ปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมากล่าวว่า จีนกำลังพยายามให้ เงินหยวนจะแทนดอลลาร์ ในฐานะสกุลเงินอันดับ 1 ของโลก
แน่นอนว่าประเทศมหาอำนาจย่อมต้องการให้สกุลเงินของตัวเองเป็นที่นิยมไปทั่วโลก พี่ทุยก็เลยสงสัยว่าเงินหยวนของจีนมีแผนจะครองโลกแทนดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง และตอนนี้แผนการไปถึงไหนแล้ว?
ทำไมการเป็นค่าเงินสกุลหลักของโลก ไม่ใช่เรื่องง่าย ?
การก้าวขึ้นเป็นสกุลเงินเบอร์ 1 ของโลก ไม่มีกระบวนการตายตัว แต่เป็นเหมือนการประกวดความนิยม ความนิยมนี้ขึ้นอยู่กับ “ภาพลักษณ์” ของประเทศที่เป็นเจ้าของสกุลเงิน ในเรื่องของความปลอดภัยและความเสรีในเรื่องระบบการเงิน
อย่างเช่น ดอลลาร์เริ่มครองโลกตั้งแต่ปี 1944 หลังสหรัฐฯ นัดประเทศเศรษฐกิจสำคัญ 44 ชาติพบกันที่เมืองเบรตตันวูดส์ และตั้งระบบ Bretton Woods เพื่อกำหนดมาตรฐานทางการเงินของโลกใหม่ ในตอนนั้นสหรัฐฯ ได้เปรียบมากเพราะเป็นประเทศที่มีทุนสำรองสูงสุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ซึ่งนี่สะท้อนถึงภาพลักษณ์ความปลอดภัยของประเทศ
ก่อนจะเปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวในปี 1973 มาถึงปัจจุบัน ซึ่งสหรัฐฯ ให้เสรีทางการเงินด้วยการปล่อยให้กระแสเงินเข้าออกประเทศอย่างอิสระ มีนโยบายการเงินชัดเจน และที่สำคัญพาดอลลาร์เข้าไปมีบทบาททั่วโลกด้วยการเป็นสกุลเงินที่ใช้ซื้อขายน้ำดิบ ที่เรียกว่า ปิโตรดอลลาร์
จริงๆ คำว่า “ภาพลักษณ์” พี่ทุยมองว่าก็คือคำว่า “Soft Power” ของประเทศ ซึ่งต้องใช้เวลาปูพื้นฐาน
ทำไมจีนต้องการให้ เงินหยวนจะแทนดอลลาร์ ?
เป้าหมายหลักคือ การให้มีกิจกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ ทำให้ประเทศไม่พึ่งพาสถาบันการเงินต่างชาติ เพราะจะได้ลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย
นอกจากนี้การที่สกุลเงินมีอิทธิพลไปทั่วโลก เปิดให้ประเทศจีนกู้ยืมเงินด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง และเก็บข้อมูลที่สำคัญทางการเงิน เช่น การไหลของกระแสเงินทั่วโลก
สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเพื่อให้เงินหยวนถูกใช้ไปทั่วโลก
ประเทศจีนมีแผนการผลักดันเงินหยวนให้เป็นสกุลเงินสำคัญของโลก ซึ่งจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าไม่มีปัจจัยเหล่านี้
- เงินหยวนต้องเข้าเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ และใช้เงินหยวนทำธุรกรรมและการค้ามากกว่านี้
ต้องเริ่มด้วยการนำเงินหยวนเข้าไปเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของระบบการเงินแต่ละประเทศ นั่นคือ ทุนสำรองระหว่างประเทศ เพราะจะเป็นก้าวแรกที่ทำให้เงินหยวนเข้าไปเป็นพื้นฐานของสกุลเงินอื่น กลายเป็นการสร้างอิทธิพลเหนือระบบการเงินประเทศอื่นไปในเวลาเดียวกัน (สกุลเงินกลาง)
อิทธิพลนั้นจะบังคับให้ธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศส่วนใหญ่หันไปใช้เงินหยวน เพื่อให้ง่ายต่อการวัดมูลค่าหรือเก็บเงิน เพราะเงินหยวนกลายเป็นสกุลเงินกลางแล้ว เมื่อธุรกรรมระหว่างประเทศหันไปใช้เงินหยวนแล้ว การค้าระหว่างประเทศก็ถูกบังคับให้ใช้จ่ายเป็นเงินหยวนไปด้วย
ดังนั้นขั้นแรกเงินหยวนต้องเข้าไปมีบทบาทในฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศให้ได้ก่อน
- ตลาดการเงิน นโยบายการเงิน ต้องมีเสรีและโปร่งใส
อย่างที่พี่ทุยบอกไปช่วงแรกว่า Soft Power มีความสำคัญมาก ซึ่งมีความเชื่อมั่นเป็นพื้นฐานสำคัญ ดลาดการเงินประเทศจีนโดยเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยนต้องเปลี่ยนไปใช้ระบบลอยตัว เพราะเป็นการปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวตามอุปสงค์-อุปทาน คาดเดาง่ายกว่าอัตราแลกเปลี่ยนแบบตึงตัว ที่ภาครัฐสามารถเปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยนได้ทุกวัน
การเปลี่ยนไปใช้อัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวจะบังคับให้ต้องปล่อยกระแสเงินเข้าออกประเทศอย่างอิสระ การลงทุนหรือซื้อขายสินค้าก็ง่ายขึ้น
สุดท้ายแล้วก็เป็นหน้าที่ธนาคารกลางต้องสื่อสารแนวทางนโยบายการเงินและอนาคตของเงินหยวนที่ชัดเจน เรื่องนี้มีความสำคัญต่อตลาดการเงินการลงทุนซึ่งถ้าสกุลเงินใดมีบทบาทในตลาดดังกล่าวก็แทบจะครองโลกได้ในเวลาเดียวกัน
- ต้องปล่อยให้เงินหยวนซื้อขายอย่างอิสระ
ปัจจัยข้อนี้มาพร้อมการเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการค้าระหว่างประเทศและการปล่อยให้กระแสเงินเข้าออกประเทศอย่างมีอิสระ เพื่อให้ทั้งภาครัฐและธุรกิจต่างชาติเข้าถึงเงินหยวนง่ายขึ้น ต้นทุนน้อยลง เงินหยวนต้องมีให้ซื้อขายตามตลาดซื้อขายเงินตราสำคัญทั่วโลก (มีอิสระ)
ติดตามความคืบหน้าแผนดัน เงินหยวนจะแทนดอลลาร์
บทบาทแรกในฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศยังห่างไกลคำว่าสกุลเงินหลักของโลกมาก ข้อมูลไตรมาส 4 ปี 2022 เงินหยวนมีสัดส่วนในทุนสำรองระหว่างประเทศทั่วโลก 2.7% แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ปี 2019 ซึ่งมีอยู่ 2.01%
ข้อมูลจาก IMF เมื่อไตรมาส 4 ปี 2022 ได้ระบุสัดส่วนของสกุลเงินที่อยู่ในทุนสำรองระหว่างประเทศของประเทศต่าง ๆ ไว้ดังนี้
- ดอลลาร์สหรัฐฯ 58%
- ยูโร 20%
- เยน 6%
- ปอนด์สเตอร์ลิง 5%
- หยวน 2.7%
- ดอลลาร์แคนาดา 2.4%
- ดอลลาร์ออสเตรเลีย 2%
- ฟรังก์สวิส 0.2%
- สกุลเงินอื่น ๆ 3.5%
แต่กลางปี 2022 ธนาคารกลางจีนดำเนินแผนผลักดันเงินหยวนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยการทำข้อตกลง Renminbi Liquidity Arrangement กับธนาคารกลางอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฮ่องกง สิงคโปร์ และชิลี สร้างแหล่งสภาพคล่องส่วนกลางในเงินหยวนเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน สร้างความยืดหยุ่นต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางที่เป็นสมาชิก
จีนขยายอิทธิพลเงินหยวนผ่านการค้าไปยังประเทศพันธมิตรอย่างรัสเซีย หลังมีสงครามบุกยูเครนทำให้รัสเซียถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตรจึงหันมาใช้เงินหยวน ปัจจุบันทุนสำรองระหว่างประเทศรัสเซียมีเงินหยวนอยู่ประมาณ 17%
ข้อมูลจาก SWIFT เดือน มี.ค. 2023 เงินหยวนถูกใช้จ่ายระหว่างประเทศราว 1.67% ดังนั้นสิ่งที่เห็นได้ชัด คือ จีนให้ความสำคัญเดินเกมส์ผลักดันเงินหยวนในการค้าระหว่างประเทศก่อน ด้วยการทำข้อตกลงกับคู่ค้าแต่ละราย
เช่น การซื้อขายสินค้ากับรัสเซีย, ทำข้อตกลงกับบราซิลและอาร์เจนติน่า และล่าสุดบริษัท CNOOC ยักษ์ใหญ่วงการพลังงานจากจีน ทำข้อตกลงซื้อแก๊ส LNG กับ TotalEnergies ด้วยเงินหยวนเป็นครั้งแรก
จากนี้ต้องติดตามว่า เงินหยวนจะพลิกเกมส์เข้าไปมีบทบาทซื้อขายน้ำมันดิบในตะวันออกกลางกลายเป็นปิโตรหยวนได้เมื่อไหร่
สุดท้ายแม้ยังไม่เปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยน แต่ธนาคารกลางจีนเปิดกว้างให้มีการซื้อขายเงินหยวนในระบบการเงินทั่วโลกที่มีอิสระมากขึ้น ด้วยการจัดตั้งตลาดซื้อขายเงินหยวนนอกประเทศ (Offshore) ในเมืองสำคัญ เช่น ฮ่องกง, สิงคโปร์, ลอนดอน, ปารีส และลักเซมเบิร์ก ตลาดนอกประเทศนี้เคลื่อนไหวตามปัจจัยในตลาดโดยไม่มีการแทรกแซงจากทางการ
บทสรุป หยวนจะครองโลกแทนดอลลาร์ได้หรือไม่?
เงินหยวนมีบทบาทในเวทีโลกมากขึ้น อาจแซงหน้าค่าเงินปอนด์หรือเยนได้ แต่ไม่สามารถก้าวขึ้นไปท้าชิงกับสกุลเงินยูโรและดอลลาร์ได้ในเร็ว ๆ นี้
ตอนนี้สถานะเงินหยวนคล้ายกับดอลลาร์ช่วงยุคปี 1960-1970 ที่กำลังสร้างพื้นฐานแผ่อิทธิพลไปทั่วโลก เพียงแต่ช่วงนั้นแทบไม่มีมหาอำนาจทางการเงินมาเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ ขณะที่ปัจจุบันเงินหยวนต้องเผชิญกับเงินดอลลาร์ที่เป็นมหาอำนาจเดิมซึ่งครองโลกมาแล้วกว่า 60 ปี
ดังนั้นการขึ้นไปท้าชิงกับดอลลาร์คงต้องใช้เวลาหลักสิบปี และเผชิญความท้าทายด้าน Soft Power ระหว่างทางอีกจำนวนมาก
อ่านเพิ่ม