ลงทุนอะไรดี เมื่อโลกอาจเข้าสู่ภาวะ "Stagflation"

ลงทุนอะไรดี เมื่อโลกอาจเข้าสู่ภาวะ “Stagflation”

3 min read  

ฉบับย่อ

  • Stagflation คือช่วงที่การเติบโตของเศรษฐกิจชะลอตัว (Stagnation) อัตราการว่างงานก็เพิ่มขึ้น แต่อัตราเงินเฟ้อกลับสูงขึ้น (Inflation) เคยเกิดกับสหรัฐฯ ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 1973-1975 เพราะ OPEC ร่วมมือกันคว่ำบาตรลดการส่งออกน้ำมันไปยังสหรัฐฯ
  • สินค้าโภคภัณฑ์อย่างโลหะมีค่าและสินค้าการเกษตร พันธบัตร TIPS หุ้นของบริษัทที่ขายสินค้าหรือบริการที่จำเป็น มีมูลค่าเหมาะสมและหนี้ต่ำ รวมไปถึงอสังหาฯ เป็นสินทรัพย์ที่ทำผลตอบแทนได้ดีในช่วง Stagflation
  • ปัจจุบันประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่กลับมาสู่ภาวะเติบโตแล้ว อัตราการว่างงานลดลงต่อเนื่อง มีเพียงปัญหาพลังงานที่ส่งให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดจากความต้องการที่สูงกว่ากำลังการผลิต แต่ปัจจัยเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยชั่วคราว

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset กองทุนรวม
Krungsri Asset กองทุนรวม

ภาวะ “Stagflation” คือช่วงที่การเติบโตของเศรษฐกิจชะลอตัว (Stagnation) อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น แต่อัตราเงินเฟ้อกลับสูงขึ้น (Inflation)

ปลายเดือน ก.ย. ปี 2021 ในขณะที่เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังฟื้นตัว แต่ยังพูดได้ไม่เต็มปากว่าเศรษฐกิจรอดพ้นภาวะชะลอตัวแล้ว เพราะก็มีปัญหาขาดแคลนพลังงาน จนราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นส่งให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอีก ด้วยส่วนผสมในขณะนี้ จึงเป็นสาเหตุที่ผู้คนกลับมาพูดถึงภาวะ Stagflation กันอีกครั้ง

ลงทุนอะไรดี เมื่อโลกอาจเข้าสู่ภาวะ "Stagflation"

ที่ผ่านมาโลกเราเผชิญกับภาวะนี้ไม่มากนัก ที่ชัดเจนที่สุด เคยเกิดกับสหรัฐฯ ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 1973 – 1975 ที่มีถึง 5 ไตรมาสที่ตัวเลข GDP ติดลบ อัตราการว่างงานแตะระดับสูงสุดในเดือน พ.ค. 1975 ที่ 9% ส่วนอัตราเงินเฟ้อกลับเพิ่มขึ้นจาก 3.6% ในเดือน ม.ค. 1973 มาที่ประมาณ 12% ในเดือน เม.ย. 1975 ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่สรุปว่าเกิดจากวิกฤติราคาน้ำมันปี 1973 เมื่อ OPEC ร่วมกันคว่ำบาตรลดการส่งออกน้ำมันไปยังสหรัฐฯ

บทเรียนในวันนั้นทำให้เรารู้ว่าภาวะเศรษฐกิจที่ดูเหมือนจะเลวร้าย ก็ยังมีบางสินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนเป็นบวกได้ วันนี้พี่ทุยจะพาทุกคนไปจัดพอร์ตลงทุนเพื่อให้ได้ประโยชน์ หากเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวแต่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น

สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ยืนหนึ่งได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ

ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น เป็นช่วงเวลาที่มีอัตราเงินเฟ้อสูงซึ่งกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) เป็นสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากการเกิดเงินเฟ้อ โดยเฉพาะกลุ่มโลหะมีค่า เช่น ทองคำ อัตราเงินเฟ้อที่สูงเป็นเหตุให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่หนุนราคาทองคำ

ส่วนกลุ่มโลหะอุตสาหกรรม เช่น เหล็ก ทองคำ และอลูมิเนียม มักทำผลตอบแทนได้ไม่ดีมากนักเนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว แต่กลับเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ทางการเกษตรที่ได้รับผลดีเพราะเป็นสิ่งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน

ผลดีจากการปรับขึ้นของราคาโลหะมีค่าและสินค้าการเกษตรยังส่งไปถึงหุ้นบริษัทเหมืองแร่ทองคำและบริษัทแปรรูปอาหารอีกด้วย

ตราสารหนี้ยังน่าสนใจแต่ต้องเลือก

ปกติแล้วตราสารหนี้ไม่สามารถคาดหวังว่าจะทำผลงานได้ดีในสภาพแวดล้อมที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น เพราะด้วยอัตราเงินเฟ้อที่สูงทำให้ธนาคารกลางต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาตราสารหนี้ อย่างไรก็ตามยังมีตราสารหนี้ประเภทหนึ่งที่ได้ประโยชน์หรืออย่างน้อยก็รักษามูลค่าได้ในภาวะเช่นนี้

พันธบัตรรัฐบาลที่มีการปรับมูลค่าโดยอ้างอิงจากอัตราเงินเฟ้อ (Treasury inflation protection securities) หรือ TIPS แม้จะปรับมูลค่าตามอัตราเงินเฟ้อแต่ก็ยังได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราดอกเบี้ยอยู่ ดังนั้นนักลงทุนควรเลือกลงทุนในพันธบัตร TIPS ที่มีอายุสั้น เพื่อลดผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย มากไปกว่านั้นพันธบัตร TIPS อายุสั้นจะมีผลตอบแทนที่ไปในทิศทางเดียวกับดัชนี CPI มากกว่าอายุยาว

แม้ในประเทศไทยจะลงทุนพันธบัตร TIPS ค่อนข้างยากแต่ก็ยังมีกองทุนรวมตราสารหนี้ทั่วโลกซึ่งเปิดช่องให้กองทุนสามารถลงทุนในพันธบัตรประเภทนี้ได้

หุ้นบางกลุ่มพร้อมเผชิญวิกฤติ Stagflation

บริษัทที่ขายสินค้าหรือบริการที่จำเป็น (Consumer staple) เช่น อาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ในบ้าน เนื่องจากต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่สามารถตัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ จึงได้รับผลกระทบจากวัฏจักรเศรษฐกิจน้อย นอกจากนี้ควรเลือกลงทุนในบริษัทที่มีอำนาจกำหนดราคาสินค้า โดยที่แม้ราคาจะเพิ่มแต่ความต้องการซื้อไม่ลดลง (Pricing power) ซึ่งจะลดผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้

ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มสินค้าจำเป็นเท่านั้น เกือบทุกอุตสาหกรรมมีบริษัทที่สามารถรอดพ้นภาวะเช่นนี้ได้ ไล่เรียงตั้งแต่กลุ่ม Healthcare, Utilities ไม่เว้นแม้แต่กลุ่ม Technology เช่น บริษัท Mastercard ซึ่งเป็นช่องทางชำระเงินที่เรียกว่าขาดไม่ได้แล้วในยุคนี้

การคัดเลือกหุ้นในภาวะเช่นนี้ต้องหลีกเลี่ยงบริษัทที่มีความเสี่ยงต่ออัตราดอกเบี้ยสูง นอกจากกลุ่มบริษัทที่มีหนี้สูงแล้วยังรวมไปถึงกลุ่มที่มีมูลค่าสูงและขาดทุน หุ้นกลุ่มเหล่านี้จะโดนเทขายอย่างหนักเมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น

อสังหาฯ เป็นสินทรัพย์ที่ขาดไม่ได้ในพอร์ต

อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่มีรายได้จากการเก็บค่าเช่าซึ่งเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อก็จะรับประโยชน์จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นอัตราผลตอบแทนซึ่งโดยปกติแล้วจะสูงกว่าตราสารหนี้เพื่อชดเชยความเสี่ยงทำให้อสังหาฯ มีความน่าสนใจกว่าพันธบัตร

ในปัจจุบันตลาดการเงินมีผลิตภัณฑ์มากมายที่เปิดโอกาสให้ลงทุนในอสังหาฯ ได้ด้วยเงินเพียงหลักร้อย เช่น REITs ในตลาดหลักทรัพย์ กองทุนรวมอสังหาฯ และ REITs เป็นต้น 

สภาพเศรษฐกิจตอนนี้เข้าสู่ภาวะ Stagflation กันแล้วหรือยัง ?

แม้ยังมีบางประเทศที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจยังไม่กลับมาขยายตัว แต่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่กลับมาสู่ภาวะเติบโตแล้วทั้งสหรัฐฯ ยุโรป จีน และญี่ปุ่น แม้ในระยะหลังตัวเลขจะลดลงไปบ้าง ด้านตลาดแรงงานก็เดินหน้าฟื้นตัวต่อเนื่อง ล่าสุดอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ เดือน ก.ย. 2021 ลดลงมาที่ 4.8% จะมีเพียงอัตราเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตามปัญหาราคาพลังงานแท้จริงแล้วเกิดจากความต้องการมากกว่ากำลังการผลิต ในที่สุดแล้วก็จะมีจุดหนึ่งที่ราคาสูงมากพอจูงใจให้ผู้ผลิตเร่งกำลังการผลิต ส่วนความต้องการก็เพิ่มขึ้นจากการกลับมาเปิดเมืองทั่วโลกซึ่งดูเหมือนจะเป็นปัจจัยชั่วคราว

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน
error: