เงินดิจิทัล 10000 บาท รัฐบาลเอาเงินที่ไหนมาแจก

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • วิธีการได้มาซึ่งงบดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตหลัก ๆ มี 3 ทางเลือก 1.ออก พ.ร.บ.เงินกู้  2. งบประมาณปี 2568 และ 3.ใช้งบประมาณปี 2568 เป็นหลัก และเสริมด้วยงบที่เหลือจ่ายจากปีงบประมาณ 2567
  • แนวทางการใช้งบประมาณปี 2568 เป็นหลัก และเสริมด้วยงบที่เหลือจากงบประมาณปี 2567 ดูเป็นไปได้มากสุด และน่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดต่อประเทศ
  • จะด้วยวิธีการไหน ๆ ก็ล้วนแล้วแต่จะก่อหนี้ทั้งนั้น ดังนั้นประชาชนควรใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าและติดตามตรวจสอบการใช้เงินโครงการอย่างใกล้ชิด

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ยังเดินเครื่องโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท อย่างเต็มสูบให้ทันในปลายปีนี้ หลังจากทำท่าว่าจะเงียบหายไปจากข้อจำกัดต่าง ๆ ทั้งในแง่กฎหมายและเหตุผลที่จะมาใช้รองรับ แม้ว่ารัฐบาลจะย้ำชัดว่ามีแหล่งเงินรองรับแล้ว และจะรีบเผยให้ทราบในอีกไม่ช้านี้ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่า ที่มาของ เงินดิจิทัล 10000 บาท จะเป็นวิธีการที่ได้มาอย่างเหมาะสมและไม่ส่งผลข้างเคียงต่อสถานะการเงินการคลังของประเทศจริง ๆ หรือไม่

วันนี้พี่ทุยรวบรวมและวิเคราะห์ความน่าจะเป็นมาให้แล้ว

ที่มา เงินดิจิทัล 10000 บาท ออกกฎหมายกู้เงินเป็นการเฉพาะ

เดิมทีโครงการดิจิทัล 10,000 บาท ถูกมองไว้ว่ายังไงก็ไม่พ้นวิธีการออกกฎหมายกู้เงินเป็นการเฉพาะ เพราะกฎหมายงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้เข้าสู่กระบวนการจัดทำไปแล้ว จึงเข้าไปปรับแก้หรือรื้อได้ยาก อีกทั้งเป็นโครงการขนาดใหญ่โดยน่าจะต้องใช้ถึงราว ๆ 5 แสนล้านบาท เพื่อให้เพียงพอต่อการแจกประชาชนกว่า 50 ล้านคน

แต่การกู้นั้นก็ไม่ง่ายเหมือนคนธรรมดาไปยื่นขอสินเชื่อจากธนาคาร เพราะเมื่อเป็นรัฐบาลย่อมต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่ควบคุมเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 53 และ 57 กำหนดไว้เลยว่าจะต้องอยู่ภายใต้สถานการณ์วิกฤต โดยไม่สามารถใช้งบประมาณปกติได้ รวมถึงต้องมีความคุ้มค่าของโครงการ

อีกทั้ง การที่หลายหน่วยงานของรัฐเริ่มส่งสัญญาณว่าไม่เอาด้วยทั้งกรณีของธนาคารแห่งประเทศไทย ไปจนถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเฉพาะรายหลังที่ออกมาถามรัฐบาลตรงๆ เลยว่าที่ว่าตอนนี้เศรษฐกิจวิกฤตมันวิกฤตยังไง

จึงทำให้รัฐบาลของนายเศรษฐา เริ่มลังเลและเริ่มมองหาวิธีการได้มาซึ่งแหล่งเงินทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ตแทน แม้ว่าปัจจุบันรัฐบาลจะยังเหลือเพดานกู้เงินที่สามารถทำได้อยู่ก็ตาม

ใช้เงินงบประมาณปกติของปี พ.ศ. 2568 และโยกเงินบางส่วนของปี 2567 ไปเสริม

เมื่อมีข้อจำกัดทางกฎหมายที่ไปต่อได้ยาก จึงทำให้วิธีการของกระบวนการตามงบประมาณปกติดูเป็นทางออกขึ้นมาทันที อีกทั้งด้วยปัจจุบันกระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2568 ยังอยู่ในกระบวนการเริ่มต้น เพราะคณะรัฐมนตรีเพิ่งอนุมัติกรอบวงเงินไป จึงทำให้ขอเพิ่มเข้าไปได้อยู่

ถึงกระนั้น พี่ทุยว่าวิธีการนี้ก็มีข้อจำกัดและข้อห่วงกังวลอยู่ไม่น้อย เพราะการยัดโครงการใหญ่เข้าในงบปกติที่ใช้จ่ายมากอยู่แล้วราว ๆ 3.6 ล้านล้านบาท ย่อมทำให้การขาดดุลงบประมาณแผ่นดินพุ่งสูงขึ้นไปอีก จากเดิมขาดดุลอยู่แล้วราว 7.6 แสนล้านบาท ก็อาจขาดดุลพุ่งเกิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งจะมากสุดเป็นประวัติกาล

ต้องไม่ลืมนะว่าที่ผ่านมารัฐบาลใช้งบประมาณขาดดุลมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา และไหนจะต้องคำนึงถึงความยั่งยืนทางการคลังด้วย ว่าไม่ควรใช้งบขาดดุลเกิน 3%ต่อ GDP 

วิธีการนี้จึงอาจไปต่อได้ยากอยู่

วิธีการผสมผสานทั้งงบปกติและกู้บางส่วน

ดูเป็นวิธีการที่อาจฟังดูแปลก ๆ อยู่บ้างแต่ก็เป็นไปได้สูงมากทีเดียวเมื่อดูจากข้อจำกัดต่าง ๆ ที่บอกไปก่อนหน้านี้แล้ว เพราะรัฐบาลสามารถเลือกนำงบโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท มายัดใส่ไว้ในงบประมาณ ปี 2568 ได้

ในขณะเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการขาดดุลของงบประมาณปี 2568 มากจนเกินไป ก็สามารถนำงบเหลือค้างที่หน่วยงานราชการต่าง ๆ น่าจะเบิกจ่ายไม่ทันของงบประมาณปี 2567 มาใช้ผสมได้ โดยอาศัยช่องทางการโอนเงินงบประมาณเหลือจ่ายมาใช้ 

พูดแบบเข้าใจง่ายคือ เอาเงินที่เหลือจ่ายของงบประมาณปี 2567 มาเติมเข้ากับงบประมาณปี 2568   

วิธีไหนดีที่สุด/แย่ที่สุด ต่อประเทศและประชาชน

เมื่อถามว่าวิธีการไหนดีและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนมากสุด พี่ทุยคิดว่าน่าจะเป็นวิธีที่ 3 เพราะเป็นการเลือกใช้เงินงบประมาณที่คาดว่าจะใช้ไม่ทัน/ไม่หมดของปีงบประมาณปี 2567 ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภามาใช้ให้เป็นประโยชน์ และดูจะสอดรับกับกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ทางราชการที่มีอยู่

เรียกได้ว่าเป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ดีพอสมควร จากการที่ไหน ๆ งบประมาณปี 2567 ออกมาล่าช้าแล้ว และดูท่าว่าหลายส่วนราชการน่าจะเบิกจ่ายไม่ทันใน 5 เดือนที่เหลือจากนี้ ก็ผันมาเติมเข้าโครงการดิจิทัลวอลแล็ตเสียเลย

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าจะปราศจากความเสี่ยง/ผลกระทบใด ๆ เลย เพราะวิธีการนี้ก็ยังคงทำให้อัตราส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอยู่ดี ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนหนี้ต่อ GDP ของประเทศอยู่ที่ 62.3%  เพียงแต่ว่าไม่ได้สูงเท่ากับทางเลือกอื่น ๆ ที่เป็นการเพิ่มหนี้โดยตรง ในขณะที่กฎหมายวินับยการเงินการคลังกำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 70%

ส่วนวิธีที่แย่ที่สุด พี่ทุยเห็นว่าเป็นวิธีแรกที่ออกกฎหมายกู้เงินโดยตรง เพราะไม่เพียงแต่จะเพิ่มหนี้สาธารณะให้ประเทศแล้ว ก็ยังดูจะขัดกับเงื่อนไขของพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พ.ศ.2561 พอสมควร ซึ่งนั่นเท่ากับว่าประชาชนทุกคนต้องเข้ามาช่วยกันแบกหนี้ก่อนนี้ไปในระยะยาวร่วมกัน  

ความน่าจะเป็น เงินดิจิทัล 10000 บาท มาจากไหน

สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นต่อไปคือ รัฐบาลน่าจะเลือกวิธีการที่ 3 คือใช้งบประมาณปี 2568 เป็นหลักในการดำเนินโครงการ แล้วนำเงินที่เหลือจากงบประมาณปี 2567 มาเติมเข้าไป 

ซึ่งว่ากันตามตรงแล้วโครงการนี้น่าจะช่วยให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีดีขึ้นอย่างทันตาเห็น เหมือนกับช่วงที่มีการแจกเงินในช่วงล็อกดาวน์ 

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเลือกวิธีการไหน ทั้งหมดคือการกํู้หนี้ยืมสิน โดยหยิบยืมเงินในอนาคตมาใช้ทั้งสิ้น ดังนั้นประชาชนอย่างเรา ๆ จึงต้องใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลแล็ตให้เกิดประประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด ขณะเดียวในฐานะประชาชนที่จ่ายภาษีก็ควรจะร่วมกันติดตามตรวจสอบการดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อมให้มั่นใจว่าเม็ดเงินจากภาษีประชาชนได้ถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด

สุดท้ายแล้วปลายปี 2567 นี้ พวกเราชาวไทยจะได้ใช้เงินดิจิทัล 10,000 บาท สมดั่งที่รัฐบาลมาดหมายหรือไม่ คงต้องเอาใจช่วยกันมาก ๆ หน่อยนะ

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile