คนที่ประสบความสำเร็จทางการเงินหรือการ “ลงทุน” ย่อมมีสิ่งที่แตกต่างจากคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ชีวิต วิธีคิด วิธีการบริหารจัดการเงิน และอื่นๆ แต่ที่น่าสนใจ คือ คนธรรมดาทั่วไปกับคนที่ประสบความสำเร็จทางการเงินการลงทุน เขามีความแตกต่างกันยังไงบ้าง มาอ่านบทความนี้กันได้เลย พี่ทุยจะอธิบายให้เห็นภาพเข้าใจกันแบบง่ายๆกัน
ด้านแนวคิดการสร้างความมั่งคั่งด้วยตนเอง
คนธรรมดาทั่วไปมักจะชอบโทษโชคชะตาฟ้าดินกำหนด มักบ่นกันว่า ทำไมฉันถึงไม่รวย ทำไมพ่อแม่ฉันถึงไม่รวย ทำไมฉันจึงไม่รวยแบบคนอื่นๆ มัวแต่โทษคนอื่นๆ แต่ไม่ยอมโทษตัวเองเลย ! ซึ่งแนวคิดนี้แตกต่างกับคนที่ประสบความสำเร็จ ที่มักจะคิดกันว่า จะไม่ขอพึ่งพาเรื่องโชคชะตาเพียงอย่างเดียว หรือไม่ชอบเสี่ยงดวง ไม่ชอบเล่นหวยทุกเดือนๆ เพื่อหวังว่าให้ถูกรางวัลที่ 1 ซึ่งแบบนั้นสะท้อนถึงการไม่มีความยั่งยืนการเงินเลย เรามีโอกาสถูกรางวัลที่ 1 น้อยมาก และหวังจะถูกอีกเรื่อยๆก็เป็นไปไม่ได้ยากมากเช่นกัน ถึงแม้ว่าเราจะถูกรางวัลแล้ว เราอาจจะนำเงินกลับมาซื้อหวยอีก จนหักลบต้นทุนไปแล้วอาจจะไม่คุ้มก็ได้
แต่คนที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้ เขามีความเชื่อในเรื่องของการต่อยอดความรู้ความสามารถของตนเอง แล้วมักจะคิดสร้างเงินล้านขึ้นมาได้ด้วยตนเอง พวกเขาจะไม่ท้อแท้ต่อปัญหาอุปสรรคนานาทั้งปวง ทุกครั้งที่ล้ม เขาจะลุกขึ้นมาสู้ใหม่จนประสบความสำเร็จได้ในที่สุด จนกลายเป็นคนที่ไม่ใช่แค่ชอบคิดแต่จะลงมือทำจริงด้วย เหมือนกับที่วลีของ บิล เกตต์ เคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าเราเกิดมาจนมันไม่ใช่ความผิดของเรา แต่ถ้าเราตายไปแล้วยังจนอยู่ นั่นคือ ความผิดของเรา”
ด้านการแสวงหาความรู้ทางการเงินการ “ลงทุน”
คนธรรมดามักจะชอบคิดแต่อยากได้เงินเยอะๆ โดยที่ไม่ต้องทำอะไรที่เหนื่อยมากๆ ส่วนคนที่ประสบความสำเร็จมักจะชอบคิดวิธีการหาเงินหลายทาง โดยที่เริ่มจากการแสวงหาความรู้ทางการเงินการลงทุนอยู่เสมอ เช่น การอ่านหนังสือ การเข้าเว็บไซต์ดีๆต่างๆ (รวมถึง Money Buffalo ด้วยนะ ฮ่า) หรือเป็นคนที่ชอบไปอบรมสัมมนาเพื่อศึกษาหาความรู้การเงินการลงทุน ซึ่งความรู้การลงทุนมีอยู่มากมายให้เราเรียนรู้ คนที่ประสบความสำเร็จมักจะไม่เคยหยุดนิ่งเรื่องการพัฒนาความรู้ของตนเองเลย คนที่หยุดพัฒนาตนเอง ในขณะที่โลกกำลังหมุนเปลี่ยนแปลงไปตลอด เท่ากับว่า เรากำลังหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ไปไหน ! พี่ทุยอยากให้ทุกคนมาเริ่มพัฒนาตนเองกัน ขอแค่เราดีขึ้น เก่งกว่าเมื่อวานแค่วันละ 1% ก็พอแล้ว พอถึง 100 วัน เราจะเก่งขึ้นเท่าตัว จนเรากลายเป็นคนใหม่ได้ในที่สุด
ด้านการมีวินัยทางการเงินการลงทุน
คนธรรมดาทั่วไปจะพยายามออมเงินหรือลงทุน ในยามที่ตนเองอยากออมหรือมีเงินแล้วจึงค่อยคิดไปลงทุน ซึ่งแตกต่างกับคนที่ประสบความสำเร็จ จะมีเป้าหมายและวินัยการลงทุนวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนแน่นอน และออมเงินลงทุนเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอ ถึงจะได้เห็นถึงพลังของอัตราดอกเบี้ยทบต้นจากการออมการลงทุน สิ่งที่สำคัญคือการมีวินัยการออมเพื่อไปลงทุนอย่างต่อเนื่อง และการควบคุมอารมณ์จิตใจต่อสิ่งเร้าต่างๆนานา ไม่ว่าจะเป็นการอยากได้ รถคันใหม่ มือถือใหม่ กระเป๋า นาฬิกาใหม่ สิ่งเร้าเหล่านี้จะมาส่งผลให้ความมั่งคั่งของเราลดน้อยลงหรือเติบโตได้ช้าลง
ด้านการเห็นคุณค่าของเงิน ชอบมองหาโอกาสความมั่งคงการเงินใหม่ๆ
คนธรรมดามักจะชอบนำเงินในอนาคตมาใช้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด หรือกู้ยืมเงินมาใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่ค่อยมีความจำเป็น ต่างกับคนที่ประสบความสำเร็จ เวลาจะใช้จ่ายใดๆมักจะคิดถึงความคุ้มค่าก่อนเสมอ คิดหน้าคิดหลังก่อน ออมเงินก่อนใช้จ่ายเสมอ เพราะคนที่ประสบความสำเร็จรู้ว่ากว่าที่จะสร้างความมั่งคั่งขึ้นมาได้ด้วยตนเองนั้น ต้องใช้เวลาและความสามารถที่ผ่านความล้มเหลวมาแล้ว และพวกเขายังคิดว่านอกจากการทำงานประจำหรือการมีรายได้หลักมาจากทางเดียวนั้นยังไม่เพียงพอ เขาจะสร้างรายได้ที่มากกว่า 1 ทาง เช่น นำเงินไปลงทุนในตลาดหุ้น เพื่อสร้างเงินปันผล นำเงินไปซื้อหุ้นกู้ ตราสารหนี้ เพื่อให้ได้ดอกเบี้ย หรือนำเงินไปซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็บค่าเช่า หรือนำเงินไปหุ้นธุรกิจกับคนที่ไว้ใจได้ มีแนวทางธุรกิจที่ตนเองมีความรู้ความเข้าใจ เป็นต้น เพราะการมีรายได้ทางเดียว หากเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้นมาแล้ว มันจะมีความเสี่ยงที่ทำให้เราขาดรายได้ในการดำรงชีวิตได้
ทั้งหมดนี้เป็นความแตกต่างที่คนประสบความสำเร็จทางการเงินการลงทุน มักจะมีกันแทบทุกคน ซึ่งต่างกับคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่ค่อยมีกัน สิ่งสำคัญที่เราจะเปลี่ยนจากคนธรรมดาทั่วไปให้กลายไปเป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้นั้น เราจึงต้องเรียนรู้ทั้งในเรื่องของแนวคิดและพฤติกรรมของคนที่สำเร็จ เพื่อเราจะได้นำมาปรับใช้ได้ ลองเริ่มจาก PDCA หรือ (plan–do–check–act หรือ plan–do–check–adjust) พูดง่ายๆ คือ วางแผน ลงมือทำ หมั่นตรวจสอบแผน และปรับใช้แล้วเริ่มลุยกันเลย เราควรลองเริ่มต้นใหม่ ทำอะไรที่ดีๆ เราก็สามารถเรียนรู้ฝึกฝนทำตามได้ ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดแต่อย่างใด แต่อะไรที่เราคิดว่าจะทำได้ดีกว่า เราก็สามารถต่อยอดความคิดและลงมือทำให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเราเอง พี่ทุยอยากให้ทุกคนมาเริ่มตั้งเป้าหมายแล้วลงมือทำกัน หันกลับมาเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้นกันเถอะ เพื่อให้เราก้าวข้ามไปสู่การเป็นคนที่ประสบความสำเร็จกันดีกว่า !