี่ยง มีเงินฉุกเฉินไว้ก่อน แล้วค่อยเอาเงินส่วนเกินมาลงทุน

เลือกให้เหมาะกับตัวเอง

หลังจากที่พี่ทุยอธิบายไปทั้งหมดนี้ หวังว่าทุกคนจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า ควรเลือกลงทุนในทองคำหรือ Bitcoin แต่สุดท้ายแล้ว จะเลือกแฟนเก่าที่นิ่ง ๆ หรือแฟนใหม่ที่มันส์ ๆ ก็แล้วแต่เราเลย ว่าอยากใช้ชีวิตการลงทุนแบบไหนกันแน่

ทั้งสองสินทรัพย์ต่างก็มีข้อดีข้อเสียของตัวเอง ทองคำมั่นคง ปลอดภัย แต่ผลตอบแทนไม่สูงมาก Bitcoin มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงตาม สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้จักตัวเองว่ามีเป้าหมายอะไร รับความเสี่ยงได้แค่ไหน มีเงินเท่าไหร่ แล้วเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสม

และอย่าลืมนะครับว่า การลงทุนที่ดีคือการลงทุนที่เราเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจ ก็ไม่ควรลงทุน ให้เวลาตัวเองศึกษาก่อน แล้วค่อยเริ่มเมื่อพร้อม

ไม่ว่าจะเลือกซื้อทองคำหรือ Bitcoin ที่สำคัญคือต้องมีแผนการลงทุนที่ชัดเจน ลงทุนเป็นระยะยาว และไม่เอาเงินที่ต้องใช้ในเร็ว ๆ นี้มาเสี่ยง เริ่มศึกษา เริ่มลงทุนตั้งแต่วันนี้ ด้วยจำนวนเงินที่เหมาะสม แล้วเราก็จะมีโอกาสสร้างความมั่งคั่งในอนาคตได้

อ่านบทความอื่น ๆ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile