ทุกคนเคยสงสัยกันหรือไม่ว่า IMF คืออะไร ? เวลาหลาย ๆ ประเทศเกิดวิกฤษเศรษฐกิจหรือวิกฤตทางการเงิน ทำไมต้องไปกู้ IMF ? ถ้าหากประเทศไหนต้องการจะกู้ IMF จะต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้าง? ประเทศไทยเราเองก็เคยกู้ IMF ถึง 5 ครั้งเลยทีเดียว วันนี้พี่ทุยจึงจะพาทุกคนไปรู้จักกับองค์กรทางด้านการเงิน อย่าง IMF กัน ว่าองค์กรนี้มีบทบาทและความสำคัญกับเศรษฐกิจโลกอย่างไรบ้าง และพาไปย้อนดูว่าทำไมไทยถึงต้องกู้ IMF ด้วย
IMF คืออะไร ?
IMF (International Monetary Fund) หรือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 1944 จากการประชุมทางด้านการเงินของสหประชาชาติหรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ Bretton Woods Conference โดย 44 ประเทศสมาชิกของสหประชาชาติ ณ ขณะนั้นได้ร่วมกันร่างข้อตกลงสำหรับกองทุนการเงินระหว่างประเทศขึ้น ทว่า IMF เริ่มปฏิบัติหน้าที่จริงเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 1945
แนวคิดในการก่อตั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศในการประชุมของสหประชาชาติในครั้งนี้มีที่มาจากช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 มีสงครามขนาดใหญ่เกิดขึ้นทั้ง 2 ครั้ง ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจโลกอย่างมหาศาล ด้วยสถานการณ์สงครามที่เคยเกิดขึ้นมานั้น ทำให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาติตระหนักต่อความมั่นคงของเศรษฐกิจโลก จึงทำให้เกิดความคิดในการสร้างระบบการเงินระหว่างประเทศขึ้นมา
IMF มีเป้าหมายในการส่งเสริมการค้า การลงทุน การเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก และการสร้างเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินแก่ประเทศสมาชิกที่มีปัญหาดุลการชำระเงิน ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ประเทศนั้น ๆ ดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อการทำให้เศรษฐกิจฝืด และส่งผลกระทบต่อปัญหาทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศด้วย
บทบาทและการทำงานของ IMF
IMF มีบทบาทและหน้าที่มากมาย หลัก ๆ จะเน้นไปที่การสอดส่องดูแลเศรษฐกิจ ส่งเสริมการเติบโต และการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจทั่วโลก โดยการให้คำแนะนำด้านนโยบายและจัดหาเงินทุนให้กับประเทศสมาชิก และเน้นไปที่การทำงานกับประเทศกำลังพัฒนาเพื่อช่วยให้ประเทศเหล่านี้บรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจมหภาคและลดความยากจนภายในประเทศ
IMF จะติดตามภาวะเศรษฐกิจและการเงินของประเทศสมาชิกอยู่ตลอด โดยจะมีการจัดประชุมทุก ๆ ปี โดยคณะเจ้าหน้าที่นั้นจะไปเยือนประเทศสมาชิกเพื่อประเมินภาวะและเสถียรภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ และให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายแก่ประเทศนั้น ๆ โดยข้อมูลต่าง ๆ จะถูกเผยแพร่ลงในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก และรายงานเสถียรภาพการเงินโลก
นอกจากนี้ อย่างที่ทราบกันดีว่า IMF ยังมีหน้าที่สำคัญอย่างการให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินแก่ประเทศสมาชิกที่ประสบปัญหาดุลการชำระเงิน ทั้งนี้ทั้งนั้นการจะให้ความช่วยเหลือทางด้านเงินกู้นั้นจะต้องทำผ่านโครงการเงินกู้รูปแบบต่าง ๆ โดยที่โครงการเงินกู้นี้จะมีแนวทางการดำเนินนโยบายหรือมาตรการทางเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศที่กู้เงินจะต้องดำเนินนโยบายตามแนวทางดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาทางการเงินขึ้นอีก
แต่ละประเทศจะมีโควตาในการกู้เงินที่แตกต่างกันไปตามแต่ละขนาดเศรษฐกิจและความสำคัญของประเทศสมาชิกนั้น ๆ ต่อเศรษฐกิจโลก กล่าวคือ IMF จะมีโควตาในการถอนสินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศ หรือ สิทธิพิเศษถอนเงิน (SDR) เพื่อรองรับการขยายตัวทางการค้าและการเงินโลก รวมถึง SDR ยังทำหน้าที่เป็นหน่วยบัญชีสำหรับ IMF ด้วย
โควตาของประเทศสมาชิกใน IMF มีความสำคัญอย่างมาก กล่าวคือ ประเทศสมาชิกจะได้รับคะแนนเสียงพื้นฐานในการประชุมเท่ากันคือ 250 คะแนน และโควตาจะมีส่วนในการบวกเพิ่ม 1 คะแนน ต่อ โควตา 100,000 SDR นั่นหมายความว่ายิ่งประเทศใดมีโควตามากประเทศนั้นก็จะมีคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นมากตามจำนวนโควตานั่นเอง
การกำหนดโควตาและนโยบายต่าง ๆ นั้นจะมาจากคณะกรรมการผู้ว่าการซึ่งจะเป็นตัวแทนของประเทศสมาชิกนั้น ๆ ผู้ว่าการเหล่านี้มักจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือกรรมการธนาคารกลางของประเทศ โดยแต่ละปีจะต้องมีการประชุมประจำปี และคณะกรรมการผู้ว่าการในแต่ละประเทศก็จะต้องเข้าร่วม
นอกจากนี้ยังมีกรรมการบริหารอีก 24 คน ทำหน้าที่พิจารณาและจัดทำข้อเสนอสำหรับประเด็นนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการเงินโลก ซึ่งสมาชิกเหล่านี้จะต้องประชุมกันอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยกรรมการ 8 คน จะมาจาก จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ และอีก 16 คน จะเป็นตัวแทนสมาชิกที่เหลือของกองทุน โดยจะจัดแบ่งตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก
อ่านเพิ่ม
ไทยกับ IMF
ไทยนั้นมีความสัมพันธ์กับ IMF มาเป็นเวลานาน ไทยเป็นสมาชิกลำดับที่ 44 ของ IMF เข้าร่วมเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 1949 โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นตัวแทนของไทยใน IMF รวมถึงไทยยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร (Executive Director) ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดของกลุ่มภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2019 – 31 พ.ค. 2021 ด้วย
ไทยเองก็เคยขอความช่วยเหลือทางการเงินจาก IMF รวม 5 ครั้ง ซึ่งในแต่ละครั้งไทยกู้ไปจำนวนเท่าไหร่บ้าง พี่ทุยรวบรวมไว้ให้ด้านล่างแล้ว!
ไทยกู้ครั้งแรกเมื่อ ปี 1978 ในสมัยของ พลเอก เกรียงศักด์ ชมะนันทน์ โดยในครั้งนั้นไทยได้เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากราคาน้ำมันดิบและภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้คนตกงานเป็นจำนวนมาก นั่นจึงทำให้ไทยต้องเข้าขอรับความช่วยเหลือทางการเงินกับ IMF เป็นครั้งแรก
ครั้งที่ 2 – 4 เกิดขึ้นในสมัยของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเศรษฐกิจไทย ณ ขณะนั้นตกต่ำเป็นอย่างมาก เนื่องจากปัญหาวิกฤติพลังงาน ด้วยเหตุนี้ทำให้ไทยจำเป็นต้องกู้ IMF เพื่อนำมาใช้ในการกอบกู้เศรษฐกิจให้ฟื้นตัวดีขึ้น
ครั้งที่ 5 เกิดขึ้นในสมัยของ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ กู้มาเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจจากวิกฤตต้มยำกุ้ง ซึ่งเป็นวิกฤตทางการเงินที่เกิดขึ้นที่ประเทศไทย และส่งผลกระทบต่อหลายประเทศในเอเชีย วิกฤตในครั้งนี้เกิดจากปัญหาทางการเงินและเศรษฐกิจมากมาย อย่าง ปัญหาฟองสบู่ เป็นต้น อย่างไรก็ดี ภายหลังไทยก็สามารถชำระหนี้ IMF ได้หมดในปี 2003 ซึ่งเป็นการชำระก่อนเวลากำหนดเกือบ 2 ปี ภายใต้รัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ปัจจุบันไทยมีโควตาในการกู้เท่ากับ 3211.9 ล้าน SDR หรือคิดเป็นร้อยละ 0.68 ของโควตาทั้งหมด เทียบเท่ากับ 33,584 คะแนนเสียง ไทยถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีบทบาทต่อ IMF เป็นอย่างมาก สามารถดูได้จากที่ไทยเคยดำรงตำแหน่งเป็นถึง กรรมการบริหาร ขององค์กร ชี้ให้เห็นว่าบทบาทของไทยในเศรษฐกิจโลกนั้นมีมากเพียงใด
IMF ถือได้ว่าเป็องค์กรที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกมาก ไม่เพียงแต่ให้ประเทศต่าง ๆ กู้ยืมเงิน แต่ยังมีส่วนช่วยในการออกแบบนโยบายและแนวทางการดำเนินเศรษฐกิจของแต่ละประเทศที่กำลังประสบปัญหาด้วย ซึ่งนี้ก็จะส่งผลต่อการเงินระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโลกด้วย เราจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าถ้าไม่มีองค์กร IMF มาช่วยดูแล พี่ทุยก็ไม่แน่ใจเลยว่า เศรษฐกิจโลกจะมีทิศทางไปยังไง!
อ้างอิง
รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์. ลาก่อน IMF?. จาก คอลัมน์ “จากท่าพระจันทร์ถึงสนามหลวง.” 2546.
รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์. เศรษฐกิจไทย : บนเส้นทางแห่งความรุ่งโรจน์?. จาก ผู้จัดการรายสัปดาห์ ฉบับพิเศษ. 2533.
เริงชัย มะระกานนท์. วิกฤตการณ์เกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงิน ปี 2522.
รวิพรรณ สาลีผล. ประวัติของเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่ 2475. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2555.